เมื่อลุงตู่ 'จะหิ้วชะลอมไปสหรัฐ'

  • Thursday, September 21, 2017 - 00:00


    "เจษฎา ทองรุ่งโรจน์"

    ใครจะเรียก "นัก..." อะไรก็ช่าง แต่สำหรับผม ในฐานะคนชอบอ่านหนังสือ ต้องขอบอก

    "ศรัทธา" ในอุตสาหะ-วิริยะของท่านจริงๆ!

    ยกเว้น "พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม" ของ "สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์" (ป.อ. ปยุตฺโต) แล้ว

    พูดได้เลย............

    คุณเจษฎา "เป็นคนแรก" ที่เรียบเรียงศาสตร์แต่ละแขนงในโลก เป็น "พจนานุกรมไทย-อังกฤษ".........

    ชนิด "ให้อ่าน" ไม่ใช่แค่ให้ "เปิดดู"

    ขอย้ำ "ให้อ่าน"!

    เพราะโดยทั่วไป "พจนานุกรม" มีให้เปิดกันตอน "ติดศัพท์"

    แต่พจนานุกรมที่คุณเจษฎาเรียบเรียง เป็นพจนานุกรมชนิด เปิดอ่านไปทีละหน้า เพลิดเพลิน เหมือนเดินอยู่ในอุทยานอักษร

    ไม่เพียง "ให้ความรู้"

    พจนานุกรม "ฉบับเจษฎา" ยังให้ "ความรอบรู้" ในแต่ละแขนงแห่งศาสตร์

    เพราะในแต่ละศัพท์-แต่ละคำ เรียงร้อยเกร็ดเล็ก-เกร็ดน้อยบรรดามี ที่กระจัดกระจายอยู่โน่น-อยู่นี่

    มารวมไว้ใน "แจกัน" ใบเดียวกัน!

    คนที่สามารถเรียบเรียง "พจนานุกรม" อย่างนี้ออกมาได้ อัจฉริยะอย่างเดียว ไม่เกิด

    ต้องอิทธิบาท ๔ "ฉันทะ-วิริยะ-จิตตะ-วิมังสา" ถึงพร้อมด้วย จึงจะเกิด!

    ปีก่อน ผมได้อ่าน "พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย" รัฐศาสตร์ (การเมือง-การปกครอง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ [Political Science])

    A-Z เล่มหนาร่วมคืบ ยังไม่ทันจบ..........

    มาปีนี้ คุณเจษฎา ไม่รู้เอาพลังจิต-พลังกาย มาจากไหน?

    เรียบเรียง "พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย" สังคมวิทยา (Sociology) ขนาดไล่เลี่ยกันออกมาอีกเล่มแล้ว

    การสร้างคุณประโยชน์ให้สังคม ทำได้หลายทาง...........

    งานสร้างคุณค่าคนทางสมองของคุณเจษฎา เรียบเรียงศาสตร์ต่างๆ ให้คนไทยศึกษา-ค้นคว้าได้อย่างนี้

    เป็นผลงาน "มากค่า-มากคุณ" จริงๆ

    หวังว่า มิตรทั้งหลาย-สหายทั้งหลาย แต่ครั้ง ๖ ตุลา ๑๙ จะได้ตรองผ่านวิถีคุณเจษฎา

    แล้วทะลุถึงแก่นคำว่า "คุณค่าเพื่อสังคมชาติ" ที่แท้จริงกันบ้าง!

    เอ้อ................

    ก็ไม่รู้จะคุยอะไรวันนี้ สุพรรณบุรี มีอำเภอสามชุก แต่ที่กรุงเทพฯ "ฝนตกชุก" ทุกวันนี้ หมู่นี้

    ผมเลยมีสภาพ "กึ่งเป็น-กึ่งตาย" จะบอกว่าป่วยเป็นอะไร ก็ไม่ได้ป่วย ครั้นบอกว่าไม่ป่วย.............

    แต่มันก็ป่วยนี่นา มันตื้อตั้งแต่หัวยันตัว เหมือนมนุษย์ยางมะตอย คือตันไปหมด

    เห็นข่าว "นายกฯ ประยุทธ์" เตรียมการไปเยือนสหรัฐฯ ฐานะอาคันตุกะตามคำเชิญประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้ "เด่น-ดัง" ของโลก

    ชักอิจฉา ...........

    ที่จะได้ "รีไซเคิลชีวิตประจำวัน"!

    การเปลี่ยนบรรยากาศและสถานที่ เท่ากับเปลี่ยนภาวะจำเจรอบตัวอย่างหนึ่ง

    การพบปะผู้คนใหม่ๆ ได้รับฟัง-แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทั้งที่เห็นตรงและไม่ตรงกัน เกิดประโยชน์สถานเดียว

    ความเห็นที่ไม่ตรงกันนี่แหละประเสริฐ...........

    เพราะจะทำให้ "เกิดประกายคิด" ใต้มิติสำนึก "โลกกว้าง"

    แต่เพราะ "ทางแคบ"

    ที่จำเจต่างหาก จึงทำให้มนุษย์เกิดเจตคติว่า "โลกแคบ-โลกตัน"!

    เมืองไทยเรา "ไม่แคบ-ไม่ตัน" หากแต่ลากกันไปตกหล่ม "ระบอบทักษิณ" เสียตั้ง ๑๑ ปี

    เรื่อง "แม่นากพระโขนง" น่ะ รู้จักกันใช่มั้ย?

    เกิดมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ กว่า ๒๐๐ ปีขนาดนั้น ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ในความทรงจำ

    แต่ "แม่นาก" เป็นความทรงจำ "ให้คุณเมือง"

    คนทำหนัง-ทำละคร จนตรอกเมื่อไหร่ ไปกราบไหว้ ขอนำเรื่องของท่านมาสร้างหนัง-สร้างละคร

    รวย "รอดตาย" ได้ทุกราย!

    แต่เรื่องของคน "ทำระยำเมือง" จะไป "จมปลัก-ทรงจำ" อยู่กับมันทำไม?

    นอกจากไม่ทำให้รวยแล้ว ยังทำให้ซวยซะอีก

    ใครจะจมปลัก ก็ปล่อยเขาไป...........

    คนเราจะให้ชอบเหมือนกันไม่ได้หรอก เคยฟังเพลง "ของเหม็นแมลงวันชอบตอม ของหอมมนุษย์ชอบดม" มั้ยล่ะ?

    ที่พูดกันว่า "ให้ก้าวข้ามระบอบทักษิณ" นั้น

    ไม่ต้องเปลืองแรงยกส้นหรอก.............

    ในเมื่อมีบางคน-บางพวก เขาไม่ต้องการให้ก้าวข้าม "เหยียบข้าม" ไปเลยก็ได้!

    นายกฯ ประยุทธ์จะไปวันไหน ทั้งไทย-ทั้งฝรั่ง ยังปิดรายละเอียดมิดชิด

    เดินกันยาที่เคยพูดกัน ไม่น่าทัน

    ก็มีเวลาแค่ "ต้นตุลา" เท่านั้น ถ้าเลยจากนั้น ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร กับงานออกพระเมรุ นายกฯ ไม่น่ามีเวลาไปไหนไกล

    แต่ตามโฉลก ...........

    การเป็น "คนต่างด้าว-ท้าวต่างแดน" ไปเหยียบบ้านอื่น-ถิ่นอื่นช่วงนี้ จะสิทธิโชคโฉลกดี เป็นศรีประเทศ มากกว่าอยู่กับเหย้า-เฝ้ากับเมือง

    กับ "ประธานาธิบดีทรัมป์" ท่านก็ลมเพ-ลมพัด

    แต่สังเกต ข้าราชการ "กระทรวงการต่างประเทศ" ของเรา มองหน้าฉาก คอการเมืองประเภทตบ-จูบ จะบอกว่า

    การเข้าบทเข้าพระ-เข้านาง ระหว่างทรัมป์-ประยุทธ์

    ไม่เป็นดังใจ!

    คือคนกำลังอินเรื่อง "ขั้วอำนาจ" แยกข้าง

    เห่อ อยากเห็นไทยประกบ "ปูติน-สีจิ้นผิง" มากกว่าไปประจี๋-ประจ๋อกับ "พระเอกหลงโรง" อย่างทรัมป์

    ก็เป็นเรื่องรสนิยมคนดู มีต้นทุนแค่ "ถูกใจ-ไม่ถูกใจ"

    ต่างกับ "นายโรง" คือรัฐบาล โดยกระทรวงการต่างประเทศ ต้องรู้ "ต้นทุน" ประเทศ

    คือ "รู้น้ำหนัก-รู้ขนาด-รู้ขีดจำกัด" ประเทศตัวเอง ในการเล่นบทการเมืองบนเวทีโลก กับแต่ละประเทศ-แต่ละค่ายอำนาจ

    ว่า แบบไหน-ขนาดไหน...........

    เป็นทางไม่สร้างศัตรู แต่เพิ่มมิตร สร้างโอกาสให้ "ชาติ-ประชาชน" บ้านเมือง

    ไม่ใช่สร้างหน้าตา-โอกาสให้ตัวบุคคล คือนายกฯ ซึ่งไม่ว่าคนไหน มาประเดี๋ยว-ประด๋าว แล้วก็ไป

    "ชาติ-ประชาชน" ตะหาก ที่ต้องอยู่ถาวร ฉะนั้น ในความเป็น "ข้า-ราชะ-การ" ของกระทรวงการต่างประเทศ

    เขาจะเดินแต้มรักษา "ประโยชน์ชาติ" ในทางยาว

    ไม่ต้องการบทพระเอก-นางเอก "ดูเพื่ออิน" แบบละครหลังข่าว!

    ในฉาก "แบ่งขั้ว-แบ่งฝ่าย" ที่ทรัมป์เรียกร้องให้ปฏิรูประบบการทำงานภายในยูเอ็น

    ไทยเป็นหนึ่งในร้อยกว่าประเทศที่ลงชื่อสนับสนุน ในขณะที่ขั้วใหญ่อีกฝ่าย คือ "จีน-รัสเซีย" ไม่เอาด้วย

    พวกดูละครเอามัน เซ็งกันใหญ่ ทำไมไม่เดินตามจีน-รัสเซีย ไปเดินตามสหรัฐฯ เพื่ออะไร ประมาณนั้น

    แต่ถ้าดูเอาเรื่อง ต้องศึกษาให้เข้าถึงบท เมื่อถึงบทแล้ว ต้องรู้รุ่น-รู้ขนาด และรู้ว่าบทใคร-ของใคร ควรแสดงอย่างไร?

    นักแสดงด้วยกันเขารู้-เขาเข้าใจ.........

    ไม่ใช่แบบ กูโกรธกะไอ้นั่น ถ้ามึงรักจะเป็นพวกกู มึงต้องโกรธไอ้นั่นด้วย ประมาณนั้น

    อย่างนั้น มันการเมืองเรื่องเด็กวัด

    ไม่ใช่การเมืองเรื่องประเทศ ในเวทีการเมืองโลก!

    เรื่องทรัมป์เรียกร้องปฏิรูปยูเอ็นนั้น..........

    เป็นแค่นามธรรม ที่ทรัมป์ใช้เป็น "อุปรากรการเมือง" ยามเมื่อต้องไปประชุมครั้งแรกที่วงสมัชชาใหญ่ยูเอ็น

    ก็เบ่งบารมี.........

    "นับข้าง" แข่งกัน ให้เห็นว่า ใครจะมีพวกมากกว่ากันแค่นั้น!

    ก็รู้กันอยู่ ........

    ยูเอ็น คือองค์กรที่ขบวนการอำนาจโลก CFR ตั้งขึ้นเป็นเครื่องมือให้สหรัฐฯ ใช้สร้าง "ความชอบธรรม" ในความไม่ชอบธรรมในการทำของสหรัฐฯ เอง

    ผู้จ่ายเงินเลี้ยงดูยูเอ็น คือสหรัฐฯ

    ทุกประเทศสมาชิกต่างรู้ในประเด็นนี้ ในบางบท-บางตอนที่สหรัฐฯ แสดง เมื่อเป็นเพียงบทเสริม

    ฝ่ายประเทศขาใหญ่ เขาก็ไม่แสดงอะไรที่ "หักหน้า" กัน เพียงแต่ยันเอกลักษณ์ความเป็นขาใหญ่ส่วนตัวเขาไว้

    ส่วนบ้านเล็ก-เมืองน้อย ประเภท "ไม้ประดับ" ก็ว่ากันไปตามสถานการณ์ที่เหมาะสมกับตัวเอง

    ไม่มีใครเขาเพ่งเล็ง ทึกทักเป็นจริง-เป็นจังในทางสายหลักหรอก!

    ฉะนั้น กับผม.........

    เรื่องต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ ขอแค่ตามดู เพราะไม่รู้ "องค์ประกอบ" อันเป็นเบื้องลึกที่มากมาย

    "ข้าราชการต่างประเทศ-รัฐบาล-กองทัพ" เขาเดินบทบนฐานข้อมูลครบเครื่อง ก็ต้องดูเขา

    พ้นจากรัฐบาลระบอบทักษิณ.......

    เชื่อว่า ไม่มีรัฐบาลไหน "เอาประเทศไทย" ไปขายสหรัฐฯ แน่.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น