ว่าด้วยข่าวปล่อย-ข่าวปลอม

  • Monday, October 2, 2017 - 00:00


    หลังๆ นี้...ประเภท ข่าวปล่อย ข่าวปลอม ในบ้านเรา ดูๆ ออกจะเยอะอย่างเป็นพิเศษ ผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ตามแบบฉบับสังคม 4.0 ชนิดเลอะเทอะเปรอะเปื้อนกันไปเป็นแถบๆ และแม้ว่ารัฐบาลท่านอยากจะ 4.0 อยากจะดิจิตอลเพียงไหนก็ตาม แต่เผอิญว่า กลไกแห่งรัฐ หรือ ระบบราชการ มันหนักไปทางอนาล็อก หรือ 0.4 มาโดยตลอด มันก็เลยต้องออกไปทาง ใบ้แ-ก หรือประมาณ อมสาก ไว้ประมาณ 2 ด้าม 3 ด้าม อะไรทำนองนั้น...
    ------------------------------------------------------
    คืออาจด้วยเหตุที่เทคโนโลยี มันมีส่วนช่วยแพร่ ช่วยขยาย ช่วยปกปิด บิดเบือน ให้กับปฏิบัติการที่ว่าได้เป็นอย่างดี แค่ไปเอาข่าวผิดๆ ข่าวบิดเบือน มาพาดหัวหนังสือพิมพ์ หรือนำเสนอไว้ในเว็บเพจ เว็บหนึ่ง เว็บใด แม้รุ่งเช้า ภายใน 24 ชั่วโมง 48 ชั่วโมง จะถอดออก ยอมแก้ข่าวให้ แต่ข่าวผิดๆ ข่าวบิดเบือนที่ว่า มันก็ถูกเอาไปโพสต์ เอาไปแปะ หยิบเอาไปขยายผ่านลง ผ่านไลน์ ผ่านทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ฯลฯ ชนิดการแก้ข่าว เปลี่ยนข่าว แทบไม่มีผลใดๆ ต่อไปอีกแล้ว หรือไม่ว่า ข่าวจริง มันจะเป็นไปในรูปไหน แต่ ข่าวปลอม มันแพร่สะพัด ไปไกล ชนิดแทบไม่ต้องเสียเวลามาสนใจว่าอะไรจริง อะไรปลอม กันอีกแล้ว ด้วยเหตุเพราะมันสามารถ บิวท์ อารมณ์ของใครต่อใคร จนตกผลึกไปสู่ความเกลียด ความชัง ความอาฆาต พยาบาท ได้อย่างเป็นรูป เป็นร่าง เป็นตะกอนนอนก้น ยากซ์ซ์ซ์ที่จะเขย่าให้สลายตัวได้ง่ายๆ...
    -------------------------------------------------------
    ยิ่งบรรดาผู้บริโภค ผู้เสพข่าว เสพสิ่งต่างๆ ในสังคมยุค 4.0 นั้น...มักถือเอา อารมณ์ หรือ รสนิยม เป็นตัวตั้ง ข่าวใดๆ ที่ไม่ถูกต้องตามรสนิยม หรืออารมณ์ ของตัวเอง ไม่ว่ามีเหตุ-มีผล มีพื้นฐาน ข้อเท็จจริง รองรับไว้มากแค่ไหน มันก็ดันไม่ดู หรือไม่คิดจะเสพซะยังงั้น!!! การนำเสนอ ข่าวจริง หลังจากที่ ข่าวปลอม ได้ถูกปล่อย ถูกเผยแพร่ ไปนานแล้ว จึงเป็นอะไรที่แทบไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนทางอารมณ์ ทางรสนิยม ของผู้คนในสังคมมากมายซักเท่าไหร่นัก ความโกรธ เกลียดอาฆาต พยาบาทรัฐบาลในช่วงหลังๆ จึงค่อนข้างรวดเร็ว รุนแรง พอๆ กับ หลักนิยมทหารม้า เอาเลยถึงขั้นนั้น...
    -----------------------------------------------------
    โดยเฉพาะเมื่อ กลไกรัฐบาล หรือ ระบบราชการ ท่านหนักไปทางอนาล็อกมานานแล้ว โอกาสที่จะช่วยบรรเทา เบาบางแรงกดดันต่อรัฐบาล ให้พอหายใจทางเหงือกได้บ้าง ก็แทบเป็นไปไม่ได้เอาเลยก็ว่าได้ คือโดยปกตินั้น...บรรดาข้าราชการในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ท่านก็ อมสากกะเบือ เอาไว้คนละด้าม สองด้าม อย่างเป็นวาสนา อุปนิสัย ของท่านอยู่แล้ว อะไรที่ไม่ชอบมาพากล ที่อาจเป็นอันตรายต่อสถานะของท่าน อาจถึงขั้นต้องคว้าสากระดับครกกระเดื่องโน่นเลย คือสากไม้ยาวๆ แบบที่พวกผีกระหัง ชอบแบก ชอบหาม เวลาเหาะไปหลอกใครต่อใคร มาอมเอาไว้ชนิดลึกไปถึงริดสีดวงทวาร แม้จะงัดปาก ง้างปาก ให้ออกมาพูดจาอะไรต่อมิอะไรในรายการทีวีเดินหน้าประเทศไทยทุกๆ 6 โมงเย็น แต่รายการประเภทนี้มันออกจะเป็นอะไรที่สุดๆ อนาล็อกเอามากๆ คล้ายๆ ไปสัมภาษณ์คนยุคหินแล้วมาบังคับให้คนยุคดิจิตอลนั่งฟัง อะไรประมาณนั้น มันก็เลยออกไปทางงั้นๆ ซะเป็นหลัก...
    ------------------------------------------------------
    ข่าวปล่อย ข่าวปลอม ช่วงหลังๆ...มันเลยดูจะออกฤทธิ์ ออกเดช อย่างเป็นพิเศษ ถึงขั้นบางครั้ง ไปลากเอาข่าวอะไรก็ไม่รู้ที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหายังใส่กางเกงหูรูด มาโพสต์ใหม่ แชร์ใหม่ โดยเพียงแค่ข่าวข่าวนั้นดันไปตรงกับอารมณ์ ตรงกับรสนิยม ของใครก็ตาม ก็แทบไม่ต้องสนใจ When-What-Where-Who-Why อะไรต่อไปอีกแล้ว คือไม่ใช่แค่ไม่สนใจในเรื่องความมีเหตุมีผลเท่านั้น กระทั่งวันที่ เดือน ปี พ.ศ.ก็แทบไม่จำเป็นต้องตรวจสอบ หาที่มา-ที่ไป อะไรอีกแล้ว หยิบมาโพสต์ มาแชร์กันสนั่นเมือง และผู้ที่ รับเละ โดยส่วนใหญ่ ก็มักจะเป็น รัฐบาล อีกนั่นแหละ...
    -----------------------------------------------------------
    เจอเข้ากับนวัตกรรมใหม่ๆ ของสังคมดิจิตอล สังคม 4.0 เช่นนี้...โอกาสที่รัฐบาลท่านจะเป๋ไป เป๋มา จึงไม่ถือเป็นเรื่องแปลก แต่อย่างใด คือถ้ายังไม่ถึงขั้น กอดเสาเข่าทรุด ไม่ล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้นเวที นับ 7 นับ 8 ยังไม่ยอมลุก...ยังไงๆ ก็ยังคงพอ เดินหน้าประเทศไทย ต่อไปได้มั่ง เพราะการเล่นงานรัฐบาลด้วยข่าวปลอม ข่าวปล่อยนั้น มันคงไม่ต่างไปจาก การเดินฝ่ากระแสลมในที่โล่งๆ แจ้งๆ นั่นเอง จะไปห้ามไม่ให้ลมมันพัด ห้ามใบไม้มิให้ไหว คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ และสิ่งสำคัญคงขึ้นอยู่กับตัวของรัฐบาลเองอีกนั่นแหละ ที่จะต้องไม่ซัดไป-ส่ายมา ไม่ว่าพายุจะโหมหนัก โหมแรง ถึงขั้นไหน...
    --------------------------------------------------------
    คือถ้าต้องส่ายไป-ส่ายมา เป๋ไป-เป๋มาเพราะแรงลม...อันนั้น ยังไม่ถึงกับเป็นอะไรซักเท่าไหร่ ถือเป็นสภาวะแวดล้อมทางสังคม ที่ไม่ว่ารัฐบาลไหนต่อรัฐบาลไหนคงหนีไม่พ้นไปจากสภาพเช่นนี้ แต่ถ้าหากส่ายเพราะสาเหตุอันเนื่องมาจากตัวเอง จะด้วยเพราะต่อมลูกหมากชักโตยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เกิดภาวะสังคังเกาะง่ามขา หรือเพราะริดสีดวงทวารบานทะโรค ฯลฯ อันนี้น่า หนักใจ!!! เพราะโอกาสที่จะถูกรุมเหยียบ รุมกระทืบ ให้จมกระเบื้องลงไปภายใต้สังคมดิจิตอล ย่อมเป็นไปได้ง่ายเอามากๆ เพราะบรรดา ฝ่ายค้านตัวจริง เท่าที่เห็นๆ อยู่ในช่วงนี้ ก็คือพวก 4.0 ทั้งหลายนั่นแหละ ที่มีฤทธิ์ มีเดช ระดับไม่ว่าจะออกแบบกฎหมายแม่ กฎหมายลูก เอาไว้ในรูปไหน อย่างไร ก็อาจ เอาไม่อยู่ ไปด้วยกันทั้งสิ้น...
    ------------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Victor Hugo (อีกครั้ง)... “An invasion of armies can be resisted, but not an idea whose time has come.- การบุกรุกของกองทัพนั้นสามารถต้านทานได้ แต่การบุกรุกของกองทัพความคิดเมื่อมาถึง ไม่มีอะไรสามารถต้านทานได้...”
    ------------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น