ออกพรรษา “สุราษฎร์ธานี” ร่วมชักพระ-ทอดผ้าป่ายิ่งใหญ่

  • Sunday, September 24, 2017 - 00:00


    ช่วงออกพรรษาของทุกปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีงานบุญประเพณียิ่งใหญ่ ได้แก่ “ประเพณีชักพระ - ทอดผ้าป่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สะท้อนให้เห็นพลังศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่สืบทอดกันมานับร้อยปี

    นางสาวจินตนา สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมงาน “ประเพณีชักพระ - ทอดผ้าป่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ประจำปี 2560 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 - 10 ตุลาคม 2560 บริเวณเขื่อนแม่น้ำตาปี และบริเวณสะพานนริศ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบต่อไป

    “ประเพณีชักพระ เป็นจารีตท้องถิ่นของชาวใต้ จัดขึ้นหลังวันออกพรรษาแล้ว 1 วัน ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือวันที่ 6 ตุลาคม ถือเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนมารอรับเสด็จองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากลับสู่โลกมนุษย์หลังจากเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์”

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวต่อว่า การเตรียมจัดงาน “ชักพระ - ทอดผ้าป่า” ใช้เวลาเตรียมการหนึ่งเดือนก่อนถึงวันออกพรรษา ทางวัดและชาวบ้านในชุมชนต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะช่วยกันจัดเตรียมการชักพระหรือลากพระทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งหมายถึงการอัญเชิญพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขึ้นประดิษฐานบนบุษบกแล้วแห่แหนไป มีทั้งขบวนเรือพระทางบก และขบวนเรือพระทางน้ำ ขบวนเรือดังกล่าวเปรียบเสมือนเป็นราชพาหนะของพระพุทธองค์ ได้รับการตกแต่งด้วยลวดลายประณีตงดงามตามจินตนาการ บวกกับความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นรูปสัตว์ในวรรณคดี อาทิ พญานาค หงส์ พญาครุฑ และหนุมาน เพื่อร่วมขบวนแห่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม

    ในพื้นที่เขตเทศบาล ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรต่างๆ สถาบันการศึกษา อาคารบ้านเรือน ในเมืองสุราษฎร์ธานี มีการประดับประดาตกแต่งพุ่มผ้าป่า เรียกว่า “พุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน” โดยจัดจำลองฉากเป็นภาพพุทธประวัติ หรือพุทธชาดก ประดับประดาตกแต่งด้วยวัสดุต่างๆ ประกอบแสง สี เสียง ที่ขาดไม่ได้คือต้องมีต้นไม้สำหรับแขวนเครื่องอัฐบริขาร (พุ่มผ้าป่า) ทำให้คืนวันออกพรรษาวันที่ 5 ตุลาคม ทั่วเขตตัวเมืองคึกคักไปด้วยประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวออกมาเดินชมพุ่มผ้าป่า

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวต่อว่า จากนั้นรุ่งเช้าเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 6 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 พระสงฆ์จากวัดต่างๆ จะทยอยกันออกมาทำการชักพุ่มผ้าป่าตามหมายเลขพุ่มที่ได้รับ

    ครั้นพอถึงเวลา 08.00 น. ขบวนเรือพระบกที่สวยงามกว่า 100 ลำ จากวัดต่างๆ ซึ่งตั้งขบวนไว้ จะเริ่มทำการชักพระแห่ไปตามเส้นทางในเขตตัวเมืองสุราษฎร์ธานี โดยชาวบ้านในชุมชนของวัดต่างๆ เป็นผู้ชักลาก ขณะเดียวกัน ขบวนเรือพระน้ำก็จะล่องมาตามลำน้ำตาปี นับเป็นภาพที่สวยงามและหาชมได้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแห่งเดียวเท่านั้น จากนั้นในช่วงพลบค่ำ ขบวนเรือพระบกและขบวนเรือพระน้ำจะมาจอดเคียงข้างกันบริเวณริมแม่น้ำตาปี ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวไปร่วมทำบุญกับขบวนเรือของวัดต่างๆ นับร้อยวัดภายในวันเดียว

    ภายในงานประเพณี ยังมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ประกวดพุ่มผ้าป่า, แข่งขันเรือยาว, สาธิตหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาชาวบ้าน การออกร้านจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังมากมาย ฯลฯ

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวต่อว่า นอกจากมาชมงานประเพณีสำคัญแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือเป็นไฮไลต์อีกหลายแห่งที่ไม่ควรพลาด เช่น “วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร” ที่เก่าแก่และมีความสำคัญคู่บ้านคู่เมือง

    “อุทยานธรรมเขานาในหลวง” อยู่ที่อำเภอพนม เป็นที่ตั้งเจดีย์ลอยฟ้า, พระพุทธศิลาวดี และพระบรมสารีริกธาตุก่อสร้างด้วยศิลาแลงจากเมืองกำแพงเพชร อยู่บนยอดเขาหินปูนสูงจากพื้นดินเกือบ 300 เมตร นับเป็นหนึ่งในสถานที่ปฏิบัติธรรม ชมทะเลหมอก และสักการะรอยพระพุทธบาท ที่ห้อมล้อมด้วยบรรยากาศธรรมชาติแห่งขุนเขาอันแสนงดงาม

    ส่วนคนที่ชื่นชอบธรรมชาติ ก็มีหลากกิจกรรมให้เลือก เช่น การล่องแพลำน้ำคลองศก (Rafting Khong Sok) อำเภอพนม เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน คลองศก เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่ใช้การล่องเรือแคนู ล่องแพ เพื่อชมธรรมชาติตามลำน้ำ รวมทั้งมีนกหลากสายพันธุ์ ให้ชมตลอดสองข้าง

    “เขื่อนรัชชประภา” หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน สถานที่ชมความงดงามของทะเลสาบและภูเขาหินปูนธรรมชาติที่มีรูปร่างต่างๆ แปลกตา มีกิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติเหนือเขื่อน ชมเขาสามเกลอ หนึ่งในไฮไลต์ของภูเขาหินปูนที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำ, ท่องถ้ำน้ำทะลุ ถ้ำใหญ่ที่มีธารน้ำไหล มีหินงอกหินย้อยที่งดงาม และพายเรือคายักหรือแคนู ซึ่งที่พักบางแห่งจัดไว้บริการนักท่องเที่ยว ปิดท้ายด้วยกิจกรรมห้ามพลาดคือ ชิมหอยนางรม ตัวใหญ่สด หวานอร่อย และเงาะโรงเรียนนาสาร ที่เนื้อหวาน กรอบ ถือเป็นอาหารถิ่นที่ชื่อดังของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

    “อยากเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสงานบุญออกพรรษาที่ยิ่งใหญ่สักครั้งหนึ่งในชีวิต กับประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 2 - 10 ตุลาคม 2560 พร้อมดื่มด่ำกับความมหัศจรรย์ผ่านแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ดังคำขวัญของเมืองสุราษฎร์ธานี ที่ว่า “เที่ยวเมืองร้อยเกาะ เลาะคลองร้อยสาย ไหว้พระร้อยวัด มหัศจรรย์เมืองคนดี” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวเชิญชวน

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 0-7728-8817-9 หรือ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
    สรณะ รายงาน
    /-/-/-

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น