UN-ยุโรปจี้พม่ายุติความรุนแรง

  • Friday, September 15, 2017 - 00:00


    ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาแออัดกันมาบนเรือ ล่องข้ามแม่น้ำนาฟมาถึงเมืองชาห์ปารีร์ทวีปของบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ภาพ AFP

    คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นเห็นพ้องกันได้เสียทีในกรณีเมียนมา ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลการใช้ความรุนแรงเกินเหตุในรัฐยะไข่ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลเมียนมายุติความรุนแรงทันที ขณะรัฐสภายุโรปประณามแบบเดียวกัน ด้านกองกำลังติดอาวุธโรฮีนจาแจงไม่ได้เกี่ยวข้องกับอัลกออิดะห์หรือไอเอส

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ปิดห้องประชุมลับกันเมื่อวันพุธที่ 13 กันยายน 2560 เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤติความรุนแรงในรัฐยะไข่ของเมียนมา และเป็นครั้งแรกที่สมาชิก 15 ชาติสามารถเห็นพ้องต้องกันและผ่านแถลงการณ์แสดงท่าทีอย่างใดอย่างหนึ่งต่อสถานการณ์ในเมียนมา โดยที่รัฐบาลจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรของเมียนมา ไม่ได้ขัดขวาง

    แถลงการณ์ของยูเอ็นเอสซีแสดงความห่วงกังวลต่อการใช้ความรุนแรงเกินเหตุระหว่างปฏิบัติการของหน่วยความมั่นคงในรัฐยะไข่ และเรียกร้องให้มีการดำเนินมาตรการทันทีทันใดเพื่อยุติความรุนแรง รวมถึงขอให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์เข้าถึงพื้นที่ในรัฐยะไข่ได้ แต่นักการทูตหลายรายกล่าวกันว่า จีนได้ขัดขวางข้อเสนอของอียิปต์ที่ต้องการให้เมียนมารับประกันสิทธิการกลับคืนถิ่นเมียนมาของชาวโรฮีนจาที่หนีภัยมายังบังกลาเทศ

    ด้านอันโตนีโอ กูเตียร์เรส เลขาธิการยูเอ็น แถลงข่าววันเดียวกัน ประณามปฏิบัติการทางทหารของเมียนมาว่าเทียบเท่ากับการล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมโรฮีนจา และเรียกร้องให้เมียนมายุติปฏิบัติการทางทหาร, ยุติความรุนแรง, เคารพกฎหมายและยอมรับสิทธิคืนถิ่นของชาวโรฮีนจาทุกคนที่หนีออกนอกเมียนมา

    เลขาธิการยูเอ็นผู้นี้ถูกซักถามด้วยว่า เขาเห็นด้วยหรือไม่ว่าประชากรชาวโรฮีนจากำลังถูกล้างเผ่าพันธุ์ "เมื่อประชากรโรฮีนจา 1 ใน 3 ต้องหนีออกนอกประเทศ คุณจะหาคำไหนมาบรรยายได้ดีกว่านี้อีก" เขาตอบ

    เดิมมีชาวมุสลิมโรฮีนจาอาศัยอยู่ในเมียนมาราว 1.1 ล้านคน แต่พวกเขาไม่ได้รับสิทธิพลเมืองและชาวเมียนมาส่วนใหญ่มองว่าพวกเขาเป็นชาวเบงกาลี หรือคนต่างด้าวเข้าเมืองเถื่อนจากบังกลาเทศ ถึงแม้ว่าจำนวนมากจะอยู่ในเมียนมามาหลายชั่วรุ่น

    ที่กรุงบรัสเซลส์ในวันพฤหัสบดี สมาชิกรัฐสภายุโรปได้ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงกับชาวโรฮีนจา และเรียกร้องกองทัพเมียนมายุติการเข่นฆ่า, รังแก, ข่มขืน และการเผาบ้านเรือนพวกเขา ทั้งยังเตือนด้วยว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้เตรียมพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรกับเมียนมา หากยังเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ต่อไป

    เหตุการณ์รุนแรงในเมียนมารอบล่าสุดนี้ปะทุขึ้นหลังจากกองกำลังติดอาวุธชาวโรฮีนจาภายใต้การนำของกองทัพปลดปล่อยโรฮีนจาแห่งอาระกัน (อาร์ซา) ยกพวกหลายร้อยคนโจมตีด่านและค่ายของตำรวจ-ทหาร 30 แห่งเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม จนเกิดการปะทะดุเดือด มีผู้เสียชีวิตกว่า 400 คน ส่วนใหญ่เป็นพวกแนวร่วมอาร์ซา และผลักดันให้ชาวโรฮีนจาอพยพหนีภัยเข้าบังกลาเทศแล้ว 389,000 คนนับถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

    ชาวโรฮีนจาที่หนีภัยกล่าวกันว่าทหารและม็อบชาวพุทธเข่นฆ่าทำร้าย ข่มขืน และวางเพลิงหมู่บ้านของพวกเขา แต่รัฐบาลเมียนมาของนางอองซาน ซูจี ยืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหานี้ และว่าทหารเพียงปฏิบัติการกวาดล้างผู้ก่อการร้ายหัวรุนแรง

    อาร์ซาได้ชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ว่า พวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้ายนานาชาติ ไม่ว่ากลุ่มอัลกออิดะห์, กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย (ไอเอส), กลุ่มลัชการ์อีตออิบา หรือกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติใดๆ การต่อสู้ของพวกเขาเพื่อปกป้องชาวโรฮีนจาจากการถูกกดขี่

    เมื่อวันอังคาร กลุ่มอัลกออิดะห์เพิ่งออกแถลงการณ์เรียกร้องชาวมุสลิมทั่วโลกให้การสนับสนุนการต่อสู้ของชาวโรฮีนจา รวมถึงด้านอาวุธและการทหาร.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น