นักการเมืองเร่งเลือกตั้ง ประชาธิปไตยกินดีอยู่ดี

  • Sunday, September 24, 2017 - 00:02

    นักการเมืองสุมหัวเรียกร้องรัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้ง "หญิงหน่อย" จี้ คสช.จะอยู่ยาวหรือไม่ ขอให้บอกมาให้ชัดเจน พร้อมแบะท่านั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โวลั่นจะสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยและประชาชนต้องอยู่ดีกินดี ขณะที่นักวิชาการชี้ 2 ปัจจัยเอื้อ คสช.นั่งยาว

    เมื่อวันเสาร์ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย หลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชน ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ระดับสูง (บสส.) รุ่นที่ 7 สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดเสวนาหัวข้อ “โรดแมปไทยไทย ไกลแค่ไหน หรือใกล้เลือกตั้ง?” โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวิทยากรร่วมเสวนา

    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตอบลำบากว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไร เพราะรัฐบาลประกาศหลายครั้งเกี่ยวกับโรดแมปการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายก็เลื่อน การเลือกตั้งจะเป็นไปตามระยะเวลาหรือไม่ จะบอกได้หลังการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเสร็จ เนื่องจากความไม่แน่นอนยังมีอีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะอยู่ยาวหรือไม่ ขอให้บอกให้ชัดเจน และเห็นว่าความยากลำบากอาจไม่ใช่ปัญหาของพรรคการเมือง แต่ต้องถามประชาชนว่าอะไรยากลำบากกว่ากันระหว่างมีเลือกตั้งหรือไม่มีเลือกตั้ง

    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า การที่ตนมีชื่อติดโพลว่าน่าจับตามองจะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น คิดว่าเกิดจากตนทำงานมานาน จึงมีชื่อในโพล สำหรับปัญหาพรรคเพื่อไทยไม่มีตัวบุคคลมาเป็นแกนนำพรรคนั้น คิดว่าเราต้องหาแนวทางก่อนจะกำหนดหัวหน้าพรรค เราต้องทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องทำให้พรรคสนับสนุนการกินดีอยู่ดีของประชาชน และเมื่อเปิดประชุม ก็ค่อยมาพูดคุยกันว่าใครจะเป็นผู้นำพรรค เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากพรรคมีคนที่มีความสามารถจำนวนมาก เชื่อว่าการสู้กันด้วยนโยบายเป็นสิ่งที่ดีสุด ดีกว่าไปสู้กันด้วยเงินทอง แต่การต่อสู้แบบนโยบายก็ถูกตีความว่าเป็นแนวประชานิยมกันไปเอง

    ขณะที่นายองอาจกล่าวว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไรนั้น คงต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านเองก็คงจะตอบไม่ได้เช่นกัน เพราะแต่ละครั้งที่ตอบคำถามต่อเรื่องดังกล่าว ก็มีความสับสน จนส่งผลทำให้ทุกสิ่งในบ้านเมืองสับสนไปหมดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าหากไม่มีอะไรเป็นปัญหาในการจัดทำร่างกฎหมายลูก การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นประมาณเดือน พ.ย.ปี 61 และคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปควรเคารพเสียงของประชาชน

    นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหน พรรคภูมิใจไทยพร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา และตนมีประสบการณ์น้อย ไม่สามารถฟันธงว่าแนวโน้มการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร การเลือกตั้งจะช้าหรือเร็วไม่ได้อยู่แค่รัฐบาลและ คสช.เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนด้วย หากพร้อมใจต้องการเลือกตั้งอะไรก็ฝืนไม่ได้ และเชื่อว่าแม้จะมีการยืดอายุรัฐบาล แต่จะทำได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น

    นายอนุทินกล่าวอีกว่า ปกติรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะมีอายุ 4 ปี ซึ่งรัฐบาล คสช.จะครบ 4 ปีในปีหน้า หรือเหลือระยะเวลาประมาณ 9 เดือนนับจากนี้ ถ้าทำไม่ดีก็จะมีกลไกบางอย่างสื่อว่าให้พอ ขณะเดียวกันหากจัดทำร่างกฎหมายลูกไม่เสร็จ จะเป็นการสะท้อนถึงประสิทธิภาพบางอย่าง หากประเมินเลวร้ายที่สุดจะต้องมีเลือกตั้งปี 62 ถ้าไม่เกิดก็ตัวใครตัวมัน แต่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะรักษาสัญญา เพราะเป็นคนให้สัญญาเอง แต่ถ้ารักษาสัญญาไม่ได้ ก็มีตัวอย่างให้เห็นว่ากดดันแค่ไหน

    ด้านนายปริญญากล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือน ก.ย.ปี 61 แต่มีเรื่องน่าคิดว่าหากกฎหมายลูกฉบับใดฉบับหนึ่งไม่ผ่านจะทำอย่างไร ซึ่งในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ ดังนั้นหาก คสช.ต้องการอยู่ต่อก็สามารถทำได้ โดยอย่างน้อยการจัดทำกฎหมายลูกใหม่อีกครั้งต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าต้องการอย่างไร อีกทั้งเมื่อ คสช.เป็นรัฐบาลครบ 4 ปี จะเกิดคนเปรียบเทียบ

    นายปริญญากล่าวต่อว่า ปัจจัยที่อาจทำให้ คสช.อยู่ยาว มี 2 ข้อ คือ 1.ประชาชนยังรู้สึกว่าเมื่อมีการเลือกตั้งก็จะเกิดปัญหาเดิมๆ ในสภา เกิดม็อบ ดังนั้นอยู่แบบปัจจุบันดีกว่า และ 2.ฝ่ายการเมืองแบบเลือกตั้งยังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ เพราะ 10 ปีที่ผ่านมาทะเลาะกันหนักไป ยังสร้างศรัทธากลับมาไม่ได้ ดังนั้นจึงขอเสนอว่าให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ตั้งโต๊ะทำข้อตกลงร่วมกันว่าจากนี้ไปจะไม่ให้เหตุการณ์วุ่นวายก่อนหน้าวันที่ 22 พ.ค. เกิดขึ้นอีก หากแสดงให้ประชาชนเห็น เชื่อว่าเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปีหน้าแน่นอน

    ทางด้าน น.ต.ศิธา ทิวารี อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการสำรวจความคิดเห็นประชาชนของอีสานโพล ซึ่งพบว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า ความจริงในพรรคเพื่อไทยมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่จะนำพาพรรคเพื่อไทยให้เดินหน้าต่อไปได้หลายคน แต่ต้องเข้าใจว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทยค่อนข้างจะแตกต่างจากพรรคอื่น ที่หัวหน้าพรรคจะโดนตัดสิทธิ์ทางการเมืองมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นนายทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนมาถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะฉะนั้นหากกลไกการเมืองในบ้านเรายังเป็นแบบนี้ก็อาจจะลำบาก

    ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะเป็นอดีต ส.ส.กทม.ในกลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์ มองว่าคุณหญิงสุดารัตน์เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในสถานการณ์ขณะนี้หรือไม่ น.ต.ศิธาตอบว่า คุณหญิงสุดารัตน์เองมีลักษณะของความประนีประนอม ซึ่งก็ถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศที่ต้องการความปรองดอง แต่ในส่วนของอดีต ส.ส.กทม.ทุกคนเห็นพ้องกันว่าไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำพรรค พวกเราก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคทุกคน ไม่ว่าใครก็ตาม แต่ขณะนี้ยังอีกไกล เพราะพรรคการเมืองยังไม่ได้รับการเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้เลย ทั้งนี้ ผลโพลที่ออกมาก็ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนต้องการให้พรรคเดินไปในทิศทางไหน

    วันเดียวกัน ที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้มีการประชุมนัดพิเศษในวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นครั้งแรก เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) พ.ศ..... โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม

    ทั้งนี้ นายมีชัยกล่าวก่อนการประชุมถึงเหตุผลที่ กรธ.มีการประชุมนัดพิเศษในช่วงวันหยุดว่า เป็นเพราะการจัดทำร่างกฎหมายลูกไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงได้เพิ่มการประชุมในวันเสาร์และวันอาทิตย์ พร้อมยืนยันว่า กรธ.ประชุมจัดทำร่างกฎหมายลูกอย่างเต็มที่ทุกวัน แต่หากเสร็จไม่ทันตามเวลา อาจจะต้องประชุมยาวไปถึงช่วงกลางคืนด้วย เพื่อให้ร่าง พ.ร.ป.ฉบับดังกล่าวแล้วเสร็จอย่างช้าภายในต้นเดือน ต.ค.นี้ โดยในวันนี้จะเริ่มพิจารณาทั้งฉบับตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งนี้ มีหลายหลักการในร่างดังกล่าวที่ได้ข้อสรุปเบื้องต้นบ้างแล้ว แต่จะแถลงให้ทราบในภายหลัง

    นายมีชัยกล่าวถึงการรีเซตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดปัจจุบันว่า กรธ.ยังไม่ได้มีการหารือ เพราะยังพิจารณาไม่ถึงในหมวดดังกล่าว ขณะที่ ป.ป.ช.จังหวัดนั้นยังให้คงมีอยู่ แต่กำหนดให้ทำงานในเชิงรุกมากกว่าการสอบสวน เน้นเรื่องประชาสัมพันธ์และการดูแลเรื่องทรัพย์สิน ส่วนอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. จะเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก

    "กลไกที่จะทำให้เกิดผลตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดนั้น เป็นเรื่องยากที่ต้องมาพิจารณากัน และพยายามปรับปรุงให้เดินหน้าเร็วขึ้น มีขั้นตอนมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการฟ้องคดี จะได้ไม่ต้องโยนกันไปโยนกันมาระหว่าง ป.ป.ช.กับอัยการ ต้องทำให้ชัดเจนว่าแต่ละฝ่ายมีเวลากี่วัน ใครต้องรับผิดชอบอย่างไร" นายมีชัยกล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น