เมื่อ 'พระยาเหยียบเมืองลุงแซม'

  • Saturday, September 30, 2017 - 00:00


    ผมจำไม่ได้ว่า..........

    เคยมี "นายกรัฐมนตรี" ไทยคนไหน?

    ที่สหรัฐฯ เคยเชิญไปเป็นแขกของทำเนียบขาวบ้าง?

    เห็นแต่ที่ไปร่วมวงประชุมยูเอ็นหรือวงประชุมระดับผู้นำหลายๆ ประเทศ และมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมด้วย

    โอกาสนั้น ..........

    ก็มีการพบปะแบบหมู่บ้าง แบบสองต่อสองบ้าง จับไม้-จับมือกัน ให้ปรากฏเป็นภาพต่อสาธารณะ

    แต่แบบที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เชิญเป็นทางการ ไปเป็นแขกทำเนียบขาว พูดคุยกันแบบทวิภาคี นั้น

    ผมก็ว่า "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" นี่แหละ เป็นคนแรก

    แรก-ในฐานะนายกรัฐมนตรีไทย

    และ...........

    แรก-ในฐานะ "นายกฯ รัฐบาลเผด็จการ" ที่ไปเหยียบทำเนียบขาว!

    ทราบกันแล้วมิใช่หรือ?

    ประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ของสหรัฐฯ เชิญนายกฯ ประยุทธ์ไปพบปะที่ทำเนียบขาว

    ในวันจันทร์ที่ ๒ ตุลาที่จะถึงนี้!

    เดิมนัดพบกันวันอังคารที่ ๓ ตุลา แต่ด้วยเหตุผลของฝ่ายสหรัฐฯ ร่นขึ้นมาเป็นวันที่ ๒ ตุลา

    "ผู้นำทั้งสองชาติจะหารือแนวทางในการสร้างความเข้มแข็ง และขยายความสัมพันธ์แบบทวิภาคี และพัฒนาความร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก"

    นี่เป็นเนื้อหาปรากฏในแถลงการณ์ "เป็นทางการ" ของสหรัฐฯ ล่าสุด

    หมายความว่า วันนี้-พรุ่งนี้ นายกฯ ประยุทธ์กับคณะ ต้องออกเดินทางแล้ว

    ดีซะอีก...........

    ไปเร็ว ก็หนุ่มขึ้น ข้ามซีกโลกถึงสหรัฐฯ ปุ๊บ กำไรชีวิตปั๊บ ๑ วัน!

    เท่าที่อ่านตามข่าว คณะที่จะไป เฉพาะทีม ครม.มี รองนายกฯ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รมว.ต่างประเทศ "ดอน ปรมัตถ์วินัย"

    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ และพลเอก อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม

    ส่วนฝ่ายพ่อค้า-นักธุรกิจ และนักอื่นๆ ผมไม่ทราบ

    เท่าที่ดูรายชื่อ ก็พอเดาได้ "สหรัฐฯ-ไทย" จะคุยเรื่องอะไรกันบ้าง และด้านไหน เพื่อการตกลงกัน?

    การที่สหรัฐฯ ซึ่งยกประเทศตัวเองเป็น "ต้นธง" ประชาธิปไตย ถึงขั้นตราเป็นกฎหมาย ไม่คบผู้นำเผด็จการ

    แล้วจู่ๆ วันนี้ ..........

    ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดทำเนียบขาว เชิญนายกฯ เผด็จการ "พลเอกประยุทธ์" ไปเยือนเป็นทางการ

    ท่านคิดว่า การที่ประเทศ "คบผลประโยชน์เป็นมิตร" อย่างสหรัฐฯ เป็นสำรวยลืมคำเช่นนี้

    เพราะ รักพลเอกประยุทธ์...รักประเทศไทย

    หรือ สหรัฐฯ ต้องการ "ผลประโยชน์" อันเขาหาจากที่อื่นไม่ได้ นอกจากประเทศไทย

    ผ่านความเป็น "องค์รัฏฐาธิปัตย์" ของพลเอกประยุทธ์?

    ทางการค้า-การลงทุน-การเป็นมิตรน่ะ สำหรับสหรัฐฯ ไทยแค่เกิบเก่าๆ ใส่ตอนเข้าห้องน้ำ

    มีแต่ยุทธศาสตร์ "ทางการทหาร" เท่านั้น สหรัฐฯ จะนอนไม่หลับเลย

    ถ้าไม่มีไทยเป็น "หมอน" หนุน!

    ไทยเหมือน "ขาไพ่" ร่วมวง ก็ไม่เฉพาะเราหรอก ทั้งเอเชีย-อาเซียน ต่างก็รู้ ขึ้นชื่อว่าการพนัน "โกงทั้งนั้น" และไม่มีวันชนะเจ้ามือ

    รู้-ทั้งรู้ แต่ก็ต้องเล่น ..........

    สิ่งที่ทำได้ คือ จะใส่มาก-ใส่น้อย "ดูตามหน้าไพ่" ในแต่ละตา!

    คนเลี้ยงหมูบ้านเราจ้องกันตาเขม็ง ทรัมป์บีบให้ซื้อเครื่องบิน ซื้ออาวุธพอว่า

    แต่ถ้าทรัมป์ "บีบขายหมู" นายกฯ ตู่จะเล่นเกมนี้ยังไง?

    ถ้ายอม คงต้องถูกคนเลี้ยงหมูสับเป็นบะฉ่อ ตั้งแต่ยังไม่ทันกลับถึงประเทศแน่!

    แต่ผมว่านะ ทุกเรื่องแหละ ไม่ว่าระดับประเทศ ระดับบุคคล การจะ "เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว" ไม่มีใครยอมใครหรอก

    ก็ต้อง "เขามั่ง-เรามั่ง"..........

    ขึ้นชื่อว่า "แลกเปลี่ยน" อยู่ที่ว่าแต่ละฝ่าย "ยอมรับได้" ในจุดไหน ไม่มีหรอก ที่จะเสียหรือได้ฝ่ายเดียว!

    เหนืออื่นใด แค่ "นายกฯ เผด็จการ" ได้ไปเหยียบศูนย์กลางจักรวาลอำนาจสหรัฐฯ ที่เรียก "ทำเนียบขาว"

    ได้-เสีย อะไรบ้าง ผมไม่รู้...........

    แต่ที่แน่ๆ ไทยได้ "ดุลการเมือง" ล้านเปอร์เซ็นต์!

    นายกฯ ประยุทธ์ ไม่ใช่นักการเมืองประเภท "แปลงประเทศเป็นทุน" ของพรรค-ของพวก-ของโคตรเหง้าตัวเอง

    ฉะนั้น ที่ว่าไปเที่ยวนี้จะเสียท่า-เสียประโยชน์ให้ทรัมป์ ก็พูดกันไปตามประสาสังคมไม่คิดมาก ค้านไว้ก่อน ด่าไว้ก่อน มันเท่!

    การพบปะกันระหว่างทรัมป์-ประยุทธ์ ต้องเข้าใจ เป็นบุคคลในตำแหน่งผู้นำประเทศ

    ดังนั้น การเจรจาทำความตกลงกันแต่ละเรื่อง ไม่ใช่ทรัมป์ตกลงกับประยุทธ์ หรือประยุทธ์ตกลงกับทรัมป์ เป็นการส่วนตัว

    หากแต่ เรื่องที่ผู้นำทั้งสองตกลงกันนั้น เป็นข้อตกลง "ทางการ" อันมีผลผูกพันประเทศทั้งสอง

    แม้ "ผู้นำ" ที่ลงนาม สิ้นอำนาจ หรือสูญหายตายจาก ข้อตกลงก็ยังมีผลอยู่!

    นั่นคือ ทุกเรื่อง "ผู้นำลงนาม" แค่ฉาก

    แต่เบื้องหลังฉาก "ฝ่ายปฏิบัติ" คือ ข้าราชการประจำ "ทั้งสองฝ่ายเถียง-ทะเลาะ-ต่อรอง" เรียกว่า "คัดท้าย" กันมาเรียบร้อยก่อนแล้วทั้งนั้น

    พูดนี่ ไม่ใช่อะไรหรอก............

    มีบางคนไม่ให้ราคาทรัมป์ ประมาณว่า ทั้งพูด-ทั้งทำ "ไม่น่าเชื่อถือ" ไม่มีใครอยากพบ-อยากคุยด้วยซักเท่าไหร่ แล้วเราจะไปทำไม?

    เทน้ำหนักไปให้จีน-รัสเซียหมด!

    พวก "ดูหนังตัวอย่าง" แล้วสรุปจบ ก็แบบนี้ ต้องเข้าใจให้ชัด คุยกะทรัมป์น่ะใช่

    แต่ที่ตกลงอะไรกัน ตกลงกับประเทศสหรัฐฯ ไม่ใช่ตกลงกะทรัมป์

    และอีกอย่าง อินกะข่าวโลกน่ะอินได้.........

    แต่ที่จะเปลี่ยน "ขั้วโลก-ขั้วอำนาจ" จากเหนือเป็นใต้ จากตะวันตกเป็นตะวันออก นั่นน่ะ

    เอาเป็นแค่น้ำจิ้ม "ชั่วมื้อ-ชั่วคราว" เหอะ อย่าให้ข่าวลากไปลงรูมิดหัว-มิดหูถึงขนาดนั้นเลย!

    ไม่เถียง ประเทศโน้น-ประเทศนี้ ทั้งจีน-รัสเซีย-เกาหลีเหนือ-อิหร่าน มีอาวุธมหาประลัย ซดกับสหรัฐฯ ได้ทั้งนั้น

    เรียกว่า "มีมือ-มีตีน" เหมือนกัน ต่อยกันเมื่อไหร่ก็ได้!

    ขอถามคำ...อินเทอร์เน็ตของใคร?

    ของ กระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ

    โลกยุคไอทีวันนี้ เมนเฟรมที่เก็บโปรแกรมผู้ใช้การสื่อสารทั้งโลกอยู่ไหน?

    อยู่สหรัฐฯ

    แค่ "เฟซบุ๊ก" ของ "มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก" ล่ม ยังจะเป็น-จะตายกันทั้งโลก

    ฉะนั้น โลกใต้อำนาจไอที คือโลกใต้อำนาจสหรัฐฯ!

    ใครทำอะไรในโลกนี้ แม้มดแอบยิ้ม สหรัฐฯ รู้หมด-เห็นหมด

    สงครามน่ะ......

    รบกันด้วยอาวุธก็จริง แต่ขับเคลื่อนด้วยไอที ใครแค่ขยับ สหรัฐฯ รู้เแล้ว เพราะสหรัฐฯ คือ "อาจารย์ใหญ่" ไอที

    ที่คิดกันว่า "สหรัฐฯ หมดน้ำยา" อย่าเพิ่งเพ้อ!

    ต้องไม่ลืม โลกยุคนี้ สื่อสารไอทีครองโลก และเจ้าไอทีคือสหรัฐฯ!

    นายกฯ ลุงตู่ไปพบทรัมป์ ผมไม่หวั่นแทนลุงตู่

    ถ้า "คุณชายปรีดิยาธร" ยังอยู่ ไปด้วยก็ดีซี เพราะเขาเรียนร่วมรุ่นกัน

    คนที่ผมหวั่นแทนคือทรัมป์..........

    เพราะดูท่ารัฐสภาเขา "ถอดถอน" ออกจากตำแหน่งแน่!

    นายกฯ ตู่ อาจเป็น "ผู้นำเผด็จการ" คนแรกและคนสุดท้ายก็ได้ ที่ทรัมป์ในฐานะ "ประธานาธิบดี"

    ได้เช็กแฮนด์.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น