นวัตกรรมยังเข้าใจยาก

  • Wednesday, October 11, 2017 - 00:00


    การเร่งพัฒนาผู้ประกอบการของไทยในยุคปัจจุบัน จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องจากจะต้องการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปยังยุคอุตสาหกรรม 4.0 แต่การที่จะไปยังยุค 4.0 ได้ต้องใช้นวัตกรรมมาขับเคลื่อน ซึ่งตอนนี้ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าถึงผู้ประกอบการไม่กี่กลุ่ม

    โดยรัฐบาลต้องผุดกลยุทธ์ต่างๆ นานา แจกจ่ายไปยังเกือบทุกกระทรวงให้คิดแผนงานเพื่อจะผลักดันผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ ทั้งขนาดใหญ่และรวมไปถึงผู้ประกอบการรายย่อม หรือเอสเอ็มอีด้วย

    และในกลุ่มนี้เองที่ไม่ค่อยเข้าใจ และเข้าถึงเรื่องนวัตกรรมเท่าไหร่นัก เพราะบางรายมีการผลิตสินค้าที่เป็นการทำมาจากรุ่นสู่รุ่น หรือเป็นชาวบ้านร้านตลาดที่ไม่เข้าใจในการปรับเปลี่ยนหรือพัฒนา เพราะเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก หรือไม่ก็เพราะไม่มีเงินทุนในการเปลี่ยน

    แผนงานต่างๆ ของหลากหลายกระทรวงจึงออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการพัฒนา หนึ่งในนั้นคือกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เกือบจะเป็นกระทรวงหลักในการเข้าถึงผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ของประเทศ และรายเล็กๆ ที่ยังติดขัด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีนโยบายในการสนับสนุนเงินให้มีการปรับเปลี่ยน ใครต้องการพัฒนาก็เข้ามาหากระทรวง รับข้อมูล รับเงิน และไปเดินหน้าทำกันเอง การพัฒนาจึงเห็นผลบ้างไม่เห็นผลบ้าง แต่นโยบายใหม่ของกระทรวงก็เห็นว่าจะเป็นการให้เข้าหาผู้ประกอบการมากกว่าที่ผู้ประกอบการจะเข้ามากันเอง

    จึงเกิดหน่วยงานหลายๆ หน่วยขึ้นมา ภายใต้การกำกับและดูแลของกระทรวงฯ รวมถึงศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต หรือไอทีซี (Industry transformation center) เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทยต่อยอดนวัตกรรมและงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูง โดยริเริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์และคัดเลือกผลิตภัณฑ์ การให้บริการด้านวิศวกรรม การจัดหาผู้ผลิต

    รวมถึงทำการทดสอบและรับรองมาตรฐาน การทดสอบตลาด เพื่อบ่มเพาะให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาสินค้าและดำเนินธุรกิจได้เอง โดยมีการแบ่งปันเครื่องจักรอุปกรณ์จากเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐมาให้บริการแก่ผู้ประกอบการเพื่อเป็นการลดต้นทุนการประกอบกิจการ และยังมีความช่วยเหลือต่างๆ ผ่านโครงการของภาครัฐที่จะทยอยตามมาอีกด้วย เพื่อรองรับผู้ประกอบการทุกกลุ่มให้เดินหน้าอย่างเต็มที่ในการปรับเปลี่ยนสู่ยุค 4.0

    โดยศูนย์ไอทีซีก็ได้รับแนวคิดมาจากหลากหลายประเทศ แต่ที่จะเห็นได้ชัดคือประเทศเกาหลี ที่เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ (เอ็มเอสเอส) หรืออินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมนวัตกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ โดยเปิดให้ความรู้และพัฒนาผู้ประกอบการหน้าใหม่ หรือสตาร์ทอัพในเกาหลี

    ซึ่งประเทศไทยนำโมเดลดังกล่าวมา และใช้ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ รวมถึงผู้ประกอบรายใหญ่ของไทยเองด้วย มาช่วยสอนความรู้ให้กับรายเล็กๆ อื่นๆ และตอนนี้ได้เริ่มดำเนินการบ้างแล้วในบางส่วน

    แต่ตอนนี้ถึงจะเริ่มดำเนินการบ้างแล้วในบางส่วน แต่ยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนเท่าไหร่นัก เพราะเห็นว่าผู้ที่ดูแลยังคิดกันอยู่เลยว่าจะทำยังไงให้ศูนย์ดังกล่าวได้รับความนิยม ให้คนที่ต้องการจะพัฒนาสนใจและได้ความรู้อย่างเต็มที่ แถมเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีก็จะมีผู้ประกอบการบางกลุ่มที่ไม่อยากทำไม่อยากเปลี่ยน เพราะเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก เข้าถึงยากและใช้เงินสูง

    ถึงในอนาคตจะเกิดกระแสความนิยม จนผู้ประกอบการทุกรายต้องทำ ต้องปรับเปลี่ยน แต่คงต้องใช้เวลานานพอสมควร และกลุ่มผู้ประกอบการที่จะมีการปรับเปลี่ยนจริง ก็คงเป็นรายกลางๆ ที่พร้อมปรับตัว พร้อมที่จะขยายตลาด แต่ในรายย่อยที่ไม่ได้เข้าข่ายเอสเอ็มอี ก็คงยังต้องมีการผลิตในรูปแบบเดิมๆ อยู่ ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรแน่นอน เพราะในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกแม่ค้าร้านตลาด มีคนผลิตเป็นพวกคนยุคเก่า ประเภทสินค้าที่ทำการขยายตลาดยาก และมีรายจ่ายมากเกินกว่าที่จะนำมาลงทุนปรับเปลี่ยน

    ถือว่าเป็นเรื่องยากพอสมควรเพราะเหตุผลต่างๆ ที่กล่าวมาเราอาจจะเห็นแค่การพัฒนาผู้ประกอบการรายกลาง หรือพวกหัวคิดสมัยใหม่ และยิ่งถ้ายึดตามโจทย์แรกว่ากระทรวงจะต้องเข้าถึงผู้ประกอบการ ไม่ใช่ผู้ประกอบการเดินเข้ามาเองก็เป็นเรื่องใหม่ของรัฐบาลที่แทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน จึงไม่รู้ว่าจะมีการดำเนินงานอย่างไรที่จะทำให้การพัฒนาไปทั่วถึง.

    ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น