ทำดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน

  • Saturday, October 7, 2017 - 00:01


    ในการเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระหว่างนำคณะเดินทางไปอาคารรัฐสภาสหรัฐ ฝั่งวุฒิสภา เพื่อพบกับนายออร์ริน แฮทซ์ ประธานที่ประชุมวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีของไทยได้รับมอบสำเนาข้อมติวุฒิสภาสหรัฐที่เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองสิริราชสมบัติมาตลอด 70 ปี และทรงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐให้มีความแน่นแฟ้นยาวนาน อีกทั้งยังทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เสด็จพระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา

    ภาพการเทิดพระเกียรติของสหรัฐ พระองค์ท่านในต่างประเทศ และภาพที่คนไทยเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในวันสุดท้ายตามที่สำนักพระราชวังได้ประกาศไว้ เป็นปรากฏการณ์ที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาพที่ประชาชนยืนเข้าแถวเพื่อเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้ายอย่างไม่ย่อท้อ บางคนเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเย็น กว่าจะได้เข้ากราบพระบรมศพต้องใช้เวลาข้ามคืนอีกวัน ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน กลายเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งที่ต้องบันทึกไว้

    ขณะที่สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 00.01 น. จนถึงเวลา 24.00 น. ว่ามีทั้งสิ้น 96,150 คน รวม 336 วัน มีจำนวน 12,628,642 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 6,437,999.25 บาท รวม 336 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 882,528,282.01 บาท โดยในวันสุดท้ายน่าจะมียอดประชาชนมากกว่า 1 แสนคน แม้จะมีฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน

    นั่นทำให้ส่วนราชการต้องเตรียมการในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพอย่างสมบูรณ์ โดยหมายกำหนดการ วันที่ 25 ตุลาคม เริ่มเวลา 07.00 น. งานพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม เริ่มเวลา 07.00 น. เชิญพระบรมศพไปยังพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง เวลา 17.00 น. งานถวายพระเพลิงพระบรมศพ, วันที่ 27 ตุลาคม เวลา 08.00 น. เก็บพระบรมอัฐิ, วันที่ 28 ตุลาคม เวลา 17.00 น. งานพระราชกุศลพระบรมอัฐิ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และวันที่ 29 ตุลาคม เวลา 10.30 น. เชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานในพระวิมานขึ้นบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 17.30 น. งานบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร โดยขบวนม้าอัญเชิญไปบรรจุที่วัดราชบพิธฯ และวัดบวรนิเวศวิหาร

    พิธีถวายดอกไม้จันทน์จะเปิดให้ประชาชนเริ่มถวายดอกไม้จันทน์ได้ทุกพระเมรุมาศจำลองในกรุงเทพฯ ทั้ง 9 แห่ง ประกอบด้วย พระลานพระราชวังดุสิต สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม สวนนาคราภิรมย์ ลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1 ลานคนเมือง สนามกีฬากองทัพอากาศ พุทธมณฑล, ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์รอบกรุงเทพมหานคร และตามวัดต่างๆ 50 เขต รวม 113 ซุ้ม ทุกจุดเริ่มช่วงแรกเวลา 09.00-16.00 น. ช่วงที่สอง 18.30-22.00 น. ยกเว้นพระเมรุมาศบริเวณสวนนาคราภิรมย์ เริ่มเวลา 13.00 น. ส่วนในภูมิภาค 878 แห่งทั่วทุกพื้นที่ และต่างประเทศ 96 แห่ง ในสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยประจำแต่ละประเทศ

    ทั้งนี้ การแต่งกาย สุภาพบุรุษ เสื้อดำ เชิ้ตดำ กางเกงดำขายาว งดยีนส์ รองเท้าสุภาพหุ้มส้นสีดำ สุภาพสตรี เสื้อดำไม่รัดรูป งดเสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยว กระโปรงยาว สีดำคลุมเข่า รองเท้าสุภาพหุ้มส้นสีดำ ส่วนขั้นตอนและวิธีการเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ เจ้าหน้าที่จะแบ่งประชาชนเป็น 9 แถว แถวละ 9 คน เจ้าหน้าที่ประจำซุ้มถวายดอกไม้จันทน์คอยส่งดอกไม้จันทน์ให้ประชาชน จากนั้นประชาชนเข้าประจำจุดถวายดอกไม้จันทน์ ถวายคำนับหนึ่งครั้ง แล้ววางที่พาน จากนั้นถวายคำนับอีกครั้ง ก่อนเดินแยกออกซ้าย-ขวา รับแผ่นพับพระราชประวัติและหนังสือที่ระลึก

    ส่วนห้วงเวลาต่อจากนี้ ประชาชนที่สมัครเข้าร่วมเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ ในช่วงพระราชพิธีอีกจำนวนมาก ได้ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในการดูแลรักษาความสะอาดพื้นที่โดยรอบ ทั้งเก็บขยะ การแจกของ แสดงออกถึงความร่วมมือร่วมใจ ทำดีเพื่อพ่อ ตามพระราชปณิธานของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนเสียสละทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยมีสัญลักษณ์และเครื่องแต่งกาย แบบเดียวกันคือ ผ้าพันคอสีเหลือง และหมวกสีฟ้า

    กระนั้นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และการทำดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ของประชาชนทุกหมู่เหล่า ไม่จำเป็นแค่ต้องทำกิจกรรมในพื้นที่บริเวณงานเท่านั้น แต่ในภาพรวมของการใช้ชีวิต ในการดำรงตน การทำงาน ก็สามารถทำดีและทำประโยชน์ให้สังคมได้ เพื่อเป็นการตอบแทนสิ่งที่พระองค์ท่านได้เสียสละให้กับประเทศนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะการยึดแนวทางในเรื่องต่างๆ ที่พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่าง ทั้งการพระราชทานผ่านกระแสพระราชดำรัส แนวทางการปฏิบัติ ก็ถือว่านั่นคือการทำดีเพื่อพระองค์ท่านแล้ว

    การทำงานในหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่รับผิดชอบอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง การเสียสละเพื่อส่วนรวม คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ การดำรงตนอย่างสมฐานะผ่านแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การรับราชการในฐานะข้าแผ่นดิน ยึดถือสุขทุกข์ของประชาชนเป็นสรณะ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ยึดเอาของส่วนกลาง หรือส่วนต่างมาเป็นของตน มุ่งเน้นการดูแลครอบครัว บุพการี ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความกตัญญู กตเวที เหล่านี้ก็คือการดำรงตน และทำหน้าที่ของท่านเพื่อถวายให้พ่อของแผ่นดิน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น