โทรป่วนระเบิด กม.ใหม่คุก3ปี

  • Friday, October 13, 2017 - 00:00

    สนช.ผ่านกฎหมายอาวุธปืน โอนอำนาจออกใบอนุญาตในเขต กทม.ให้อธิบดีปกครอง เล่นงานคนโทร.ป่วนวางระเบิด ติดคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับ 6 หมื่นบาท

    ที่รัฐสภา วันที่ 12 ตุลาคมนี้ มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธานพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวคือ แก้ไขให้บุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้นที่สามารถขอหรือใช้อาวุธปืนได้ ส่วนเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนและใช้อาวุธปืน มีการแก้ไขให้อธิบดีกรมการปกครองออกใบอนุญาตในเขตกรุงเทพมหานคร และเฉพาะผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ประจำในเขต กทม. จากเดิมให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกใบอนุญาต ในส่วนอื่นให้คงเดิมคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดออกใบอนุญาตในเขตของตนเองและเฉพาะผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ประจำในเขตจังหวัดนั้น และ ผบ.ตร.มีอำนาจออกใบอนุญาตทั่วราชอาณาจักร

    ในส่วนของบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน มีโทษทั้งจำและปรับตามลักษณะความผิด โดยมีการเพิ่มโทษให้หนักกว่าเดิม ตั้งแต่จำคุก 1 ปีถึง 20 ปี และในกรณีที่ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ โดยการขู่เข็ญหรือกระทำด้วยวิธีอื่นใด เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่าวัตถุหรือสิ่งของนั้นเป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด หรือแจ้งข้อความ หรือส่งข่าวสารซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่ามีผู้พาไป หรือมีการวางวัตถุระเบิดในชุมนุมชน หรือสถานที่แห่งใด และเป็นเหตุให้ผู้อื่นที่อยู่ในชุมนุมชนหรือสถานที่แห่งนั้นตื่นตกใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท

    นอกจากนี้ยังได้มีการยกเลิกอัตราค่าธรรมเนียมตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2543 พร้อมกับกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ไว้ในส่วนท้ายของร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฉบับใหม่ให้สูงขึ้นกว่าเดิม อาทิ ใบอนุญาตให้ทำอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนครั้งแรก ฉบับละ 500,000 บาท ต่ออายุปีต่อไปฉบับละ 50,000 บาท ใบอนุญาตให้ค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนครั้งแรกฉบับละ 150,000 บาท ต่ออายุปีต่อไปฉบับละ 15,000บาท ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนสำหรับปืนยาวประจุปาก ปืนอัดลม ฉบับละ 1,000 บาท ปืนอื่นๆ ฉบับละ 5,000 บาท ใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ฉบับละ 5,000 บาท เป็นต้น

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการฯ ยังได้เพิ่มเติมคำนิยามขึ้นใหม่ ประกอบด้วย วัตถุระเบิด ลูกระเบิด สิ่งเทียมลูกระเบิด เพื่อให้เกิดความชัดเจนและกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยคำนิยามนี้จะขยายความไปถึงตอร์ปิโด ทุ่นระเบิด ระเบิดมือ ระเบิดเวลา ฯ

    หลังจากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนน 201 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง และงดออกเสียง 5 เสียง ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น