"หมอธี"ยันรู้ผล โยกซี10ไม่เกิน อีกสองสัปดาห์

  • Thursday, September 14, 2017 - 00:00

    "หมอธี" เผยเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายซี 10 ยังไม่เข้า ครม. แย้มไม่มั่นใจว่าจะทันการประชุมครั้งหน้า แต่น่าจะรู้ผลไม่เกิน 2 สัปดาห์ ส่วนโยกย้ายซี 11 ไม่มีสัญญาณ ขณะเดียวกัน ครม.ยังเห็นชอบปรับเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษครูสอนเด็กพิการในโรงเรียนเอกชนเป็น 2,500 บาท

    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการเสนอรายชื่อผู้บริหาร ศธ.ระดับ 10 ที่มีตำแหน่งว่าง 8 ตำแหน่ง ได้แก่ ผู้ตรวจราชการ ศธ. 3 ตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองเลขาฯ กกอ.) 1 ตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) 1 ตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) 2 ตำแหน่ง และรองปลัด ศธ. 1 ตำแหน่งนั้น ยังไม่ได้มีการเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา เพราะตนพูดเสมอมาว่าเรื่องคนต้องคิดนานๆ ซึ่งไม่มั่นใจว่าในการประชุม ครม.ครั้งหน้าจะเสนอได้ทันหรือไม่ เพราะเป็นการประชุม ครม.สัญจร แต่คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ ครม.จะพิจารณาและได้ตัวจริงในตำแหน่งที่ว่างอย่างแน่นอน เพราะตนได้หารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ทั้ง 2 คนแล้ว แม้จะดำเนินการในเรื่องนี้ช้าแต่ไม่ได้ทำให้การทำงานเกิดสุญญากาศ สำหรับประเด็นจะมีการโยกย้ายผู้บริหารระดับ 11 อีกรอบก็ไม่เป็นความจริง อย่าไปเชื่อข่าวลือ ซึ่งขอย้ำว่า การโยกย้ายระดับ 11 ที่อยู่ในอำนาจตนได้มีการดำเนินการขยับไปเรียบร้อยแล้ว และเท่าที่ทราบ อำนาจในการโยกย้ายจากภายนอกก็ไม่ได้มีการส่งสัญญาณว่าจะมีการโยกย้ายใดๆ ทั้งสิ้น

    รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมได้เห็นชอบเรื่องค่าตอบแทนพิเศษครูที่สอนนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ เพื่อขอปรับเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษครูที่สอนนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน จำนวน 183 คน จากเดิม 2,000 บาท เป็น 2,500 บาท เช่นเดียวกับครูที่สอนนักเรียนพิการในโรงเรียนรัฐ ซึ่งครูที่สอนนักเรียนพิการถือเป็นบุคคลที่ทุ่มเทเสียสละให้แก่นักเรียนพิการมากกว่าครูที่สอนนักเรียนปกติ เพราะนักเรียนพิการมีข้อจำกัดหลายด้าน ไม่สามารถเรียนรู้เหมือนนักเรียนปกติ ดังนั้นกลุ่มครูเหล่านี้จึงต้องฝึกอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนรู้สำหรับเด็กพิการ

    นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังได้เห็นชอบให้ ศธ.เบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1,351,125,150 บาท ตามที่ ศธ.เสนอ ขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด ศธ.ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น