พระโกศจันทน์ สร้างเสร็จแล้ว วิจิตรสวยงาม

  • Thursday, September 14, 2017 - 00:00


    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง วันที่ 18 ต.ค. ช่างสิบหมู่ผนึกจิตอาสา 100 ชีวิตจัดสร้างพระโกศจันทน์แล้วเสร็จวิจิตรงดงามพร้อมสำหรับพระราชพิธี งานลงสีสัตว์หิมพานต์คืบหน้า 90% ส่วนนิทรรศการภายหลังพระราชพิธีกำหนด 5 โซน เปิดเข้าชมเวลา 07.00-21.00 น. เตรียมเคาะรูปแบบนำชมให้ ปชช.ซึมซับพระเมรุมาศมากที่สุด

    เมื่อวันที่ 13 ก.ย. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งที่ 3/2560 ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ 18 ต.ค.2560 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

    สำหรับการก่อสร้างพระเมรุมาศคืบหน้ากว่าร้อยละ 90 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งจะมีเวลาที่เหลืออีก 17 วันในการเก็บรายละเอียดเพื่อให้การดำเนินงานทุกด้านสมพระเกียรติยศที่สุด นอกจากนี้ ในวันที่ 21 ก.ย. นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการเดินทางมาเป็นประธานในพิธีบวงสรวงราชรถและพระยานมาศที่ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จ ก่อนจะอัญเชิญไปทำการซักซ้อมและใช้ในการพระราชพิธียังโรงราชรถพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เวลา 14.00 น.

    พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการจัดนิทรรศการภายหลังพระราชพิธีที่ประชุมได้กำหนดหมวดของการจัดนิทรรศการเป็น 5 โซน ดังนี้ 1.เมื่อเสด็จอวตาร 2.รัชกาลที่ร่มเย็น 3.เพ็ญพระราชธรรม 4.นำพระราชไมตรี และ 5.พระจักรีนิวัตฟ้า ภายใต้ชื่อนิทรรศการว่า พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ กำหนดเวลาเข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00- 21.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย. โดยจะมีรถรับ-ส่ง 4 มุมเมือง 6 เส้นทาง พร้อมรับสมัครอาสาสมัครนำชมนิทรรศการ พร้อมทั้งจัดมหรสพแสดงให้ประชาชนชมตลอดวัน ทั้งบริเวณเวทีมหรสพ ส่วนภายในพระเมรุมาศจะบรรเลงเพลงปี่พาทย์ที่ใช้ในพระราชพิธีด้วย นอกจากนี้ ยังมีการจัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง 4 มุมเมืองและประจำจังหวัด โดยจะมีการจัดนิทรรศการดังกล่าวยังพระเมรุมาศจำลองทั้งส่วนกลางและภูมิภาค โดยในส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเป็นผู้รับผิดชอบ

    พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 1 กำหนดจุดคัดกรองผู้เข้าชมนิทรรศการ 3 จุด ได้แก่ แม่พระธรณีบีบมวยผม, หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และท่าช้าง จากนั้นจะมีจุดพักคอยเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการบริเวณด้านในสนามหลวง ทิศเหนือ เพื่อให้ประชาชนชมงานภูมิสถาปัตยกรรมประกอบพระเมรุมาศ อาทิ แปลงนา คันนาเลข 9 กังหันชัยพัฒนา ฝายแม้ว สำหรับรูปแบบการเข้าชม กำลังหาข้อสรุประหว่างรูปแบบที่ 1 one wayจะมีการแวะชมแต่ละจุด โดยกำหนดเวลา ซึ่งอาคารแต่ละหลังรองรับผู้ชมได้ 50 คน ส่วนรูปแบบที่ 2 mass ให้ประชาชนชมและถ่ายภาพงานภูมิสถาปัตยกรรมบริเวณทิศเหนือ สนามหลวง 15 นาที มีป้ายบรรยายพระเมรุมาศอาคารแต่ละหลังชัดเจน จากนั้นให้เข้าชมพระเมรุมาศและอาคารแต่ละจุดอย่างอิสระ กำหนดเวลา 45 นาที รอบละ 2,000-3,000 คน อย่างไรก็ตาม จะต้องประชุมหารือร่วมกันว่า 2 รูปแบบนี้จะใช้รูปแบบใด เพื่อให้ประชาชนได้ซึมซับพระเมรุมาศมากที่สุด ด้านการรักษาความปลอดภัย จะสนธิกำลังทั้งทหาร ตำรวจ และเทศกิจ เพื่อให้มีความปลอดภัยสูงสุด

    นายพิจิตร นิ่มงาม นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวว่า การดำเนินงานจัดสร้างฐานรองพระโกศจันทน์ (พระหีบจันทน์) และพระโกศจันทน์เสร็จสมบูรณ์อย่างวิจิตรงดงามพร้อมสำหรับการพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์ การจัดสร้างครั้งนี้ถือเป็นผลงานที่ช่างสิบหมู่และจิตอาสาต่างมุ่งมั่นและทุ่มเท นับเป็นชิ้นงานที่มีความสำคัญที่สุดเท่าที่เคยจัดสร้างมา อีกทั้งยังมีความพิเศษในเชิงช่างศิลปกรรม เพราะองค์พระโกศจันทน์ประดับด้วยเทพนม ส่วนพระหีบจันทน์ประดับครุฑ เมื่อนำมาประกอบรวมกันแล้วเปรียบเสมือนดั่งองค์พระนารายณ์ที่อวตารลงมา และมีครุฑเป็นราชพาหนะ เป็นการรวมพลังของเจ้าหน้าที่ช่างสิบหมู่จำนวน 20 คน และจิตอาสาอีกกว่า 80 รวมกว่า 100 ชีวิต ร่วมจัดสร้างหลายกระบวนการ เช่น การเลื่อยฉลุไม้จันทน์ชิ้นเล็กๆ มารวมกันเป็นพระโกศจันทน์ที่มีความสง่างาม ซึ่งทุกกระบวนการดำเนินการได้บันทึกองค์ความรู้เป็นแนวทางสำหรับให้ช่างรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มจัดสร้างจนเสร็จสิ้นกระบวนการ

    นางนิธีราฤดี ช่วยหนู นายช่างชำนาญงาน กลุ่มจิตรกรรม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการลงสีประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศที่หอประติมากรรมต้นแบบในส่วนของครุฑยืนกางปีก 1 องค์ลงสีใกล้แล้วเสร็จ อีกองค์คืบหน้า 80% ส่วนองค์ที่ 3 กำลังหล่อชิ้นงาน ตกแต่งเตรียมจะเคลื่อนย้ายจากสำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม มาส่งเร็วๆ นี้ ส่วนสัตว์หิมพานต์ของกลุ่มช่างปั้นปูนสดจังหวัดเพชรบุรีงานลงสีคืบหน้ากว่า 90% เหลือเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย โดยกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ย. พร้อมครุฑยืนกางปีกทั้ง 3 องค์ ส่วนท้าววิรูปักษ์อยู่ในขั้นตอนลงสีเก็บลายผ้าและคัดสีผิว ภาพรวมคืบหน้า 50% ส่วนเทวดานั่ง เทวดายืนรอบพระเมรุมาศซึ่งเก็บที่ศาลาลูกขุน สนามหลวง ช่างเข้าไปเก็บสีองค์ให้สมบูรณ์ครั้งสุดท้าย ขณะนี้จิตรกรช่างสิบหมู่และจิตอาสาปฏิบัติงานลงสีจำนวน 90 คน หมุนเวียนมาทำงานทุกวัน ทั้งยังมีกลุ่มศิลปินล้านนา นำโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ มาช่วยงานลงสีในช่วงสุดท้ายจนกว่าประติมากรรมทุกชิ้นจะแล้วเสร็จ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น