ยิ่งลักษณ์ 'ไปแล้วก็ต้องไปลับ'

  • Thursday, September 28, 2017 - 00:00


    คนเรานี่ก็แปลก...........?

    ตอนแม่ดอกลำโพงอยู่ก็ไล่ ยังกะเห็นเป็นเสนียดจัญไรแผ่นดินอย่างนั้นแหละ

    ครั้นเธอไปจริงๆ...........

    เมื่อวาน (๒๗ ก.ย.๖๐) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำตัดสินลับหลังจำเลย

    ยังไม่ทันจบ ในคดีว่าด้วยอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ปล่อยปละละเลยโครงการรับจำนำข้าวทำให้เกิดการทุจริตเสียหายหลายแสนล้าน

    "นอกศาล" เซ็งแซ่แต่เสียงถาม.........

    "ยิ่งลักษณ์หนีไปอยู่ไหน...ยิ่งลักษณ์หนีไปอยู่ไหน?"

    เธอจะไปซุกหัวอยู่ไหน ก็เป็นทางที่เธอเลือกแล้ว จะต้องไปอาลัย-อาวรณ์อะไรกันนักหนา

    อยากให้อยู่เป็นขวัญถุงประเทศมากนักหรือไง?

    เราเคยคุยกันไปแล้วว่า.......

    เมื่อเธอไม่ไปตามที่ศาลนัดเมื่อ ๒๕ สิงหา และศาลนัดใหม่ ให้มาฟังคำตัดสินคดีอีกครั้งเมื่อวาน (๒๗ ก.ย.) แต่เธอก็หายจ้อย นั้น

    ช่วงก่อนถึง ๒๗ กันยา เธอจะต้องเป็นปูมุดรูอย่างเดียว ไม่ยอมโผล่ให้ใครรู้ว่าอยู่ไหนแน่นอน

    มันเป็นเชิงกลทางประเมิน "เผื่อรุก-เผื่อถอย" น่ะ

    แต่เมื่อศาลอ่านคำตัดสิน รู้ผลเป็นที่เบ็ดเสร็จ "คุก ๕ ปี" และศาลออกหมายจับ!

    นั่นถือว่า อนาคตและชีวิตเธอ ต่อจากนี้ ถึงเวลาต้องขีดเส้นแดง ๒ เส้น ใต้ "คำตอบชีวิต" แล้ว

    จะกลับมาเป็น "ขวัญใจเจ้าทุย".........

    หรือไม่กลับ หนึ่งริ-หนึ่งยำ เอาเงินที่โกงไม่เป็นไร หาซื้อเกาะร้างซักเกาะ แถวๆ แอฟริกา

    แล้วตั้งประเทศ "ชินจนตาย" อยู่กันที่นั่น!?

    ไปต้องไปเซ้าซี้นายกฯ ตู่ รองนายกฯ ป้อม ให้เป็นที่จั๊กจี้หัวใจคนแก่หรอกว่า ยิ่งลักษณ์อยู่ไหน

    นอนหลับ-ฝันดีอยู่กะบ้านกันนั่นแหละ

    เดี๋ยว..ไม่เจ้าตัวยิ่งลักษณ์ ก็เจ้าตัวพี่ชาย หรือนังตัวหลาน โผล่หน้า มาทวีต สไกป์ หรือไม่ก็ โพสต์เฟซ

    "ยู้ฮู..ยู้ฮู..ปูสู้ตายคารูประชาธิปไตยอยู่นี่ไงคะ จุ๊บ..จุ๊บ"!

    คือไม่ว่าเธอจะตัดสินใจแบบไหน?

    กลับมาตายบ้าน หรือหนีไปจนตาย มันถึงเวลาที่เธอต้องโผล่ออกมาล่อหน้า-ล่อตา ทั้งกับลุงตู่ ปู่ป้อม และคนไทย ว่าปูอยู่นี่ไง

    เหมือนครั้งเจ้าพี่ชาย .........

    หนีแล้ว ทั้งพ่อ-แม่-ลูก ไปชักแถวเรียงหนึ่งกลางถนนลอนดอน แล้วถ่ายลงรูปเฟซเย้ย!

    ยิ่งลักษณ์ก็จะไม่พ้นแนวนี้ จะที่อังกฤษ ที่ดูไบ หรือที่ประเทศไหนก็ช่างมัน สำหรับผม "ยินดี" สถานเดียว

    ถ้าสถานที่นั้น ไม่ใช่ประเทศไทย!

    ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เธออุทธรณ์คำตัดสินศาลฎีกาฯ นี้ได้ แต่ตัวเธอจะต้องมายื่นอุทธรณ์เอง

    ด้วยลีลานี้ เธอน่าจะปล่อยให้คดีถึงที่สุด คือภายใน ๓๐ วันที่ให้อุทธรณ์ เธอไม่มาแน่

    เมื่อไม่มา คดีเป็นอันสิ้นสุด ก็ถามกันว่า ด้วยโทษคุก ๕ ปี ยิ่งลักษณ์ต้องหนีกี่ปี คดีถึงจะหมดอายุความ?

    ตรงนี้สับสนกันมาก เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๘ บอก โทษคุก ๑-๗ ปี มีอายุความ ๑๐ ปี

    คือ อย่างยิ่งลักษณ์ หนีไป ๑๐ ปี คดีหมดอายุความไปเอง!

    ก็เข้าใจกันอย่างนี้.........

    เพราะตอนนี้ กฎหมายลูกว่าด้วยศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ที่ว่า "หนี..ไม่นับอายุความ" ยังไม่ประกาศใช้

    โปรดเข้าใจกันใหม่ให้ถูกต้อง

    ก่อนอื่น ต้องดูให้ชัดว่า ที่ศาลตัดสินจำคุกยิ่งลักษณ์ ๕ ปี ด้วยความผิดตามมาตราไหน?

    เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ (เดิม) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑

    ด้วยความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา ๑๒๓/๑

    ตรงนี้แหละ..........

    ที่เข้าใจกันว่ามีอายุความ ๑๐ ปี "ไม่มีแล้วครับ" ถ้าจะหนี ยิ่งลักษณ์ต้อง "หนีไปจนตาย"!

    เพราะด้วยมาตรา ๑๒๓/๑ ตาม พ.ร.บ.นี้ โทษ "ไม่นับอายุความ"

    กลับเข้ามาวันไหน จะ "กี่ปี-กี่ชาติ" ก็ตาม ต้อง "เข้าคุก" วันนั้น

    ผมพูดเอง ไม่น่าเชื่อถือ

    ท่าน "ชูชาติ ศรีแสง" อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ fb เป็นวิทยาทานไว้เมื่อวาน จะยกมาให้เป็นที่ "สิ้นสงสัย" กัน ดังนี้

    Chuchart Srisaeng

    .....ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

    มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ให้ลงโทษจำคุก ๕ ปี

    .....การที่ศาลฎีกาฯ พิพากษาให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑

    มีผลให้นำมาตรา ๗๔/๑ มาใช้บังคับแก่นางสาวยิ่งลักษณ์ได้ด้วย

    .....มาตรา ๗๔/๑ บัญญัติว่า

    ในการดําเนินคดีอาญาตามหมวดนี้ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจําเลยหลบหนีไป ในระหว่างถูกดําเนินคดีหรือระหว่างการพิจารณาของศาล

    มิให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจําเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ

    และเมื่อได้มีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจําเลย ถ้าจําเลยหลบหนีไปในระหว่างต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ

    มิให้นําบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๘ มาใช้บังคับ

    .....ตามบทบัญญัติของมาตรา ๗๔/๑ หมายความว่า

    เมื่อศาลลงโทษจำคุกนางสาวยิ่งลักษณ์ ๕ ปี การที่นางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนี

    มิให้นำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๘ ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอายุความการลงโทษ

    เช่น ถ้าจำเลยถูกลงโทษจำคุก ๕ ปี ถ้าไม่ได้ตัวจำเลยมาจำคุกภายใน ๑๐ ปี ก็เป็นอันล่วงเลยการลงโทษ จะลงโทษจำเลยคนนั้นไม่ได้อีก

    .....แต่เมื่อมาตรา ๗๔/๑ บัญญัติไม่ให้นำมาตรา ๙๘ มาใช้บังคับ จึงหมายความว่า

    กรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ว่าจะหลบหนีไปกี่ปี เช่น ๑๐ ปี ๑๕ ปี หรือ ๒๐ ปี ก็ไม่ล่วงเลยการลงโทษ

    คือได้ตัวนางสาวยิ่งลักษณ์มาเมื่อใด ก็สามารถนำตัวมาลงโทษจำคุกตามคำพิพากษาได้

    .....สรุปว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องหลบหนีไปตลอดชีวิต ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ไม่อาจเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้อีก

    เพราะถ้าเข้ามา ก็ต้องถูกจับกุม นำตัวไปคุมขังในเรือนจำ ๕ ปี ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ"

    ถ้าปูหรือใคร ยังข้องใจ........

    เปิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.ฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๕๔ อ่านดู เพราะมีแก้ไข-เพิ่มเติมเป็นลำดับ!

    อาจอยากทราบกัน ที่ยิ่งลักษณ์ติดคุก ๕ ปี นั้น ผิดประเด็นไหน?

    ก่อนอื่น ต้องบอกว่า "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง" ยุคนี้ เป็นยุคดิจิทัล ๔.๐ จริงๆ

    ตัดสินปุ๊บ นอกจากเผยแพร่คำพิพากษาเป็นเอกสารข่าว "ศาลฎีกาฯ" ปั๊บแล้ว

    กองการนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม ยัง PRESS RELEASE คำพิพากษาเป็นภาษาอังกฤษ

    แจกจ่ายไทย-เทศ ไปทั่ว!

    ไม่รู้ CNN, BBC เอาไปอ่านออกจอหรือยัง น่าจะอ่านแล้วนะ ถ้าอ่าน ผมก็สบายใจ สองศรีพี่น้องคงได้นอนดูเพลินไปแล้ว

    ขอสรุปจากข่าวศาลฎีกาฯ ประเด็นใดผิด-ไม่ผิดไว้นิด ดังนี้

    การดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวเปลือกทั้ง ๕ ฤดูกาลผลิต แม้พบความเสียหาย เช่น สวมสิทธิ์การรับจำนำข้าว นำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์

    ข้าวสูญหาย ออกใบประทวนเป็นเท็จ ใช้เอกสารปลอม โกงความชื้นและน้ำหนักเพื่อกดราคารับซื้อจากชาวนา ข้าวสูญหายจากโกดัง ข้าวเสื่อมสภาพ ข้าวเน่า ข้าวไม่ตรงตามมาตรฐานกระทรวงพาณิชย์

    เป็นความเสียหายที่เกิดจากฝ่ายปฏิบัติ

    ยิ่งลักษณ์ในฐานะประธาน กขช.กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อป้องกันความเสียหายไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มโครงการ

    อีกทั้งเมื่อพบความเสียหาย ก็ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันความเสียหายแล้ว

    กรณี ความเสียหายในส่วนนี้...........

    "ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ"

    ประเด็นระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ มีคำวินิจฉัยว่า

    "ตามพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า จำเลยทราบว่าสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญาให้รัฐวิสาหกิจจีนต่อไปอีก อันเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่น

    การกระทำของยิ่งลักษณ์จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ (เดิม) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ลงโทษจำคุก ๕ ปี"

    หนีไปเถอะนะคนดี ชาติหน้าถ้ามี ก็ไม่ต้องกลับมา.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น