ที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงวัย

  • Friday, September 15, 2017 - 00:00


    ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีการกล่าวถึง "สังคมผู้สูงวัย" หรือ "การเตรียมความพร้อมของวัยเกษียณ" กันค่อนข้างมากขึ้น ซึ่งกลุ่มสังคมผู้สูงวัยตามนิยามของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ถือว่าเป็นผู้บริโภคที่มีศักยภาพด้านการจับจ่ายสูงสุด และเป็นกลุ่มที่มีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2578 กลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีสัดส่วนถึง 30% ของประชากรประเทศไทย

    จากทิศทางดังกล่าว ทำให้ภาคธุรกิจต่างหันมาพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มสูงวัย เพื่อช่วงชิงตลาดและกำลังซื้อที่ขยายตัวสูงในอนาคต

    โดยปัจจุบันพบว่าแนวโน้มการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ จับกลุ่มผู้สูงวัย เป็นเทรนด์ใหม่เริ่มเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนจากผู้ประกอบการต่างหันมาพัฒนาโครงการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น สอดคล้องกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คาดการณ์ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุภายในเวลา 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2568 มีประชาชนผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 20% จากประชากรรวม 72 ล้านคน

    และจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต จะก่อให้เกิดปรากฏการณ์สำคัญที่มีผลต่อสังคมไทยอย่างมาก คือ การที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยจะมีผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากจำนวนเด็กที่ลดลง ครอบครัวในปัจจุบันไม่ต้องการมีลูกมากๆ เช่นในอดีต หรือในบางครอบครัวก็ไม่ต้องการมีลูก และใช้ชีวิตครองคู่และดูแลซึ่งกันและกันยามแก่เฒ่า

    ในขณะที่ผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่มีผลกระทบตามมาคือ การต้องจัดเตรียมสถานที่ดูแลคนกลุ่มนี้ ที่อยู่อาศัยที่สามารถรองรับและเข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ทำให้เกิดโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบและหลายระดับราคา มีทั้งเป็นของทางภาครัฐและภาคเอกชน ที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากกลุ่มผู้สูงอายุ

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ ของหน่วยงานภาครัฐเกิดขึ้นหลายแห่ง ได้แก่ 1.โครงการสวางคนิเวศ สภากาชาดไทย เป็นอาคารชุด สูง 6 ชั้น 8 อาคาร รวม 300 ยูนิต เพื่อให้เป็นโครงการต้นแบบ ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่มีฐานะปานกลาง และยังสามารถช่วยเหลือตนเองได้ 2.โครงการอาคารชุดผู้สูงอายุของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกับการเคหะแห่งชาติ (กคช.) บนที่ดินบริเวณศูนย์ซ่อมรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ บริเวณบางปิ้ง พื้นที่รวม 18 ไร่

    นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่พัฒนาที่อยู่อาศัยในเชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับประชากรสูงวัย โดยการเคหะแห่งชาติ ที่อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี บนเนื้อที่ 16 ไร่ รูปแบบการพัฒนาประกอบด้วย อาคารชุดพักอาศัย 5 ชั้น เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 2 อาคาร พื้นที่ใช้สอย 32-50 ตารางเมตร 116 ยูนิต อาคารชุดพักอาศัย 5 ชั้น ประเภทเช่า-ซื้อ 4 อาคาร พื้นที่ใช้สอย 32-50 ตารางเมตร 232 ยูนิต และทาวน์โฮม 3 ชั้น เป็นต้น

    ในส่วนของโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุของผู้ประกอบการภาคเอกชน ปัจจุบันโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่พัฒนาแล้วเสร็จ ได้แก่ โครงการมายโอโซน ของกลุ่มณุศาศิริ ที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา, โครงการแตงริเวอร์ไซด์ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่, โครงการรีไทร์เมนต์โฮม เนอร์สซิ่งโฮม ที่หัวหิน สมุย ภูเก็ต ราชบุรีและรังสิต คลอง 5 กลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี กรุ๊ป เป็นต้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มอุปทานตลาดที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุในอนาคต จะมีการแข่งขันกันมากขึ้น

    และล่าสุดกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงวัย ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการ โดยบริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด ได้ร่วมมือกับพันธมิตร 4 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ จัดตั้งบริษัท กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง จำกัด โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น ได้แก่ บริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด 28.5% บมจ.ชีวาทัย 25% บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ 25% บมจ.ช.การช่าง 20% และอีก 10% ถือในนามบุคคล ร่วมกันพัฒนาโครงการ "กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง" ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยในระดับลักชัวรี ตั้งอยู่บริเวณหาดกมลา จ.ภูเก็ต

    เชื่อว่าในอนาคตนอกจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อสูงวัยจะมีเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ผู้คนจะเริ่มหันมาสนใจสุขภาพตัวเอง กินอยู่อย่างถูกสุขลักษณะ ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย ส่งผลให้อายุยืนยาวยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงไม่แปลกเลยที่จะเป็นโอกาสให้กับนักลงทุนหรือผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์พัฒนาโครงการโดยเห็นโอกาสจากกลุ่ม "ผู้สูงวัย" ในอนาคตเหล่านี้.

    : ศรยุทธ เทียนสี

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น