ยังจำไม่รู้เลือน

  • Sunday, October 1, 2017 - 00:00

    เขาถามว่าเรายังจำ 11 ปีที่ผ่านไปได้ไหม เราบอกว่าเราจำได้มากกว่า 11 ปีด้วยช้ำไป เราจำได้ตั้งแต่ปี 2544 มาจนถึงปัจจุบัน ที่เราจำได้มากขนาดนั้น เพราะมันเป็นความผิดหวัง ความเสียใจ ความเจ็บซ้ำที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจบ้านเมืองขึ้น

    เราจำได้ว่าเมื่อพันธมิตรเขาชุมนุมกัน เราติดตามชมทาง ASTV อยู่นานแสนนาน มีทั้งเรื่องที่เรารู้เชิงประจักษ์มานานแล้ว และมีทั้งเรื่องใหม่ๆ ที่เราไม่รู้มาก่อน ที่เมื่อรวมกันแล้ว ทำให้เรามั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนดี เขาเป็นคนขี้โกง เป็นคนที่เอารัดเอาเปรียบคนอื่นและเขาเป็นอันตายต่อประเทศชาติ เรายังคงติดตามชมอยู่ โดยไม่มีส่วนร่วมในการเป็นผู้บรรยายให้ความรู้กับประชาชน ทั้งๆ ที่มีแกนนำโทรมาชวนหลายครั้งแล้ว

    และแล้ววันหนึ่ง เราต้องตัดสินใจขึ้นเวที เพราะตอนนั้นเราเดินทางไปต่างจังหวัด แวะเติมน้ำมัน มีกำนันคนหนึ่งที่น่าจะจำเราได้ว่าเราเป็นใคร เดินเข้ามาถามว่า "เขาคนนั้น" ผิดอย่างไร ไม่เพียงแต่เขาจะถามเราว่า "เขาคนนั้น" ผิดอย่างไร เขายังแสดงความชื่นชม "เขาคนนั้น" อีกด้วยว่า "ผมเป็นกำนันมา 10 ปีกว่า เงินเดือนไม่เคยขึ้นเลย แต่ตอนนี้เงินเดือนผมขึ้น 1,000 บาท" ไม่เพียงเท่านี้ เขายังชี้ไปที่ญาติพี่น้องของเขาที่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะว่า "ญาติผม เมื่อก่อนต้องคอยวิ่งหนีเจ้าหน้าที่จาก ธ.ก.ส. ที่มาตามทวงหนี้ แต่บัดนี้พวกเขาไม่ต้องหนีแล้ว เพราะได้พักหนี้”

    ความชอบ "เขาคนนั้น" ของคนกลุ่มนี้ เกิดจากการได้รับผลประโยชน์ส่วนตน โดยไม่สนใจเลยว่า "เขาคนนั้น" กำลังทำอะไรกับประเทศ

    จากการได้ฟังเขาพูด กับคนที่ไม่ชอบเขาคุยกันไม่ได้เลย เราเริ่มรู้สึกว่า มีคนบางพวกไม่สนใจเลยว่าคนที่ทำโครงการประชานิยม แล้วเอาผลประโยชน์ต่างๆ ที่จับต้องได้ มาหยิบยื่นให้พวกเขานั้น เป็นคนดีหรือคนเลวอย่างไร เขาพอใจแต่เพียงว่า พวกเขาได้ผลประโยชน์ จิตสาธารณะ เรื่องความห่วงใยผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศชาติไม่มีเลย เขาไม่สนใจเรื่องจริยธรรม หรือหลักธรรมาภิบาลใดๆ ทั้งสิ้น เขามองแต่ว่าจากนโยบายที่ "เขาคนนั้น" กำหนด และก่อให้เกิดโครงการประชานิยมที่มีนามสกุลว่า "เอื้ออาทร" พวกเขารักและชื่นชม "เขาคนนั้น" เพราะเขาพอใจผลประโยชน์ที่เขาได้รับ

    นอกจากนั้นแล้ว ยังมีลูกศิษย์ชาวใต้ผู้หนึ่งเล่าให้ฟังว่า เขาทะเลาะกับแฟนที่อยู่อีกภาคหนึ่ง ตัวเขาไม่ชอบ "เขาคนนั้น" เพราะมองว่าเป็นคนไม่ดี ไม่มีจริยธรรม ขี้โกง ใช้โครงการประชานิยมที่ใช้งบประมาณของแผ่นดิน สร้างความนิยมให้ตนเองและพรรคแต่เมียเขาชอบ เขาบอกว่า เขาเถียงเมียไม่ชนะ เพราะเมียถามว่า "ตั้งแต่รับราชการมา เคยเงินเดือนขึ้น 2 ครั้งไหม เคยได้โน้นไหม ไม่ใช่ภายใต้รัฐบาลนี้หรือที่ข้าราชการได้เงินเดือนขึ้นปีละ 2 ครั้ง และแถมยังให้โบนัสอีกด้วย" เขาเถียงเมียไม่ออก แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าเมียเขาเอาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง ไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ

    การที่ผัวต้องยอมเมียด้วยเรื่องของประโยชน์ส่วนตัวเช่นนี้ เราเริ่มไม่สบายใจ เพราะเราคิดว่าประเทศกำลังตกอยู่ในอันตรายจากคนที่เห็นแก่ตัว จากคนที่โลภ คิดแต่ประโยชน์ส่วนตน ไม่มีคำว่าประเทศชาติอยู่ในสำนึกแม้แต่น้อย

    มาถึงตอนนี้ เรารู้สึกว่าคงต้องขึ้นเวทีตามคำขอของแกนนำพันธมิตร เพื่อที่จะให้ข้อมูลสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน เพราะเราเชื่อว่าเราน่าจะพอพูดให้คนเข้าใจได้ง่ายๆ และเราน่าจะพอมีความน่าเชื่อถืออยู่บ้าง จึงตอบรับคำชวนจากแกนนำพันธมิตร วันไหนว่าง หรือวันไหนเขาตาม ถ้าหากว่างมีเวลาที่จะไปได้ ก็ไป 

    ปรากฏว่าเมื่อขึ้นเวที ได้รับผลกระทบมาก เพราะทัศนะทางการเมืองในช่วงปี 2548 หลังจากที่ "เขาคนนั้น" บริหารประเทศมาหลายปี คนไทยที่มีทัศนะทางการเมืองต่างกันเริ่มมีความแตกแยก ก่อนหน้านั้น แม้เราจะมีทัศนะทางการเมืองต่างกัน เราก็คุยกันได้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถกอภิปรายกันได้ แต่ในยุคที่ "เขาคนนั้น" บริหารประเทศ คนที่ชอบ "เขาคนนั้น" และคนที่ไม่ชอบ "เขาคนนั้น" คุยกันไม่ได้เลย คุยกันต้องเป็นอันทะเลาะกัน มีทั้งผัวกับเมียทะเลาะกัน พ่อแม่กับลูกทะเลาะกัน พี่กับน้องทะเลาะกัน ญาติทะเลาะกัน เพื่อนทะเลาะกัน ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจเมื่อเราขึ้นเวที งานเริ่มหายเพราะคนที่นิยม "เขาคนนั้น" เริ่มไม่ชอบเรา ไม่จ้างเรา บางทีคนจ้างชอบเรา แต่ไม่แน่ใจว่าลูกค้าจะชอบเราหรือเปล่า ก็ไม่กล้าจ้างเราเหมือนกัน ไม่ใช่เราคนเดียวที่เจอปัญหาดังกล่าว ดาราหลายคนที่ขึ้นเวทีพันธมิตร แสดงตนเป็นพวกเดียวกับพันธมิตร ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ไม่มีคนจ้างแสดง ทำหนังออกมาเองก็มีคนดูน้อย เพราะพวกที่ชื่นชอบ "เขาคนนั้น" จะต่อต้าน ไม่ดูหนังที่พวกเขาผลิตหรือกำกับ

    จำได้ว่า การต่อสู้ทางความคิดเกิดขึ้นอยู่เป็นเวลานาน ไม่มีทีท่าว่าพวกเราจะทำให้เขายอมลาออกได้ และนอกจากนั้นพวกเขาก็ยังคงทำสิ่งที่ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่สนใจข้อท้วงติงใดๆ จากกลุ่มพันธมิตร

    ท่าทีของทหารเวลานั้นก็ต้องการเป็นทหารอาชีพ ไม่ต้องการยุ่งกับการเมือง ดังนั้น ความหวังที่จะมีการทำรัฐประหารเพื่อให้ "เขาคนนั้น" พ้นจากอำนาจ แทบจะไม่มีเลย จนถึงคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 ขณะที่กำลังนั่งกินเกี๊ยวอยู่ที่ร้านแถวนางเลิ้ง ก็ได้ยินวิทยุประกาศว่า มีการทำรัฐประหารเกิดขึ้น ในขณะที่ "เขาคนนั้น" อยู่ต่างประเทศ เราดีใจ เพราะคิดว่าจบสิ้นกันทีกับการต่อสู้ของประชาชน แต่จำได้ว่าดึกกว่านั้นอีกสักนิด มีเสียงร่ำลือว่า "เขาคนนั้น" จะออกทีวีช่อง 9 ประกาศไม่ยอมรับการทำรัฐประหาร เราเริ่มไม่แน่ใจว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ แต่ในที่สุดเมื่อไม่มีการแถลงอะไรที่ช่อง 9 เราก็มั่นใจว่าการทำรัฐประหารสำเร็จแล้ว "เขาคนนั้น" พ้นจากอำนาจแล้ว และเราจำได้ดีว่า คณะรัฐประหารประกาศสาเหตุของการทำรัฐประหาร 4 ข้อ คือบริหารประเทศแบบสร้างความแตกแยก บริหารประเทศแบบมีการทุจริตประพฤติมิชอบ แทรกแซงการตรวจสอบ และหมิ่นเหม่ต่อการจาบจ้วงสถาบัน

    น่าเสียดายที่เหตุผลทั้ง 4 ข้อนี้ ไม่มีการขยายความลงรายละเอียดให้ประชาชนได้รับทราบ การทำรัฐประหารครั้งนั้นจึงถูกมองว่า "เสียของ" ทั้งนี้ เพราะเวลานั้นเราติดกับดัก "ปรองดอง"

    ความจำยังมีต่อ แล้วเราเอาความจำมาคุยกันต่อนะคะ.

    หมายเหตุ "ยังจำไม่รู้เลือน"เขียนโดย ดร.เสรี วงษ์มณฑา ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ คอลัมน์คิดเหนือกระแส ฉบับวันที่ 1 ตุลาคม 2560

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น