ดอกเบี้ย..ควรลดมั้ย?

  • Thursday, September 14, 2017 - 00:00

    ทำเอาหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า คุณสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปกินดีหมี หัวใจเสือ หรือรังแตน มาจากไหนอีกแล้ว ถึงได้คึกคักเป็นพิเศษ ออกมากระทุ้งธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง ดอกเบี้ยและค่าเงินบาทชุดใหญ่

    โดยในงานสัมมนาพิเศษ KTAM Executive Talk" นโยบายการคลัง พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย ครึ่งปีหลัง 2560" ซึ่งจัดโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย หรือ KTAM เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้เชิญคุณสมชัยขึ้นเวทีเสวนาพิเศษ

    ประเด็นหลักๆ ที่คุณสมชัยพูดบนเวที มี 3-4 เรื่อง เช่น นโยบายเศรษฐกิจ การลงทุน ค่าเงินบาท และเรื่องดอกเบี้ย

    โดยคุณสมชัยระบุว่า การดูแลเศรษฐกิจจะต้องดำเนินนโยบายการคลัง และนโยบายการเงินควบคู่ไปด้วยกัน จะใช้เพียงนโยบายการคลัง ด้วยการฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้

    คุณสมชัยมองว่า นโยบายการเงินในปัจจุบันยังมีทางในการช่วยเศรษฐกิจได้ โดยหากพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยในตลาด ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายมานาน ในทางทฤษฎีจึงมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพราะเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ และหลุดกรอบเป้าหมายแล้ว ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จากเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้น ดังนั้นการลดดอกเบี้ยจะช่วยลดการเก็งกำไรด้วย

    แต่ประโยคเด็ดที่เรียกเสียงซี้ซ้าดจากคนฟังในวันนี้ คงจะเป็นประโยคเด็ดที่ว่า "ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอยู่แล้ว เพราะมีเงินไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้และตลาดทุนมากกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะปล่อยให้เข้ามาแบบนี้ได้อย่างไร ให้เข้ามาสร้างโรงพยาบาลหรือ"

    ส่วนเรื่องการลงทุน คุณสมชัยบอกว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะไม่มีนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการออกมาตรการด้านการคลังต่อเนื่องเพียงพอแล้ว และนโยบายการคลังเป็นเครื่องมือช่วยพยุงเศรษฐกิจเท่านั้น แต่การทำให้เศรษฐกิจโตยั่งยืน ต้องให้ภาคเอกชนเป็นคนขับเคลื่อน ผ่านการลงทุนและการบริโภคให้เพิ่มมากขึ้น

    ถึงตอนนี้คุณสมชัยตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมา "กระทรวงการคลังได้ออกมาตรการภาษีกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนในปี 2559 อาทิ ให้นำค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องจักรและการลงทุนที่กำหนดมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และในปี 2560 ได้ 1.5 เท่า แต่ก็ไม่มีเอกชนมาลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังผิดหวัง"

    เรื่องบาทแข็งกับเงินทุนไหลเข้า ก็เหมือนเรื่องไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ทุกวันนี้

    การที่เงินบาทแข็ง ส่วนสำคัญเป็นเพราะมีเงินนอกไหลเข้าไทย ถ้ามีคำถามต่อว่า แล้วทำไมเงินนอกจึงไหลเข้าไทยล่ะ? ก็เพราะนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย มั่นใจที่จะขนเงินเข้ามาลงทุน จึงส่งผลต่อค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

    วิธีไหนล่ะที่จะทำให้ชะลอการแข็งค่าของเงินบาทได้ ก็การทำให้เงินนอกชะลอความร้อนแรงในการไหลเข้ามาลงทุน แต่จะด้วยวิธีใด หน่วยงานที่มีหน้าที่ด้านนี้ เขาทำอยู่แล้ว ซึ่งการลดอัตราดอกเบี้ย ก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จะช่วยได้

    ที่ผ่านมารัฐบาลมักจะบอกว่า มั่นใจ เชื่อมือ ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการเพียงพอที่จะดูแล รับมือ เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและการเก็งกำไรค่าเงินได้เป็นอย่างดี

    แต่การออกมาทิ้งทุ่นของคุณสมชัยเที่ยวนี้ เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดคำถามว่า รัฐบาล โดยคนของกระทรวงการคลัง ไปก้าวก่าย ยุ่มย่าม กดดัน การทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่

    พูดถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คุณวิรไท สันติประภพ ต้องบอกว่า ท่านนิ่งมาก นิ่งสงบจนสยบความเคลื่อนไหวได้ทุกสถานการณ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

    เรื่องค่าเงินบาท เรื่องอัตราดอกเบี้ย ปล่อยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเขาทำไปเถอะครับ ก็รัฐบาลเองก็บอกว่ามั่นใจ ไว้ใจ ก็ไม่ต้องไปกดดัน ไปแทรกแซงเขาหรอก

    มือชั้นเซียนกันแล้วทั้งนั้น.

    อโณทัย ชุมไชยโย

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น