ปัดฝุ่น 4 คดีทักษิณ ประเดิม กม.อาญานักการเมือง

  • Monday, October 9, 2017 - 16:35

    สองมาตราสำคัญของ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่มีสาระสำคัญ คือ

    "การให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ในคดีที่ศาลฎีกาฯ ได้รับฟ้องคดีไว้แต่ได้จำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว เพราะจำเลยหลบหนีคดีหรือติดตามตัวจำเลยมาไต่สวนคดีไม่ได้"

    คือมาตรา 28 ที่เขียนโดยสรุปใจความได้ว่า ในกรณีที่ศาลประทับรับฟ้องไว้แล้ว และศาลได้ส่งหมายเรียกและสําเนาฟ้องให้จําเลยทราบโดยชอบแล้วแต่จําเลยไม่มาศาล ให้ศาลออกหมายจับจําเลย และให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการติดตามหรือจับกุมจําเลยรายงานผลการติดตามจับกุมเป็นระยะตามที่ศาลกําหนด ในกรณีที่ได้ออกหมายจับจําเลยและได้มีการดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว แต่ไม่สามารถจับจําเลยได้ภายในสามเดือนนับแต่ออกหมายจับ ให้ศาลมีอํานาจพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องกระทําต่อหน้าจําเลย แต่ไม่ตัดสิทธิจําเลยที่จะตั้งทนายความมาดําเนินการแทนตนได้

    และในมาตรา 69 ที่สรุปว่า บทบัญญัติในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ไม่กระทบต่อการดําเนินการใด ในคดีที่ยื่นฟ้องไว้และได้ดําเนินการไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ใช้บังคับ

    ทั้งสองมาตราข้างต้นกำลังจะมีผลในทางปฏิบัติ หลังฝ่าย อัยการ เตรียมใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ให้รื้อฟื้นคดีที่ ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็นจำเลยในคดีที่อัยการสูงสุดเคยยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาฯ แต่คดีไม่มีการไต่สวน คดีถูกจำหน่ายออกจากสารบบเพราะทักษิณหนีคดีไปร่วมสิบปี

    การขยับดังกล่าวของอัยการ ถือเป็นสัญญาณ-ท่าทีชัดเจนจาก เข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ที่เป็น อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังนั้นด้วยความเป็นระดับอัยการสูงสุด เป็นอดีตผู้ร่วมยกร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยตัวเอง จึงย่อมไม่พลาดอยู่แล้วว่าการรื้อฟื้นคดีทักษิณทำได้แน่นอน

    “ดังนั้น ความเห็นส่วนตัวจึงเห็นว่าคดีดังกล่าวสามารถรื้อฟื้นกลับมาพิจารณาใหม่ได้” (เข็มชัย ชุติวงศ์)

    ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคดีที่ทักษิณตกเป็นจำเลยแล้วศาลฎีกาฯ จำหน่ายคดีออกจากสารบบรวม 4 คดี แยกออกเป็น

    -คดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีมีด้วยกัน 2 คดี คือ 1.คดีทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ที่ศาลฎีกาฯ เคยตัดสินจำคุกผู้เกี่ยวข้อง เช่น นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย กับพวก รวม 27 คน และ 2.คดีฟ้องทักษิณเป็นจำเลยในคดีแปลงสัญญาสัมปทานโทรคมนาคม เอื้อประโยชน์ธุรกิจของตัวเองและครอบครัว ซึ่งก็คือบริษัทในเครือชินคอร์ปที่ตระกูลชินวัตรเคยถือหุ้นใหญ่ก่อนขายให้เทมาเส็ก

    -อีก 2 คดีคณะกรรมการ ป.ป.ช.กับอดีต คตส.เคยร่วมกันสอบสวนและยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ คือ 1.คดีปล่อยกู้ของเอ็กซิมแบงก์ หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และ 2.คดีหวยบนดิน

    ท่าทีของฝ่ายอัยการค่อนข้างชัดเจนว่าต้องการเดินหน้าปัดฝุ่นแน่นอน เพราะหลังอัยการสูงสุดแสดงท่าที ฝ่ายผู้ใต้บังคับบัญชาก็ขานรับทันที เห็นได้จาก วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษที่ต้องรับผิดชอบคดีพวกนี้ บอกว่าอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้เตรียมศึกษาข้อเท็จจริง และเสนอตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาสำนวนทั้งในส่วนข้อเท็จจริงเเละข้อกฎหมายทั้งหมด เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงส่งอัยการสูงสุดพิจารณาสั่งการต่อไป

    ฟาก คณะกรรมการ ป.ป.ช. พบว่ายังไม่มีการขยับใดๆ ออกมาให้เห็นอย่างเป็นทางการ อาจเป็นไปได้ว่าขอรอดูท่าทีอัยการที่เป็นทนายแผ่นดิน มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การว่าความ การพิจารณาสำนวนก่อนว่าจะทำกันอย่างไร แล้วศาลฎีกาฯ ว่าอย่างไร ถึงตอนนั้น ป.ป.ช.อาจค่อยขยับ

    แต่กระบวนการทั้งหมดก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน เช่น อัยการและ ป.ป.ช.ก็ต้องไปศึกษาด้วยว่า ทั้ง 4 คดี ถึงตอนนี้สำนวนคดี ข้อกฎหมายต่างๆ จะปัดฝุ่นพิจารณาไต่สวนอีกรอบได้หรือไม่

    เช่นดูว่าบางคดีขาดอายุความหรือยัง หากนำกลับมาพิจารณา จำเลยในเวลานี้แต่ละคนเป็นอย่างไร มีชีวิตอยู่หรือไม่ พร้อมจะเป็นพยานในชั้นศาลหรือไม่ รวมถึงเอกสารหลักฐานต่างๆ ในสำนวนยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ดีหรือไม่ ทั้งหมดคงต้องใช้เวลาพอสมควร

    แต่สำหรับทักษิณ ถึงชั่วโมงนี้คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่าหมดสิทธิ์กลับมาจูบแผ่นดินเกิดแน่นอนแล้ว ดังนั้นแม้จะมีคดีความเพิ่มขึ้นก็ไม่น่าจะส่งผลอะไรต่อการกลับหรือไม่กลับประเทศไทย

    ทว่าผลในทางคดีความและทางการเมือง ถ้าสุดท้ายศาลเปิดพิจารณาคดีก็จะยิ่งทำให้อดีตนายกฯ ผู้นี้เสมือนมีชนักปักหลังมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าถูกตัดสินว่ามีความผิด.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น