'การเมืองเรื่องโม้ไปตามโพล'

  • Monday, September 18, 2017 - 00:00


    "นาวาโทนายแพทย์เดชา สุขารมณ์" โทร.มาถาม

    "๒๑ กันยา ว่างมั้ย..........

    ถ้าว่าง ให้ไปร่วมถวายเพลพระด้วยกันที่ 'โรงพยาบาลสงฆ์?' "

    จำได้ว่า ๒๑ กันยา เป็นวัน "ครบรอบวันเกิด" พี่หมอ แต่เป็นปีที่เท่าไหร่

    เบื่อจะนับ!

    เอาที่จำได้ เท่าที่สัมผัสกับพี่หมอมา ก็กว่า ๕๐ ปีแล้ว

    ครั้งกระนั้น กะโผลกกะเผลกไปหาที่คลินิกถนนข้าวสารประจำ ซึ่งย่านนั้น เป็นมรดกตกทอดตระกูลพี่หมอเกือบครึ่งถนน

    ๕๐-๖๐ ปีก่อน หุ่นพี่หมอเป๊ะเวอร์อย่างไร ตอนนี้ก็อย่างนั้น เพียงแต่อั๋นขึ้นนิดหน่อย

    นึกย้อนอดีต จากถนนข้าวสาร มาโรงพยาบาลเดชา จนไปเล่นการเมือง เป็น ส.ส.เป็นรัฐมนตรี

    คำนวณแล้ว พี่หมอเดชาปีนี้ ไม่หนี ๘๐-๘๕ ขวบ!

    คนทั่วไป จะรู้จักหมอเดชา ว่าเป็นหมอ เป็นนักการเมือง แต่ยังมีอีกด้านหนึ่ง ที่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่รู้

    ว่า "นาวาโทนายแพทย์เดชา" คือ.........

    เครื่องบันทึกเบื้องหลังประวัติศาสตร์รอยต่อ ระหว่าง "จอมพลถนอม กิตติขจร" กับ "เหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖"

    จนถึงวันนี้...........

    "เทปบันทึก" เครื่องนี้ ที่ยังไม่เคยเปิด!

    เพราะตอนนั้น พี่หมอเป็นแพทย์ส่วนตัวของจอมพลถนอม จะเรียกว่า "เงา" ก็ไม่ผิด

    แทบทุกเรื่องที่เกิดกับจอมพลถนอม ก่อนไปสู่เหตุการณ์ ๑๔ ตุลา เท่าที่รู้-ที่ปรากฏต่อสาธารณะ

    เป็นภาพจาก "ฉากหน้า" ของเรื่องราวเป็นส่วนใหญ่

    ส่วน "เรื่องจริง-ของจริง" อันเป็นฉากหลัง..........

    ในฐานะแพทย์ประจำตัว ทำให้หมอเดชาได้รับรู้-รับเห็นโดยตรงอยู่มากเรื่อง!

    ผมพบพี่หมอเดชาทีไร นอกจากท่านจะเลี้ยงข้าว-เลี้ยงปลาแล้ว ยังต้องถามทำนอง "เคาะ" บางเรื่อง-บางประเด็นที่ "โลกยังไม่รู้" ให้ออกมาเสมอ

    ซึ่งพี่หมอก็ยินดีเล่าให้ฟังแทบทุกเรื่อง!

    นึกๆ ก็เสียดายความเป็น "หอจดหมายเหตุ" มีชีวิตในตัวพี่หมอ เพราะนอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่ควรรู้

    ถ้าไม่มีใครไปขอจดบันทึกไว้ .....

    ฉากเปลี่ยนประชาธิปไตยไทย "บางช่วง-บางตอน" รวมถึงความเป็นมาของบางที่-บางแห่ง อันเรียกว่าเบื้องหลัง

    ก็คงเป็น "บรรทัดว่าง" ในหน้าประวัติศาสตร์ รุ่นต่อไป ถ้าอยากรู้ ก็คงต้องวิจัยเอาจากฝุ่นเท่านั้น!

    คุยการบ้าน-การเมืองบ้างดีกว่า เพราะช่วงนี้ ปลุกกระแส "เลือกตั้ง-รัฐบาลแห่งชาติ" กันรายวัน

    คุยตามความรู้สึกและความต้องการ จะเอาแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าต้องการคุยบนฐานที่เป็นไปได้

    ต้อง "ยึดแกน" ในเรื่องที่จะคุย

    อย่างเรื่องเลือกตั้ง ใครก็อยาก แต่จะเป็นตามอยากหรือไม่ แกนของมันที่ต้องยึด อยู่ที่ต้นเดือนธันวาคมนี้

    คือ "เส้นตาย" ตามรัฐธรรมนูญ ที่กฎหมายลูก ๔ ฉบับ เกี่ยวกับเลือกตั้งต้องเสร็จ

    เสร็จแล้ว ต้องผ่าน สนช.และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้

    ถ้าราบรื่นไปตามนี้ ที่โพลเป็นยาขับเลือดเร่ง ว่าประชาชนอยากให้เลือกตั้งภายในกันยา ๖๑ หรือภายในปีหน้า นั้น

    ก็เป็นตามนั้น ตามโรดแมป

    แต่จะเป็นตามนั้นหรือไม่ แน่ๆ ต้องอดใจรอดูต้นธันวา เห็น กรธ.ของอาจารย์มีชัย ส่งสัญญาณแล้วว่า

    กฎหมายลูก ๔ ฉบับ เสร็จพร้อมส่ง สนช.ทันตามกำหนด!

    เมื่อวาน (๑๗ ก.ย.) สวนดุสิตโพล ของ ม.สวนดุสิต ซูเปอร์โพล ของนพดล กรรณิกา ออกผลสำรวจด้านเลือกตั้งไปทางเดียวกัน

    คือ เปอร์เซ็นต์ต้องการให้เลือกตั้งปีหน้า สูงมาก!

    ที่มาแปลก-มาแหลมเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นซูเปอร์โพล ของ ดร.นพดล "เจ้าเก่า"

    บอก...ผลโพลชี้ไปทางว่า

    "พรรคประชาธิปัตย์ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคกำลังขึ้นอยู่ในอันดับแรกของความตั้งใจประชาชน"

    เหตุผล คือ........

    "พรรคเพื่อไทย ยังไม่ชัดเจนว่า ใครเป็นหัวหน้าพรรค"!?

    และทำให้.......

    "พรรคเล็ก-พรรคน้อย-พรรคเกิดใหม่-พรรคขนาดกลาง รวมๆ กันขึ้นมา อยู่ในอันดับที่ ๒ ในความตั้งใจจะเลือกของประชาชน"

    ส่วนเลือกตั้งแล้ว .............

    พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง และพรรคที่ครองใจคนจนได้เป็นอันดับหนึ่ง

    ประชาชนยังไม่รู้ ว่าจะเดินไปทางไหน อะไรจะเกิดขึ้น หลังการเลือกตั้ง?

    ผมว่า คนที่ตอบแบบสอบถามซูเปอร์โพลนี้ ต้องเป็นซูเปอร์คอหวานระดับ ดร.นพดลแน่ๆ!

    เพราะเท่าที่ดู เป็นการตอบแบบลูกกลิ้งการเมือง มากกว่าตอบแบบชาวบ้านทั่วๆ ไป

    ที่ว่าจะเลือกประชาธิปัตย์ ที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค เป็นอันดับแรก

    ไม่เลือกพรรคเพื่อไทย เพราะยังไม่ชัดเจน ใครเป็นหัวหน้าพรรค นั้น

    เป็นคำตอบตรรกะแสดงถึงชาวบ้านวันนี้ "บรรลุการเมือง" แล้วจริงๆ

    เลือก "ประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์" เพราะมีความชัดเจน ในพรรค ที่มีหัวหน้าพรรค

    ตรงนี้ ถูกในเชิงตอบตามเหตุและผล

    แต่ถูกในเชิงปฏิบัติตอนเลือกตั้งหรือไม่...ไม่รู้!

    และที่ไม่เลือกเพื่อไทย เพราะไม่ชัดเจน ว่าใครเป็นหัวหน้าพรรค

    นี่ก็เหมือนกัน ถูกตามตรรกะ.........

    แต่ในทางเป็นจริง จะเป็นทางที่ "สวนทาง" เพราะถึงอย่างไร เพื่อไทยก็ต้องมีหัวหน้าพรรคตอนเลือกตั้งแน่

    นั่นหมายถึงว่า การจะเลือกเพื่อไทยหรือไม่เลือก ไม่ได้ขึ้นกับใครเป็นหัวหน้าพรรคโดยตรง

    แต่ขึ้นอยู่กับว่า Who is Who?

    และ Who ผู้นั้น...........

    "พร้อมจ่าย" และแน่วแน่สืบสานปณิธานแดงแดกทั้งแผ่นดิน ด้วยนโยบาย "โกงไม่เป็นไร ได้เอามาแบ่งกัน" หรือไม่?

    ยิ่งถ้า Who ที่ขึ้นมาเป็นหัวหน้า มาจากนอกวงสายสิญจน์ "ชินวัตรตราสัง" ด้วยแล้ว

    ไม่ต้องรอชาวบ้านเลือก-ไม่เลือกหรอก

    อดีต ส.ส.ในสังกัด ที่รอค่าตัว เป็นเห็บกระโดดไปหาพรรคใหม่หมดแล้ว!

    และผลโพลที่ว่า พรรคเล็ก-พรรคน้อย-พรรคเกิดใหม่-พรรคขนาดกลาง รวมๆ กันมาเป็นดับสอง รองจากประชาธิปัตย์ ที่คนจะเลือก

    ถ้าชาวบ้านเป็นผู้ตอบจริงๆ ละก็.........

    ผู้น้อยขอคารวะ

    แสดงว่าประชาชนคนไทยหลัง ๒๒ พฤษภา ๕๗ เกิดดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นอรหันต์การเมืองกันแล้ว!

    แต่เมื่อนำคำตอบโพลเข้าสมการ โฉมหน้ารัฐบาลเลือกตั้งปี ๖๑ หรือต้น ๖๒ และคนเป็นนายกฯ

    จะออกมาตามลักษณะคำตอบโพลข้อสุดท้ายที่ว่า.............

    "เลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง และพรรคที่ครองใจคน จนได้เป็นอันดับหนึ่ง

    ประชาชนยังไม่รู้ ว่าจะเดินไปทางไหน อะไรจะเกิดขึ้น หลังการเลือกตั้ง"

    นั่นแหละ...ยิ่งกว่าหมอดูอีทีทำนายซะอีก!

    ผลโพลนี้ "โคตรคลาสสิก".........

    บอกพรรคครองใจประชาชน ชนะเลือกตั้ง เป็นอันดับหนึ่ง แต่ประชาชนไม่รู้ จะเดินไปทางไหน อะไรจะเกิดขึ้น?

    ถ้าจะให้ผมถอดรหัส ก็จะถอดว่า..........

    "ชนะเป็นอันดับหนึ่ง แต่ไม่รู้จะเดินไปทางไหน" หมายถึงประชาชนเกิด "เมืองลับแล" ขึ้นในหัวใจ ประมาณนั้น

    "เมืองลับแล" นั้นคือ เลือกตั้งแล้ว รู้พรรคชนะ

    แต่ไม่รู้............

    ที่ชนะนั้น "ใครล่ะ..จะเป็นนายกฯ?"

    เนี่ย อนาคตหลังเลือกตั้ง (ถ้ามี) ที่ไม่รู้จะเดินไปทางไหน และอะไรจะเกิดขึ้น

    ก็จาก.........

    นายกฯ "ชื่ออภิสิทธื์" หรือ "ชื่อประยุทธ์" นั่นแหละ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น