ตั้งพรบ.กองทุนลดเหลื่อมล้ำ2หมื่นล.

  • Wednesday, October 11, 2017 - 00:00


    คณะกรรมการอิสระฯ คลอด พ.ร.บ.กองทุนฯ พร้อมเปิดรับฟังความเห็นก่อนเสนอ ครม.พิจารณา พ.ย.นี้ "หมอจรัส" เชื่อประกาศใช้ทัน เม.ย.61 ด้าน "ประสาร" เผยตั้งเป้าเห็นผลลดเหลื่อมล้ำได้ภายใน 5-10 ปี ตามใช้เสนอให้ใช้งบ 5% จากงบประมาณการศึกษา หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท ถ้าไม่ผ่านเห็นชอบอาจเจียดงบจาก ศธ.แทน พร้อมให้เปิดช่องผู้เสียภาษีร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุน ด้าน "หมอเฉลิมชัย" ชี้ พ.ร.บ.กองทุนฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้คนในชาติ ไม่ได้มีเจตนาที่จะช่วยเหลือแบบให้เปล่าหรือสังคมสงเคราะห์

    นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.... ตามที่คณะอนุกรรมการกองทุนฯ เสนอ เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเผยแพร่แก่ประชาชนและรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 แล้ว โดยคณะกรรมการอิสระฯ จะนำเสียงสะท้อนจากประชาชนและหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องมาปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.อีกครั้ง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน และออกเป็นกฎหมายเพื่อประกาศใช้ได้ทันในเดือนเมษายน 2561 ตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

    ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานอนุกรรมการกองทุนฯ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มุ่งหวังให้กองทุนเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยตั้งเป้าว่าภายใน 5-10 ปีจะลดความเหลื่อมล้ำและให้คนได้รับโอกาสทางการศึกษา สำหรับแหล่งเงินทุนจะมาจากงบประมาณแผ่นดินเป็นหลัก ซึ่งในร่าง พ.ร.บ.ยังยืนยันที่จะให้รัฐลงทุนเงิน 5 บาทแรกจากงบด้านการศึกษาของประเทศ หรือเป็นเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท ไม่ใช่ 50 สตางค์สุดท้ายหรือเป็นเงินเพียง 3,000 ล้านบาทเหมือนที่ผ่านมา หากรัฐไม่สามารถที่จะจัดสรรให้ได้ทั้งหมดก็อาจใช้วิธีตามความเหมาะสม เช่น การเกลี่ยจากงบ ศธ. นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้เสียภาษีมีสิทธิ์แสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ให้รัฐนำเงินที่เสียภาษีไปอุดหนุนกองทุนได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นแค่ประมาณการ ยังต้องมีการปรับปรุงต่อไป

    ด้าน นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ โฆษกคณะกรรมการอิสระฯ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ออกตามรัฐธรรมนูญ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้คนในชาติทั้งเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ไม่ได้มีเจตนาที่จะช่วยเหลือให้เปล่าแบบสังคมสงเคราะห์ แต่จะมีทั้งการช่วยเหลือแบบสร้างต้นทุนทางสังคมและการใช้คืนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายจะเป็นผู้กำหนดรายละเอียด ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนร่วมแสดงความที่เว็บไซต์ www.ThaiEdReform.org เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นร่างของประชาชน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น