ศัตรูที่เหลืออยู่ของรัฐบาลคสช.

  • Thursday, September 28, 2017 - 00:00


    เอาเป็นว่า...ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามที แต่การที่ ครม.ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ตัดสินใจซัมเมอร์ซอลท์ ลังกาหลัง 3 รอบ แถมใส่เกลียวอีกต่างหาก ย้ายพันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ กลับมานั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไปดังเดิม งานนี้...ถือได้ว่ามีส่วนช่วยให้รัฐบาล คสช.กลับมาสดชื่น ฟื้นสติจากอาการเมาหมัด ได้เป็นอย่างดี...
    -----------------------------------------------
    คือก่อนหน้านั้น...ต้องเรียกว่า จำบ้านเลขที่ จำมุมของตัวเองแทบไม่ได้ แทบคลานไปให้น้ำ ฟันยง ฟันยาง ปลิวกระเด็นไปที่ไหนไปแล้วก็ไม่รู้ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเพราะเจอหมัดฮุก หมัดสวิง หมัดตรง จากฝ่ายตรงข้ามเอาเลยแม้แต่น้อย แต่อาจเป็นเพราะฟุตเวิร์กมากไปหน่อย เริงระบำแบบผีเสื้อ ย็อกๆ แย็กๆ อย่างสนุกสนานเกินลิมิต ขามันเลยไปขัด ไปสะดุดหัวแม่ตีนตัวเองแบบไหน อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ เล่นเอาถึงขั้นล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้น กรรมการกรากเข้ามานับแปด ก็ยังทำตาลอยๆ คล้ายๆ อยากละเมอต่อไปเรื่อยๆ...
    --------------------------------------------------
    แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ...ถึงไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลชุดนี้ท่านออกจะ พลิ้ว ไม่ได้แข็งโด่เด่ เป็นไม้ท่อน เป็นสากกะเบือแต่อย่างใด รู้จักยืดๆ หยุ่นๆ ยืดได้-หดได้ ไม่ได้เป็นแค่ เป้านิ่ง ให้ใครต่อใครปาส้ม ปาเก้าอี้ จากชั้นริงไซด์ เข้าใส่ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง พ.ร.บ.ปฏิรูป-ปฏิรวบรัฐวิสาหกิจ เรื่องป่ากระทิงแดง ป่าเอ็ม 100 เรื่องปูหนีบ ปูหนี ท่านก็เด้งเชือก ฉากหลบ ตัดเวทีได้หมด อย่างมากก็เฉียดหน้า เฉียดขา แค่เลือดออกซิบๆ ไม่ถึงกับกรามค้าง ทรุดฮวบกลางเวทีแต่อย่างไร เหลือแต่เรื่องพันตำรวจโท พงศ์พร นี่แหละ ที่ดันไปสะดุดหัวแม่ตีนอีท่าไหน ต่ออีท่าไหน ก็มิอาจทราบได้ เล่นเอาออกอาการละเมอ ทั้งๆ ที่กรรมการนับ 8 ไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...
    --------------------------------------------------
    แต่ก็ด้วยการซัมเมอร์ซอลท์ ใส่เกลียว 3 รอบ ไม่เพียงแต่นำเอาผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม เปลี่ยนบทบาทความรับผิดชอบ จากที่เคยขึ้นอยู่กับสายอมสิน สุวพอง ไปจนถึงเครือกล้ง เครือกล้วย กลายมาเป็นสายรองนายกฯ รายใหม่เท่านั้น แต่ยังอาศัย การปฏิบัติ โดยไม่ต้องเสียเวลาพูดจากันในวันศุกร์ วันเสาร์ เอาเลยแม้แต่นิด เดินหน้าปราบทุจริตอมเงินทอนวัด ชนิดลึกไปถึงริดสีดวงทวารของพระผู้ใหญ่ ผู้น้อย ไม่ว่าชั้นเทพ ชั้นเทวดา หรือสวรรค์ชั้นใดๆ ก็แล้วแต่ แต่ถ้าหากขัดกับกฎหมายซึ่งมนุษย์เขียนขึ้นมาบังคับใช้กับผู้คนในสังคมซะอย่าง มีสิทธิ์สวรรค์ร่วง สวรรค์ล่ม เอาง่ายๆ...
    --------------------------------------------------------
    อันนี้นี่แหละ...ที่มันเลยส่งผลให้ผู้คนออกอาการกรี๊ดๆ กร๊าดๆ ซี้ดๆ ซ้าดๆ พลิกกลับมาส่งเสียงเชียร์ ตี...ตี...ตี ชนิดสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเวทีราชดำเนิน ยิ่งโดยเฉพาะในโลกโซเชียล มีเดีย ด้วยแล้ว ยิ่งออกอาการออกัสซั่มพลั่กๆๆ เอาเลยก็ว่าได้ แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยลักษณะอาการเช่นนี้ ก็อย่าเพิ่งถึงกับต้องไปกระดี๊กระด๊าอะไรกันมากมาย เพราะมันมีขึ้น-มีลง ขึ้นได้-ก็ลงได้ และลงได้-ย่อมขึ้นได้ อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะสามารถจำแนก แยกแยะ อารมณ์ กับ เหตุผล แล้วนำมาหลอมรวมเป็นการปฏิบัติ อันตั้งมั่นอยู่บนความถูกต้องตามครรลองคลองธรรมได้มาก-น้อยขนาดไหน...
    -------------------------------------------------------
    ส่วนเรื่องของปูหนีบ ปูหนี...เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว มันคงแทบไม่มีราคาอะไรมากมายซักเท่าไหร่ แม้แต่พี่ปู อย่าง ทักษิณ ก็เถอะ!!! จะก้าวข้าม หรือจะเหยียบ ก็คงไม่ได้ส่งผลอะไรต่อความเป็นไปของบ้านเมืองกี่มาก-น้อย พูดง่ายๆ ว่า...แทบไม่มีฝ่ายตรงข้าม ไม่เหลือคู่ต่อสู้รายใดที่จะต้องวิตก กังวล อีกต่อไปแล้ว แต่นั่นก็ใช่ว่า...นับจากนี้จะสามารถปอกกล้วยเข้าปากได้แบบสบายๆ เพราะคู่ต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุด และเอาเรื่องที่สุด ก็คือ ตัวของรัฐบาลเอง นั่นเอง ที่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง ล้มคว่ำ คะมำหงาย ถึงขั้นอาจน็อกกลางอากาศเอาดื้อๆ...
    -------------------------------------------------------
    ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า...ยังมีอีกหลายเรื่อง ต่อหลายเรื่อง ที่มันออกมาในแนวนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนด ทิศทางประเทศไทย ในอีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้า การแก้โจทก์การ ปฏิรูป ในเรื่องต่างๆ ไม่ให้ออกมาในแนว ปฏิรูด หรือหนักไปทางรูดไป รูดมา ออกัสซั่มกันในหมู่พวกเดียวกันเองอะไรประมาณนั้น รวมทั้งเรื่องที่ออกจะใหญ่โตเอามากๆ คือการกำหนดระยะห่าง ระยะเคียง ระหว่างพลังอำนาจนอกประเทศ หรือ ปัจจัยภายนอก ที่สาดซัดเข้ามาในทุกทิศทุกทาง ก็เอาเป็นว่ายังไงๆ...ขออวยพรให้โชคดีก็แล้วกัน ให้สมกับความมุ่งมั่น พยายาม ความพากเพียรที่ได้ทุ่มเทลงแรง มาแล้วถึง 3 ปีกว่าๆ แม้ว่าเมื่อมาถึง ณ จุดจุดนี้...มันคงต้องอาศัย สติ และ ปัญญา อยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่สติและปัญญาที่ว่า...ก็คงไม่ได้ถึงกับเป็นอะไรที่สลับซับซ้อน ยากเย็น แสนเข็ญ มากมายเกินไปนัก คือเอาเข้าจริงๆ แล้ว...ก็แค่สติ-ปัญญาในการแยกดี-แยกชั่ว แยกถูก-แยกผิด หรือสติ-ปัญญาที่ ธรรมชาติ ท่านได้มอบติดตัวมาให้กับมวลมนุษย์ทุกผู้ ทุกนาม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเดินไปสู่หนทางที่ถูกต้อง ตามครรลองคลองธรรมนั่นแล...
    ---------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Lao-tse... “He who conquers is strong ; he who conquers himself is mighty.- ผู้ที่พิชิตผู้อื่นคือผู้เก่งกล้า ผู้ที่พิชิตตนเองคือผู้เกรียงไกร...”
    ---------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น