กยศ.เปิดเกมทวงหนี้เต็มสูบ ต่อท่อตรงเอกชนทั่วประเทศ เริ่มหักค่าจ้างชำระต้นปีหน้า

  • Friday, October 13, 2017 - 00:00


    กยศ.ปูพรมเดินสายพบผู้ประกอบการ นายจ้างทั่วประเทศ พร้อมประสานกรมสรรพากร ลุยหักเงินเดือนชำระหนี้ กยศ. กดปุ่มเดินเครื่องต้นปี 2561

    นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กยศ.ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย ในการสร้างความรู้ความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมให้องค์กรนายจ้างภาคเอกชนทั้งที่เป็นสมาชิกของสภาองค์การนายจ้างและองค์กรนายจ้างทั่วไปทราบถึงภาระหน้าที่ วิธีการ ขั้นตอน ความรับผิดชอบ และกฎหมาย กฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องกับการให้องค์กรนายจ้างหักเงินเดือน

    โดยขอความร่วมมือจากองค์กรนายจ้างภาคเอกชน เพื่อตรวจสอบสถานะความเป็นผู้กู้ยืมเงินกองทุนของพนักงานหรือลูกจ้างที่อยู่ในสังกัด รวมถึงร่วมทำการประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์กรนายจ้าง

    ทั้งนี้ กองทุนจะเริ่มต้นเดินสายชี้แจงผู้ประกอบการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคกลางโดยร่วมกับสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย มีสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการทั่วประเทศจำนวนกว่า 1,000 แห่ง โดยเฉพาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมซึ่งมีพนักงานประมาณ 4-5 แสนคน ระหว่างเดือน พ.ย.2560-ม.ค.2561 และจะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนผู้กู้ยืมได้ภายในปี 2561 ต่อไป เนื่องจากปัจจุบันองค์กรนายจ้างส่วนใหญ่ยังไม่ทราบรายละเอียดในการหักเงินเดือน

    นอกจากนี้ กยศ.เตรียมเดินหน้าเชื่อมระบบกับกรมสรรพากร ในการรับชำระหนี้ลูกหนี้ กยศ.จากองค์กรนายจ้าง คาดว่าจะเริ่มหักเงินเดือนลูกหนี้ กยศ.ทั้งรายเก่าและใหม่เป็นรายเดือน คาดเริ่มได้ในไตรมาส 1 ปี 2561 โดย กยศ.จะเชื่อมระบบกับสรรพากร แล้วให้กรมสรรพากรเชื่อมระบบกับนายจ้าง หากนายจ้างไม่หักเงินเดือนนำส่ง นายจ้างจะต้องรับภาระจ่ายหนี้แทนลูกหนี้ กยศ. โดยสิทธิ์ในการหักเงินเดือนของ กยศ. ตาม พ.ร.บ. ลูกหนี้จะต้องถูกหักเงินภาษีรายได้ให้กรมสรรพากรก่อน รองลงมาคือประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และต่อมาเป็น กยศ. ก่อนที่จะสามารถหักเงินเดือนเพื่อใช้ให้สถาบันการเงินได้

    สำหรับปัจจุบัน กองทุนมีผู้กู้ยืม 5.28 ล้านราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 5 แสนล้านบาท มีลูกหนี้ที่ค้างชำระอยู่ประมาณ 2 ล้านราย คิดเป็นวงเงิน 6.2 หมื่นล้านบาท และมีลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างฟ้องร้อง 1.2 ล้านราย คิดเป็นวงเงิน 1 แสนล้านบาท

    ก่อนหน้านี้ นายนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กยศ.อยู่ระหว่างประสานข้อมูลลูกหนี้กับกรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร และนายจ้างในหน่วยงานราชการ เพื่อให้ช่วยหักเงินเดือนข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ กยศ. คาดว่าจะเริ่มได้อย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค.2561.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น