เลือกตั้งทำให้คนเปลี่ยน?

  • Friday, September 29, 2017 - 00:00


    ทำไม อองซาน ซูจี ก่อนและหลังเลือกตั้งปี ๒๕๕๘ ถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน?

    คงต้องย้อนกลับไป ในการเลือกตั้งทั่วไปปี ๒๕๓๓ ที่พรรค NLD ของซูจี ได้คะแนนเสียงทั้ง ๓๙๒ จาก ๔๘๕ ที่นั่ง แต่เธอกลับถูกรัฐบาลทหารพม่ากักบริเวณให้อยู่ในบ้านพักตั้งแต่ปี ๒๕๓๒

    รัฐบาลทหารในนามของ “สภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ” พยายามยื่นข้อเสนอการถ่ายโอนอำนาจให้แก่ซูจี โดยให้ซูจียุติบทบาทการปลุกระดมทางการเมือง

    แต่...ซูจีปฏิเสธข้อเสนอ

    รัฐบาลทหารจึงมีคำสั่งยืดเวลาการกักบริเวณเธอไปเรื่อยๆ

    นั่นทำให้คณะกรรมการโนเบลแห่งประเทศนอร์เวย์ ประกาศชื่อซูจีเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในปี ๒๕๓๔

    จากนั้นรางวัลก็ไหลมาเทมา

    ปี ๒๕๓๕ ได้รับรางวัลชวาหระลาล เนห์รู เพื่อความเข้าใจระหว่างประเทศ (Jawaharlal Nehru Award for International Understanding) โดยรัฐบาลอินเดีย

    ปี ๒๕๕๐ รัฐบาลแคนาดาประกาศให้เธอเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของประเทศ เป็นคนที่ ๔ ที่ได้รับเกียรตินี้ ปี ๒๕๕๕ ได้รับเหรียญทองรัฐสภา ซึ่งร่วมกับเหรียญเสรีภาพประธานาธิบดี เป็นเกียรติยศพลเรือนสูงสุดในสหรัฐอเมริกา

    ปี ๒๕๕๗ นิตยสารฟอร์บส์จัดให้เธอเป็นหญิงทรงอำนาจที่สุดในโลกอันดับที่ ๖๑

    นั่นคือซูจีที่โลกรู้จักก่อนการเลือกตั้งปี ๒๕๕๘

    โฟกัสไปที่ปี ๒๕๓๔ ที่ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จากการต่อสู้โดยสันติวิธี ในการเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

    เธอได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากทั่วโลก

    และเป็นแบบอย่างการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในหลายๆ ประเทศ

    แต่กรณีการอพยพของชาวโรฮีนจาหลายแสนคนจากรัฐยะไข่ไปยังบังกลาเทศ ซูจีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีประจำทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งจริงๆ แล้วเธอคือผู้มีบารมีเหนือรัฐบาลพม่า ถูกตั้งคำถามจากสังคมโลกว่า ทำไมถึงละเลย!

    หลังเลือกตั้งปี ๒๕๕๘ ซูจีเป็นนักการเมืองเต็มตัว จากที่เคยได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ วันนี้ถูกตั้งคำถามถึงการแก้ไขปัญหาชาวโรฮีนจาไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐบาลและกองทัพของเธอเอง

    จากการเลือกตั้งพม่าได้มาซึ่งประชาธิปไตย ซูจีได้อำนาจในการปกครองประเทศ แต่ทำไมความเป็นนักสิทธิมนุษยชนในตัวเธอถึงลดลง

    จนมีเสียงเรียกร้องให้ริบรางวัลโนเบลคืน

    การเลือกตั้งทำให้ซูจีเปลี่ยนไปอย่างนั้นหรือ?

    โดยหลักการระบอบประชาธิปไตยคือระบอบการปกครองที่รับประกันถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่าระบอบการปกครองอื่นๆ

    กลับกัน ระบอบประชาธิปไตยไม่ได้รับประกันว่านักการเมืองจะรักษาผลประโยชน์ของประชาชน แต่เป็นระบอบการปกครองที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านักการเมืองพยายามหาทางรักษาคะแนนเสียงของตัวเอง แม้จะต้องเปลี่ยนอุดมการณ์ก็ตามที

    การเลือกตั้งจะทำให้ซูจีเปลี่ยนไปหรือไม่? แต่ที่แน่ๆ เธอเปลี่ยนไปหลังการเลือกตั้ง และได้อำนาจมาอยู่ในมือ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น