รัฐบาลแห่งชาติ...หรือไม่ แต้มต่อที่"คสช."กำหนด

  • Thursday, September 14, 2017 - 17:58

     

    เกิดเป็นประเด็นโยนเหรียญถามกันอย่างกว้างขวางหลัง  นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้จัดตั้ง"รัฐบาลแห่งชาติ"  โดยเสียงส่วนใหญ่ตอบกลับมาไม่ค่อยเห็นด้วย 

     โดยเฉพาะจากฝั่งคสช. ที่คุมความได้เปรียบในขณะนี้  รีบออกมาตีกัน เพราะไม่อยากสร้างประเด็นให้มารบกวนการบริหารประเทศ ที่กำลังเริ่มสร้างความนิยมแก่ประชาชนไม่ต่างจากนักการเมือง   ให้ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง   เพราะคนในคสช. ต่างก็ออกกล่าวหานักการเมืองทุกวันว่าเป็นผู้สร้างปัญหาต่างๆให้แก่ประเทศ อาทิ  ความแตกแยก และขัดแย้งของคนในชาติ   รวมทั้งปัญหาทุจริตคอรัปชั่น   ยังทำลายระบบการตรวจสอบของรัฐสภาเพราะไม่มีฝ่ายค้าน  และที่สำคัญไม่สามารถตอบโจทย์การเข้ามาขจัดปัญหาบ้านเมือง และปฏิรูปประเทศให้ดีขึ้นได้
                   
    ดังนั้นการจะเกิดรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ จึงต้องไปวัดกันที่ผลการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปลายปี 2561  พร้อมเงื่อนไขและสถานการณ์เป็นตัวกำหนด   

    นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงข้อเสนอการตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอการตั้งรัฐบาลแห่งชาติของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่สำหรับข้อสงสัยบางประการว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เปิดทางให้เกิดการตั้งรัฐบาลแห่งชาติได้หรือไม่ ส่วนตัวคิดว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็ไม่ได้บัญญัติข้อห้ามแต่อย่างใด

    นายมีชัย กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลโดยหลักขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากของพรรคการเมืองภายหลังการเลือกตั้งว่าจะตกลงกับพรรคการเมืองที่มี ส.ส.อย่างไรก็ได้ ว่าอยากได้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรมากหรือน้อย เช่นเดียวกับหากทุกพรรคการเมืองเห็นตรงกันว่าถ้าจะให้สภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องมีบุคคลมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ก็สามารถทำได้เช่นกัน

    "ทั้งหมดอยู่ที่การตกลงกันของพรรคการเมือง เพียงแต่การเลือกบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือต้องมาจากบุคคลที่อยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ ตอนนี้ก็มีแต่การพูดกันมาโดยยังไม่ถึงเวลา คิดว่าอย่าเพิ่งไปกังวลมาก ต้องรอดูกันไปก่อน” ประธาน กรธ.ระบุ
    เมื่อถอดรหัสคำพูดของ ประธานกรธ. จึงเห็นว่า รัฐธรรมนูญ60 ไม่ได้ปิดกั้นการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แต่สุดท้ายจะเกิดปรากฎการณ์ดังกล่าวหรือไม่จึงอยู่ที่เสียงในมือของแต่ละพรรคการเมือง  และคสช.เป็นผู้กำหนดทิศทาง

    โดยเฉพาะ คสช. ถือว่าขณะนี้ มีแต้มต่อกว่าพรรคการเมือง เพราะมีกลไกต่างๆของรัฐธรรมนูญ  โดยเฉพาะ ส.ว.สรรหาจำนวน 250 เสียง ที่ทหาร เป็นผู้คัดเลือก, กฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, กฎหมายการเลือกตั้งที่เข้มงวด   และองค์กรอิสระที่คสช.เป็นผู้คัดสรร  ที่จะสนับสนุนและปกป้อง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกฯรอบสอง ภายหลังการเลือกตั้งในยุคเปลี่ยนผ่าน 

      ดังนั้นเมื่อวิเคราะห์จากข้อเท็จจริง ปัจจัยที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาติ อาจเป็นเรื่องยาก  หากไม่มีกระแสข่าวหลังเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ และได้ส.ส.เสียงรวมกันเกิน 376 เสียง  เพราะไม่ต้องการเป็นเบี้ยล่างรับใช้ทหารไปอีกหลายสิบปี    

    แต่ปรากฏการณ์นี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่  2 พรรคใหญ่จะทำได้ เพราะนอกจากจะหักหลังแฟนคลับของทั้งสองฝ่ายแล้ว  การบริหารประเทศอาจจะสั้นและไม่มีเสถียรภาพ   เริ่มตั้งแต่การการแย่งชิงการเป็นนายกฯ  และกระทรวงเกรดเอ  ไม่นับการบริหารประเทศที่ไม่เอื้อแก่นักการเมืองโดยตรง  โดยเฉพาะการถูกเตะตัดขาของส.ว.250 คน และถูกองค์กรอิสระไล่บี้เล่นงาน  สู้เลือกเอานายกฯคนจาก คสช.มาเป็นคนกลาง ก็เชื่อว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะราบรื่นและระยะเวลาการบริหารประเทศยาวกว่า

    อย่างไรก็ตาม  แต่หากผลการเลือกตั้งกลับพบว่า พรรคเพื่อไทยได้ส.ส.จำนวน 250 เสียง   คสช. ก็อาจจะเปลี่ยนแผนจับมือกับพรรคเพื่อไทย โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ   ขณะที่พรรคเพื่อไทย ก็เล่นบทเป็นพระรอง  คุมกระทรวงเกรดเอ  โดยไม่ต้องทนเสี่ยงส่งตัวแทนเป็นสายล่อฟ้าเป็นเป้าให้ถูกทำลายล้าง อย่างเช่นอดีตผู้นำประเทศ และรัฐมนตรี ต้องหนีออกนอกประเทศ และติดคุกติดตะราง โดยเฉพาะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งซาบซึ้งถึงบทเรียนที่ผ่านมาเป็นอย่างดี   และปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ฝ่ายค้านรักษาระบอบประชาธิปไตยต่อไป 

    ซึ่งแนวทางดังกล่าว ถือว่า ง่ายกว่าการไปจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังไม่ทราบว่าจะพาตัวเองให้ได้ส.ส.ถึง 200 เสียงหรือไม่ รวมทั้ง บทบาทของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังดื้อ และไม่ยอมให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯรอบสองได้ง่ายๆ

    มิเช่นนั้น จึงไม่เห็นท่าทีของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  แกนนำกปปส.ที่ออกเปรยว่าจะจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่  ที่คาดกันเพื่อป้องปรามและกระตุกท่าทีของนายอภิสิทธิ์  หรืออีกนัยหนึ่งก็เพื่อเตรียมตัวแยกทางเดินไปชู พล.อ.ประยุทธ์  เป็นนายกฯ และการันตีตัวเองเป็นรัฐบาลครั้งหน้าได้อย่างแน่นอน      

    นี่คือการประเมินทิศทางการเมืองในอนาคตในเบื้องต้น  ส่วนโฉมหน้ารัฐบาลจะเป็นอย่างไร คงต้องให้ผลเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินก่อน โดยมี คสช.ถือแต้มต่อ เพราะมีความได้เปรียบมากกว่านักการเมือง

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น