คุมเข้ม สกัดป่วน

  • Wednesday, October 4, 2017 - 08:03

    เริ่มต้นรับงานได้แค่ 2-3 วัน แต่ระดับบิ๊กๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงงานด้านการข่าวความมั่นคง ทั้ง พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็มีภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการ นั่นคือการดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มข้นในช่วงเดือนตุลาคม ที่เป็นช่วงเวลาแห่งความสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร บริเวณ สนามหลวงและพื้นที่โดยรอบ ที่จะใช้เป็นพื้นที่จัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
    ยิ่งเมื่อแกนนำรัฐบาล คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ย้ำเรื่องที่จะมีกลุ่มป่วนสถานการณ์ในช่วงเดือนตุลาคม 2 รอบ คือเมื่อ 3 ต.ค.ที่ระบุว่ามีกลุ่มเคลื่อนไหวหลายกลุ่มจากหลายประเทศ โดยใช้วิทยุและเฟซบุ๊กในการเคลื่อนไหวทั้งคนไทยและต่างชาติ รวมถึงกลุ่มที่อยู่ในประเทศ ซึ่งกลุ่มเคลื่อนไหวหัวรุนแรงที่ไม่มีการเมือง

    หลังก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร ออกมาระบุว่า

     “ต้องระมัดระวังเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพราะคนมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ต้องระมัดระวังในทุกๆ เรื่องไม่ให้มีอะไรเกิดขึ้น ผมเป็นห่วงทุกเรื่องที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก่อกวนการต่อต้าน ผมสั่งเพิ่มกำลังเต็มที่เพื่อทำให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อยและปลอดภัย ซึ่งยอมรับว่าเรามีข้อมูลว่ามีกลุ่มคนเตรียมที่จะเคลื่อนไหวก่อเหตุในช่วงพระราชพิธีทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งเราต้องดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้น เพราะคนที่ต่อต้านและไม่หวังดีต่อสถาบันมีการกำหนดชัดเจน” (พล.อ.ประวิตร 2 ต.ค.)

    ขณะที่การเตรียมพร้อมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภาพรวม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ก็ย้ำหลัง พล.อ.ประวิตรกล่าวเตือนว่า เรื่องนี้ได้มีการสั่งการกำชับมาโดยตลอด ให้ทุกหน่วยปฏิบัติการดูแลความปลอดภัยในสถานที่ราชการ แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนนี้เนื่องจากจะมีงานสำคัญ ดังนั้นไม่ว่ากลุ่มบุคคลเหล่านั้นจะเป็นใคร ฝ่ายตำรวจมีการระวังมาโดยตลอด

    “เรื่องนี้ตำรวจ ทหาร หน่วยงานด้านความมั่นคง มีการสืบสวนหาข่าวมาโดยตลอด เราเฝ้าจับตาทุกกลุ่มที่เคยมีประวัติ มีการเฝ้าระวังเท่ากันทุกกลุ่ม พวกที่เห็นต่างก็ต้องกวาดล้างจับให้หมด ส่วนกรณีที่มีข่าวความเคลื่อนไหวในประเทศเพื่อนบ้านก็มีเข้ามาตลอด แต่มันทำอะไรได้”

    จะพบว่ารัฐบาลมีการเตรียมพร้อมมานานแรมปี ทั้งด้านการจัดงานที่เป็นงานใหญ่ซึ่งทุกอย่างจะพลาดไม่ได้

    รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะไปร่วมงาน ทั้งในส่วนของกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด รวมถึงการดูแลสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อย ให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี

    โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการงานของหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะงานด้านการข่าวทั้งในส่วนกองทัพทุกเหล่าทัพ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้ดูแลรักษาความปลอดภัยช่วงงานพระราชพิธี

             ตามข่าวระบุว่า กลุ่มที่ถูกจับตามองที่ต้องคอยหาข่าวและป้องกันเหตุแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มก่อเหตุจากนอกประเทศ 2.กลุ่มใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3.กลุ่มต่อต้านสถาบัน และ 4.กลุ่มก่อกวนทั่วไป
    มองดูแล้วการที่รัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะกันไว้ย่อมดีกว่าแก้ ไม่ใช่พอเกิดปัญหาแล้วค่อยมาแก้ไข มาขอโทษ ก็อาจสายเกินไป เพียงแต่การป้องกัน การดูแลสถานการณ์ในช่วงเดือนนี้ ทั้งทหาร-ตำรวจ-ฝ่ายข่าว-ฝ่ายปกครอง ก็ต้องสนธิกำลังกันเตรียมรับมือทุกด้าน ทั้งด้านการอำนวยความสะดวกประชาชน ด้านการข่าว และการดูแลสถานการณ์ไม่ให้เกิดเหตุที่ไม่สมควรขึ้นในช่วงเดือนสำคัญของคนไทยทั้งชาติ

    ซึ่งก็มีเสียงสะท้อนมาว่า รัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ จำเป็นที่จะต้องดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย ไม่ใช่แค่ในเฉพาะกรุงเทพมหานคร

    แต่หากโฟกัสที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่เป็นศูนย์กลางของงานสำคัญที่จะเกิดขึ้น มันก็เป็นงานพิสูจน์ฝีมือบุคคลที่ คสช.ตั้งเข้ามาคุมกำลังหลัก โดยเฉพาะ พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ต้องแสดงฝีมือให้ประจักษ์ว่า คสช.เลือกคนไม่ผิด

    อย่างไรก็ตาม บุคคลหรือกลุ่มใดที่คิดจะสร้างสถานการณ์ในช่วงเดือนตุลาคม ไม่ใช่แค่ทำ แต่ แค่คิดก็ชั่วแล้ว และหากทำจริงๆ นั่นเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศยอมไม่ได้

    กรณีที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว วัฒนา ภุมเรศ อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ก่อเหตุลอบวางระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า ด้วยวิธีการสืบสวนแกะรอยของตำรวจที่หลายคนคาดไม่ถึง ก็น่าจะทำให้ใครที่คิดก่อเหตุป่วนสร้างสถานการณ์ต้องคิดหนัก เพราะเห็นแล้วว่าความชั่วที่ทำไว้ วันหนึ่งก็ต้องถูกจับได้และรับโทษอย่างหนัก กระนั้นฝ่ายรัฐบาลประมาทไม่ได้เด็ดขาดเช่นกัน. 

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น