รัฐบาลจะส่งเสริมหรือทำลายธุรกิจท่องเที่ยว

  • Sunday, October 8, 2017 - 13:29

    1. ในบรรดาอุตสาหกรรมต่างๆ ของไทย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนับได้ว่าประสบความสำเร็จสูงสุด ข้อมูลของ Mastercard 2017 ได้จัดอันดับมหานครที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรกคือ 1) กรุงเทพฯ 20.2 ล้านคน 2) ลอนดอน 20 ล้านคน 3) ปารีส 16.1 ล้านคน 4) ดูไบ 16 ล้านคน และ 5) สิงคโปร์ 13.45 ล้านคนในปี 2559 รายได้เฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไทยอยู่ที่ 1.64 ล้านล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2558 รายได้จากการท่องเที่ยวของต่างชาติขยายตัวสูงถึงร้อยละ 12.64

    ภาคธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยในปี 2559 5 อันดับแรกได้แก่
    1) สถานพักแรมราว 580,000 ล้านบาท 2) ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มราว 448,000 ล้านบาท 3) การขนส่งทางบก 136,000 ล้านบาท4) การขนส่งทางอากาศ 122,000 ล้านบาท และ 5) ธุรกิจบริการกีฬา/นันทนาการ 100,000 ล้านบาท

    ในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติ ชาวจีนเป็นนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากที่สุดและมีการใช้จ่ายเงินต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ข้อได้เปรียบของการท่องเที่ยวในไทยคือเรามีชายหาดที่สวยงาม มีป่าเขา มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ มีร้านอาหารริมถนนที่อร่อยและราคาถูกแถมหากินได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีถนนคนเดิน และมีคนไทยที่มีอัธยาศัยดี ความสำเร็จของอุตสาหกรรมนี้ส่วนใหญ่มาจากความสามารถของธุรกิจเอกชนเป็นหลัก บทบาทของรัฐค่อนข้างน้อย

    2. วิกฤตอุตสากรรมท่องเที่ยวไทยมาจากวาทกรรมของตำรวจท่องเที่ยวที่กล่าวอ้างเรื่อง "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" "คนจีนครอบครองธุรกิจท่องเที่ยวไทย" และประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว ฯลฯ ตำรวจท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลได้เข้ามาตรวจค้นบริษัทโอเอโดยกล่าวอ้างว่าเป็นบริษัทของคนจีน มีการขายสินค้าราคาแพง มีการกระทำที่เป็นอั้งยี่และมีความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ตำรวจท่องเที่ยวได้ขอให้ ปปง. อายัดทรัพย์สินของบริษัทโอเอกว่าหมื่นล้านบาท รถทัวร์กว่า 1,000 คัน ถูกอายัดไว้เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว ทั้งๆ ที่กฎหมาย ปปง. ให้อำนาจเพียง 90 วัน สินค้าจำนวนหนึ่งถูกนำไปขายทอดตลาด เจ้าของธุรกิจที่เป็นสามี ภรรยา และลูกอีกสองคนถูกตำรวจจำคุกอยู่ 4 - 5 เดือน ผลที่ติดตามมาคือนักท่องเที่ยวจีนหันไปเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม กัมพูชา ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แต่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่าง จีน-ญี่ปุ่น และคาบสมุทรเกาหลี ทำให้นักท่องเที่ยวจีนส่วนหนึ่งกลับมาเที่ยวเมืองไทย

    3. โชคดีที่ความยุติธรรมยังมีอยู่จริงในกระบวนการยุติธรรมของไทย เพราะศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องบริษัทโอเอ
    เพราะไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทโอเอมีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่ หรือการฟอกเงินตามที่ตำรวจท่องเที่ยวกล่าวหา

    ภายหลังคำพิพากษาข้างต้น นโยบายและมาตรการของรัฐบาลต่อธุรกิจท่องเที่ยวคือ 1) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ตำรวจอุทธรณ์เรื่องบริษัทโอเอต่อศาล
    2) ตำรวจหาว่าบริษัทโอเอหลีกเลี่ยงภาษีจึงเข้าข่ายมูลฐานความผิดของกฎหมาย ปปง. 3) ตำรวจแจ้งความดำเนินคดีกับ 29 บริษัท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นบริษัทลูกของโอเอและบริษัทให้เช่ารถทัวร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองจากบริษัทโอเอ 4) รัฐบาลตอบแทนผลงานตำรวจท่องเที่ยวโดยได้ยกระดับขึ้นเป็นกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

    4. ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกสมาคมท่องเที่ยวและอดีตนายกสมาคมจิวเวลรี่นักธุรกิจด้านท่องเที่ยวพวกเขามองว่า1) นโยบายการตั้งกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวของรัฐบาลอาจจะก่อปัญหาให้กับธุรกิจท่องเที่ยวมากกว่าประโยชน์ เพราะต้นทุนด้านธุรกรรม (transaction cost) ในการทำธุรกิจที่ไม่มีใบเสร็จจะสูงขึ้น และพวกเขาอาจต้องผลักภาระไปให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแทน

    2) นักธุรกิจรู้สึกสับสนกับการทำธุรกิจในอนาคตว่าควรวางตัวอย่างไร? การเป็นอั้งยี่เป็นอย่างไร? การฟอกเงินหมายความว่าอะไร?พวกเขาเกรงว่าถึงแม้ว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลแล้ว แต่ถ้าหากตำรวจและ ปปง. สามารถอายัดทรัพย์สินของพวกเขาต่อไปได้ เขาจะเสี่ยงลงทุนทำธุรกิจต่อไปเพื่ออะไร?

    3) พวกเขาเห็นว่ารัฐบาลควรทบทวนนโยบายด้านการท่องเที่ยวใหม่ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าบริษัทโอเอคือบริษัทแรกสุดของคนไทยที่ไปดึงนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาเป็นจำนวนมหาศาล ถ้าคนดีถูกลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม พวกเขาจะต้องทำธุรกิจบนความเสี่ยงที่ไม่อาจคาดการณ์ได้จากนโยบายของรัฐบาลและตำรวจท่องเที่ยว และ 4) นักธุรกิจท่องเที่ยวมองว่ารัฐบาลอยากได้นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่กลับปล่อยให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลบางส่วนตระเวณเก็บส่วยจากนักธุรกิจท่องเที่ยวอยู่ทั่วไป

    5. เพื่อหาทางควบคุมรัฐบาล นักการเมือง และเจ้าหน้าที่ภาครัฐมิให้ใช้กฎหมายฟอกเงินรังแกบุคคลที่มีความเห็นแตกต่างจากรัฐบาล และใช้กฎหมายฉบับนี้ไปกดขี่ข่มเหงธุรกิจที่แข่งขันกับธุรกิจที่เป็นพวกพ้องของรัฐบาลและนักการเมืองที่ทรงอิทธิพล ควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สำนักงาน ปปง. ไปสังกัดที่กระทรวงการคลัง ข้าราชการที่สังกัดหน่วยงานนี้ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและบัญชีให้มากขึ้น เพื่อทำหน้าที่ติดตามการเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดกฎหมาย หากพบแล้วให้ ปปง. ส่งข้อมูลเบื้องต้นให้หน่วยงานดีเอสไอทำหน้าที่สอบสวน เมื่อมีหลักฐานเพียงพอให้ดีเอสไอส่งให้สำนักงานอัยการพิจารณาเพื่อส่งฟ้องศาลต่อไป (ยกเว้นกรณีที่เป็นการฟอกเงินของกลุ่มผู้ก่อการร้าย และยาเสพติดอาจอายัดไว้ก่อนเพื่อรอการพิสูจน์) เมื่อศาลได้วินิจฉัยว่าเป็นการกระทำเรื่องการฟอกเงินจริง จึงให้ ปปง. อายัดทรัพย์ เพื่อให้จำเลยต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป

    เนื่องจากกฎหมาย ปปง. มีความร้ายแรงมาก ดังนั้น กระบวนการตรวจสอบจึงต้องอยู่ในมือรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีความโปร่งใส มีความรับผิดรับชอบ และไม่มีพฤติกรรมที่ส่อให้เห็นว่าเป็นการกระทำที่ทุจริตเพื่อตัวเองและพวกพ้อง

    หมายเหตุ:"รัฐบาลจะส่งเสริมหรือทำลายธุรกิจท่องเที่ยว" เขียนโดย รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น