เมื่อ(นัก)กฎหมายฟันธง 'ไม่ผิด'

  • Monday, September 25, 2017 - 00:00


    บุคคล "ทรงอิทธิพล" ที่สุดในวงการ "ข่าวสารไทย" คือ "นายแหล่งข่าว"!

    กรณี "๓ ตำรวจ" พายิ่งลักษณ์หนี

    เมื่อวาน (๒๔ ก.ย.๖๐) มติชนออนไลน์กับผู้จัดการออนไลน์ ไปสัมภาษณ์ "นายแหล่งข่าว" ผู้พิพากษาจากศาลยุติธรรม

    แล้วเสนอผ่าน "ข่าวออนไลน์" ด้วยข้อความ "ก๊อบปี้เดียวกัน"!

    เพื่อเป็นฐานประกอบ "แง่คิด-มุมมอง" ต่อเรื่องนี้

    ผมขออนุญาตสำนักข่าวทั้งสอง ยกข่าวนั้นมาประกอบการพูดคุยตรงนี้ด้วย ดังข้อความต่อจากนี้

    "แหล่งข่าวผู้พิพากษาจากศาลยุติธรรม กล่าวถึงข้อกฎหมายกรณีที่มีนายตำรวจขับรถช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีโครงการรับจำนำข้าว ให้เดินทางออกนอกประเทศว่า

    ตามกฎหมายนั้น ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๙

    จะเป็นความผิดต่อเมื่อศาลมีการออกหมายจับเเล้ว

    ซึ่งคดีนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่จำเลยไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา

    การกระทำที่จะเป็นความผิดตามมาตรา ๑๘๙ จะต้องเป็นการกระทำหลังจากที่ศาลออกหมายจับแล้วในวันที่ ๒๕ สิงหาคม

    ดังนั้น การพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปที่ใดก่อนวันที่ ๒๕ สิงหาคม ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำพิพากษา ย่อมไม่มีความผิด

    แต่ในเมื่อวันดังกล่าวไม่มีการส่งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์มาฟังคำพิพากษา นายประกันก็จะผิดสัญญาประกันที่ทำไว้กับศาล ศาลจึงมีหน้าที่ปรับนายประกัน

    และออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษา เนื่องจากเห็นว่ามีพฤติกรรมหลบหนี

    แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า หมายจับจะมีผลเริ่มตั้งแต่วันที่ศาลออกหมายจับ จนถึงวันที่ ๒๗ กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาลับหลัง

    ถ้าหลังจากวันที่ ๒๗ กันยายน ศาลพิพากษาลงโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ศาลก็จะออกหมายจับฉบับใหม่ ซึ่งเป็นหมายจับที่ให้นำตัวจำเลยมาลงโทษตามคำพิพากษาของศาล

    แต่ถ้ายกฟ้อง หมายจับที่เคยออกไว้เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ก็จะถูกยกเลิกไป

    เมื่อถามว่า นายตำรวจที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปยังจังหวัดชายแดนนั้น เป็นก่อนวันที่ศาลออกหมายจับวันที่ ๒๕ สิงหาคม จะมีความผิดอาญาหรือไม่

    แหล่งข่าวกล่าวว่า ไม่มีความผิดอาญา

    เพราะก่อนที่จะออกหมายจับย่อมสามารถที่จะพาไปที่ไหนก็ได้ในประเทศ จึงไม่ถือว่าเป็นความผิด

    เมื่อถามว่า ในเมื่อคนที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งศาลสั่งห้ามออกนอกประเทศ หลบหนีไปอยู่ในสถานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะมีความผิดในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

    แหล่งข่าวจากศาลยุติธรรมกล่าวว่า ไม่มีความผิด เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่าวันฟังคำพิพากษา ตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมาฟังคำพิพากษาหรือไม่

    'เขาไปสระแก้ว แต่บอกว่าตอนเช้าเขาจะขับรถกลับมาฟังคำพิพากษาก็ได้ หมายจับออกวันที่ ๒๕ สิงหาคม ฉะนั้นเวลานับจะเริ่มจากวันนั้น ถ้าพาคนที่ถูกหมายจับหลบหนีหลังวันที่ ๒๕ สิงหาคม ตรงนั้น จะเป็นความผิด

    ยิ่งถ้าคุณเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและคุณไม่ทำตามหน้าที่จะมีความผิด ซึ่งหมายจะใช้ถึงวันที่ ๒๗ กันยายน ซึ่งเป็นวันอ่านลับหลัง ถ้าวันนั้นยังไม่มาอีก หมายจับวันที่ ๒๕ สิงหาคมจะยกเลิก เพราะถือว่าอ่านลับหลังไปเเล้ว

    แต่ถ้ามีคำพิพากษาลงโทษจำคุก ก็จะออกหมายจับใหม่ เพื่อนำตัวมาลงโทษ

    ถ้ายกฟ้องหมายจับก็สิ้นสุด ขั้นตอนของหมายจับจะเเบ่งเป็น ๒ สเต็ป' แหล่งข่าวจากศาลยุติธรรมกล่าว"

    ครับ.......

    "นายแหล่งข่าว" พูดตาม "ข้อกฎหมาย" ในข่าวระบุอย่างนั้น

    โปรดเข้าใจว่า ไม่ใช่กฎหมายไคฟง หรือกฎหมายศรีธนญชัย

    หากแต่ มาตรา ๑๘๙ ที่อ้าง เป็นประมวลกฎหมายอาญาของไทยร้อยเปอร์เซ็นต์!

    ผมไม่ใช่ระดับ "อ่านกฎหมายรู้-ดูกฎหมายเป็น"

    เมื่อระดับนายแหล่งข่าวจากศาลยุติธรรมแจงเป็นประเด็นๆ ว่าตามเงื่อนกฎหมาย ๓ ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนี ไม่ผิด

    ผมก็ต้อง ครับ...ไม่ผิด!

    ตอน ๓ ตำรวจขับรถพายิ่งลักษณ์หนี ศาลยังไม่ออกหมายจับ ฉะนั้น ใครจะขับรถพาเธอไปไหน พาไปได้ทั้งนั้น

    นั่น ตาม "ข้อกฎหมาย" ของนายแหล่งข่าว............

    แต่ "ข้อเท็จจริง" ของเรื่องนี้ นายแหล่งข่าวยังไม่ได้นำมาประกอบการวินิจฉัยเพื่อดุลยธรรมด้วยแน่

    เพราะ "รายละเอียด" ที่เรียกสำนวนสอบสวนทั้งหมด ดูเหมือนยังเป็น "ความลับทางราชการ" ของทางตำรวจอยู่!

    เท่าที่นำมาพูดกัน...........

    พูดแบบ "ตัดตอน-ตัดประเด็น" คลุมๆ เครือๆ ไม่เคลียร์ให้ขาดในเรื่อง "พาหนีข้ามแดน"

    อ้าง "กระทบกระเทือนต่างประเทศ" ไปโน่น!

    ในการสืบสวนและสอบปากคำตำรวจทั้ง ๓ ถ้าสำนวนสอบสวน "ของจริง" กะพร่อง-กะแพร่ง เช่นนี้

    โดยเฉพาะประเด็น ขับส่งแค่ริมแดนไทย...........

    จากนั้น ปล่อยยิ่งลักษณ์ระหก-ระเหินไปตามยถากรรมดั่ง "นางมัทรี" เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่ทราบ

    และจะเข้าไปในเขมรหรือไม่อย่างไร?

    ก็เปล่าขับพาเข้าไป และเปล่ารู้-เห็น ด้วยประการทั้งปวง!

    ถ้าสำนวนสอบสวนเป็นดังนี้...........

    ก็สมควรแล้ว ที่มีคนเรียกร้องให้แยก "ฝ่ายสอบสวน" ออกไปจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ!

    แต่ผมมั่นใจ การสอบปากคำ ๓ ตำรวจ ถ้าสอบสวนเอากันจริงๆ

    จะต้องมีข้อมูลอันเป็นรายละเอียด ชนิดที่เรียกว่า มโหฬารพันลึกแน่!

    ดังนั้น ถ้านายแหล่งข่าว ได้ศึกษาเรื่องราวจากสำนวนสอบสวนครบถ้วนก่อน

    ดุลยธรรมในอรรถคดีที่ออกมา ไม่น่ายึดเพียง "ตัวกฎหมาย" โดยไม่ยึดข้อเท็จจริงประกอบในการฟันธง?

    ในความเข้าใจผม............

    กฎหมาย "ทางโลก" ก็ดี พระวินัย "ทางสงฆ์" ก็ดี ยึด "เจตนา" เป็นตัวบ่งชี้การกระทำ

    มนุษย์ มีคำว่า "เพราะ....." จึงเป็นมนุษย์

    ทุกเคลื่อนไหวมนุษย์ มีสติกำกับ การทำจึงอยู่บนฐาน "เหตุ-ผล"

    สัตว์ ไม่มีคำว่า "เพราะ......" จึงเป็นสัตว์

    การไม่มีสติกำกับนั่นแหละ จึงเคลื่อนไหวด้วย "สัญชาตญาณสัตว์" อย่างเดียว

    ดังนั้น ที่นายแหล่งข่าว ฟันธงว่า ๓ ตำรวจไม่ผิด และที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ บอกว่า ไม่มีข้อหา

    ก็ (อาจ) ถูกตามกฎหมายตามนัยท่าน

    แต่ในความเป็น "มนุษย์สังคม" เจตนาบนฐานสติ ในทุกพูด-คิด-ทำ นำมาใคร่ครวญแล้วก่อนชี้ขาดใช่ไหม?

    ผิด-ไม่ผิด "ตามกฎหมาย" หาได้ในกระบวนการศาล

    แต่ผิด-ไม่ผิด "ตามกฎสังคม" หาได้ในหมู่มนุษย์ผู้เจริญแล้ว

    พระสงฆ์ กินข้าวเย็น............

    ทางพระวินัย ปรับเป็นอาบัติปาจิตตีย์ คืออาบัติเล็กน้อย ปลงอาบัติก็หาย

    แต่ทางโลก การที่พระกินข้าวเย็นก็ดี ดื่มเหล้าก็ดี บิณฑบาตตามหน้าตลาดเวียนเทียนก็ดี

    เป็นโลกวัชชะ คือ ชาวบ้านติเตียน ถึงขั้นยอมรับไม่ได้

    ก็ปรากฏว่า พระกินข้าวเย็น ดื่มเหล้า เหล่านี้ ถูกจับสึกไปมากต่อมาก ทั้งที่โทษทางพระวินัย..จิ๊บจ๊อย

    การที่ ๓ ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนี อ้างว่ายังไม่ถึงกำหนดนัดศาล ถึงวันนัดอาจมาก็ได้

    ดังนั้น เมื่อยังไม่มีหมายจับจากศาล ใครจะพายิ่งลักษณ์ไปสระแก้ว-สระอโนดาต ได้ทั้งนั้น-ไม่ผิด นั้น

    ถามว่า "เจตนา" เอาไปไว้ที่ไหน?

    ก็รู้ด้วยกัน...สิ่งที่ทำจนเป็นคดี มันผิดหรือถูก และพรุ่งนี้ ต้องไปศาล ดังนั้น หนีก่อนดีกว่า

    ยิ่งลักษณ์ คือคน ไม่ใช่ หมา-แมว ที่ตำรวจขับรถพาไปส่งริมแดน แล้วจะชิ้ว..ชิ้ว..ให้มันวิ่งมุดหนีเข้าไปในอีกประเทศเอง

    ในความเป็นจริง ทั้งยิ่งลักษณ์ ทั้งตำรวจ "เป็นคน"

    การจะขับรถข้ามแดนเข้าไปส่งเอง หรือมีขบวนการมารับไปเป็นทอดๆ ต่าง "รู้" ด้วยเจตนาแห่งการทำทั้งสิ้น ว่า

    เพื่อให้ "หลบหนีคดีออกนอกประเทศ"

    ถึงยังไม่มีหมายจับ แต่มี "คำสั่งศาล" ก่อนหน้าแล้วว่า "ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ" เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

    แล้วแบบนี้ ๓ ตำรวจ ไม่เข้าข่ายสนับสนุนและทั้งช่วยเหลือให้ละเมิดคำสั่งศาลหรือ?

    คนอ่านกฎหมายรู้-ดูกฎหมายเป็น ว่าไม่ผิดกฎหมาย ผมก็ไม่โต้แย้ง แต่ขอบอกว่า............

    "ผิดศีลธรรมจรรยา" ทางสังคมอย่างยิ่ง

    พระกินข้าวเย็น ทางวินัยแค่ลหุกาบัติ แต่ทางสังคม เป็นโทษครุกาบัติ ฉันใด

    ตำรวจ "รู้เห็น-เป็นใจ" ให้จำเลยศาลและจำเลยสังคมหนี ทางกฎหมาย อาจเล็กน้อย แค่ดีดไข่คนละทีก็จบ

    แต่ ด้วยหลักนิติธรรม-ความโปร่งใส-ความมีส่วนร่วม-ความรับผิดชอบ ที่เรียก "สังคมธรรมาภิบาล"

    มันชั่วร้ายแรง สังคมยากยอมรับ!

    ๓ ตำรวจ ประพฤติเหมาะสมไหม ออกนอกพื้นที่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาคนไหน มีหน้าที่ขับรถให้ยิ่งลักษณ์ไหม สับเปลี่ยนทะเบียนรถส่อเจตนาไหม?

    ทำตามคำสั่งใคร..........

    ถ้าอ้าง ไม่ได้ขับพาข้ามแดน แล้วใครมารับไป ติดต่อกับใครบ้าง และทั้งหมด ทำด้วยเจตนาพายิ่งลักษณ์หนีออกนอกประเทศใช่ไหม?

    ใครว่าไม่ผิดกฎหมาย ก็เรื่องของท่าน.........

    แต่มัน "ผิดใจ" สังคมดุลยธรรม ซึ่งนั่นเรื่องของผมด้วย!

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น