แบกหนี้หลังอาน 3แสน/ครัวเรือน ธกส.ทุ่ม5พันล้าน

  • Friday, October 13, 2017 - 00:00


    ธ.ก.ส.เตรียมชงบอร์ดขอขยายวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อแก้หนี้นอกระบบเพิ่มอีก 5 พันล้านบาท หลังตะลุยปล่อยกู้รอบแรกไปแล้ว 4.65 พันล้านบาท พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบต่อเนื่อง ขณะที่ ม.หอการค้าไทยเผยผลสำรวจหนี้ครัวเรือนไทยปี 60 พบส่วนใหญ่ 91.1% ยังเป็นหนี้ เฉลี่ยครัวเรือนละ 2.99 แสนบาท

    เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ย.นี้ ธนาคารเตรียมเสนอคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เพื่อขอความเห็นชอบการขยายวงเงินโครงการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อแก้หนี้นอกระบบเพิ่มอีก 5 พันล้านบาท ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป เนื่องจากยังมีความต้องการของประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก

    ทั้งนี้ วงเงินเดิมของสินเชื่อฉุกเฉิน จำนวน 5 พันล้านบาท ใกล้ครบวงเงินแล้ว โดยปัจจุบันปล่อยกู้ไปแล้ว 4.65 พันล้านบาท คิดดอกเบี้ย 0.5-0.85% ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท โดยการขยายวงเงินออกไปก็เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีแหล่งเงินที่นำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่จำเป็น ไม่ไปกู้หนี้นอกระบบอีก โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้น้อยต้องการขอกู้เงินในช่วงใกล้เปิดเทอมของนักเรียน เพื่อนำเงินไปหมุนเวียนซื้อเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนของบุตรหลาน

    นอกจากนี้ ธนาคารได้ดึงลูกหนี้ที่เป็นหนี้นอกระบบเข้ามาร่วมโครงการแก้หนี้นอกระบบ และผ่านการฝึกอบรมกับศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 9.92 หมื่นราย จากลูกหนี้นอกระบบที่มาขึ้นทะเบียนกับ ธ.ก.ส. จำนวน 6.1 แสนราย

    ส่วนลูกหนี้ที่มีหนี้นอกระบบอีก 5 แสนราย จะต้องมีการเจรจาประนอมหนี้ หากทำสำเร็จก็สามารถเข้าฟื้นฟูอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ต่อไปได้ โดยจะมีแหล่งเงินทุนให้กับผู้ที่ไม่มีหนี้และมีรายได้น้อยผ่านสินเชื่อเพื่อส่งเสริมอาชีพ วงเงิน 5 พันล้านบาท รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ย 7% ซึ่งปัจจุบันสามารถปล่อยไปได้เพียง 16 ล้านบาทเท่านั้น

    อย่างไรก็ตาม จากการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐของ ธ.ก.ส. มีทั้งสิ้น 6 ล้านราย ธนาคารได้ส่งมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว 5.08 ล้านราย เหลืออีกประมาณ 1 ล้านราย จะเร่งทยอยแจกให้ได้ครบเร็วที่สุด

    วันเดียวกัน นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2560 จาก 1,191 ตัวอย่างว่า ปัจจุบันครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ 91.1% ยังคงมีหนี้สินอยู่ มีเพียง 8.9% เท่านั้นที่ไม่มีหนี้สิน โดยครัวเรือนที่มีหนี้ส่วนใหญ่ 32.4% เป็นหนี้เพื่อการใช้จ่ายทั่วไป รองลงมา 30.5% เป็นหนี้เพื่อซื้อทรัพย์สิน เช่น รถยนต์และบ้าน 16.6% เป็นหนี้เพื่อชำระหนี้เก่า และ 3.8% เป็นหนี้บัตรเครดิต โดยหนี้ทั้งหมด เป็นหนี้ในระบบ 42.4% หนี้นอกระบบ 1.2% และเป็นหนี้ทั้งในและนอกระบบ 56.4% และมีหนี้สินต่อครัวเรือนรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 299,266 บาท เพิ่มขึ้น 0.4%

    ทั้งนี้ ประชาชนที่มีหนี้ จะมีการผ่อนชำระหนี้เดือนละ 15,438 บาท เพิ่มขึ้น 3.69% โดยเป็นการผ่อนชำระหนี้ในระบบ 79.3% หรือประมาณเดือนละ 14,032.32 บาท เพิ่มขึ้น 24.41% ขณะที่การผ่อนชำระหนี้นอกระบบอยู่ที่ 26.4% หรือเดือนละ 5,512.57 บาท ลดลง 46.33% ซึ่งเป็นการลดลงมากสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลได้เข้าไปปราบปรามผู้ปล่อยกู้หนี้นอกระบบ และมีการปรับโครงสร้างหนี้ให้เข้าสู่ระบบมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีภาระในการชำระหนี้น้อยลง และมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีทำให้ประชาชนมีการบริโภคเพิ่มขึ้น

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2561 ว่า ศูนย์ฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 4.2-4.5% ซึ่งถือว่าเติบโตสูงสุดในรอบ 6 ปี เนื่องจากการขยายตัวของภาคการส่งออกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.3% ต่ำกว่าปี 2560 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7.5% เพราะฐานสูง ภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับอานิสงส์องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านการบินระดับโลกได้ปลดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยออกแล้ว โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะช่วยขับเคลื่อนการลงทุน

    นอกจากนี้ ยังได้รับอานิสงส์จากเงินสะพัดจากพรรคการเมืองและผู้สมัครเลือกตั้ง 40,000-50,000 ล้านบาท ทั้งที่บันทึกและไม่ได้บันทึกในบัญชีเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศจะให้มีการเลือกตั้งในช่วงเดือน พ.ย.2561 รวมทั้งเม็ดเงินที่เข้ามาในตลาดหุ้นไทย ที่เริ่มเข้ามาจนทำให้ดัชนีทะลุ 1,700 จุดไปแล้ว แต่ยังต้องระวังปัจจัยลบ ทั้งนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เศรษฐกิจจีนที่โตต่ำกว่าที่คาดไว้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น