สสส.เสิร์ฟเทศกาลสร้างสุขภาวะ SOOK Festival ความสุขของคนทุกช่วงวัย

  • Saturday, October 14, 2017 - 00:00


    เป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งรวบรวมความสุขออกเสิร์ฟให้กับคนทุกเพศทุกวัยในสังคมไทย สำหรับศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ล่าสุดขอสร้างความสุขด้วย เทศกาลความสุขครั้งยิ่งใหญ่ “SOOK FESTIVAL” ตอน ความสุขของคนทุกช่วงวัย” ภายใต้แนวคิดการเดินทางของความสุข 15 ปี สสส. โดยรวบรวมกิจกรรมยอดนิยมมานำเสนอและมอบสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต เพื่อสุขภาวะที่ดีในวันว่างให้กับผู้สนใจ เมื่อเร็วๆ นี้

    นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวว่า เทศกาล SOOK Festival ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีของ สสส. ซึ่งตลอดเวลาที่ทาง สสส.รวบรวมองค์ความรู้ด้านสุขภาวะต่างๆ มามากมาย ครั้งนี้จึงนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาถ่ายทอดออกสู่สังคมด้วยกิจกรรมง่ายๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ทักษะและวิธีคิดใหม่ๆ เพื่อทุกคนเข้าถึงได้ง่ายๆ และสามารถนำไปปรับใช้ประโยชน์ด้วยตนเองได้ นั่นคือกิจกรรม SOOK Festival ตอนว่า ความสุขของคนทุกช่วงวัย ซึ่งจะเป็นการรวบรวมกิจกรรมที่ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.

    โดย SOOK Festival แบ่งออกเป็น 4 โซนกิจกรรมสร้างสุข ประกอบด้วย 1.SOOK Healthy โซนที่ให้ความเข้าใจด้านการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมเปิดลาน Active Play ตลอดทั้งวัน คอยให้คำปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายที่เหมาะกับทุกช่วงวัย 2.SOOK Family โซนที่ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมพัฒนาทักษะลูกน้อยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในยุค 4.0 กับการเป็น “พ่อแม่ยุคใหม่สไตล์ EF” โดยครอบครัวแสนน่ารัก คุณโอปอล์ หมอโอ๊ค อารยะสกุล และลูกแฝดน้องอลิน อลัน 3.SOOK Star t(up) โซนสร้างเสริมแรงบันดาลใจที่ช่วยไขเคล็ดลับสร้างสุข โดยคุณฌอน บูรณะหิรัญ และ นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล 4.SOOK Organic กิจกรรมที่ได้เรียนรู้อาหารสุขภาพ ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกผัก การล้างผักด้วยวิธีที่ถูกต้อง และการนำผักมาปรุงอย่างสุขภาพดีพร้อมรับประทาน และเดินช็อป ชิมสินค้าเพื่อสุขภาพใน SOOK Market พร้อมกิจกรรมสร้างความสุขอีกมากมาย

    ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังจัดแสดง นิทรรศการ “15 ปี สสส. การเดินทางของความสุข” ให้เยี่ยมชมอยู่ทุกชั้นของอาคารศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสังคมถึงบทบาท ภารกิจ ผลลัพธ์ และผลกระทบ จากการดำเนินงานของ สสส. พร้อมกิจกรรมที่เหมาะกับคนทุกช่วงวัยในการบริหารจัดการชีวิตโดยรวม ทั้งการทำงาน การเรียน หรือการใช้ชีวิตอย่างสมดุลและมีความสุขได้ตลอดทั้งวัน โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันคนทุกช่วงวัยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน ทั้งกาย จิต ปัญญา สังคม ประกอบกันเป็นสุขภาวะที่ดี

    ด้าน ดร.วรนาท รักสกุลไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัย สสส. พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ โอปอล์-ปาณิสรา หมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล และลูกแฝดน้องอลิน อลัน หนึ่งในตัวแทนจากกิจกรรมไฮไลต์ Talk “พ่อแม่ยุคใหม่สไตล์ EF” ก็ได้มาบอกเล่าประสบการณ์และร่วมพัฒนาทักษะลูกน้อยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพว่า เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนมีเป้าหมายในการเลี้ยงลูก อยากให้ลูกเป็นคนเก่ง ดี มี สุข และมีความฉลาดทางอารมณ์ โดยการพัฒนาสมองของเด็ก นอกเหนือจากเรื่อง IQ และ EQ การฝึกทักษะ EF หรือ Executive Function (ทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จ) เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญที่จะเป็นกระบวนการคิด ตัดสินใจที่ใช้บริหารจัดการชีวิตในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้สามารถตั้งเป้าหมายในชีวิต รู้จักการวางแผน มีความมุ่งมั่น จดจำสิ่งต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ให้ลูกน้อยเป็นคนที่จะประสบความสำเร็จได้ในอนาคต

    โดยช่วงวัย 3-6 ขวบ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะ EF ด้านต่างๆ ให้กับเด็ก เพราะเป็นช่วงที่สมองส่วนหน้าพัฒนามากที่สุด ซึ่งพ่อแม่จะพัฒนาทักษะนี้ให้ลูกได้ ตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน อาทิ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานมากกว่า 6 เดือน การพักผ่อน ให้ความรัก ความอบอุ่น รวมไปถึงการเลือกของเล่นให้ลูกได้คิดอย่างสร้างสรรค์ เช่น เลโก หมากฮอส หมากรุก พวกนี้ฝึกสมองส่วนหน้าช่วยพัฒนาความคิดของเด็ก หรือแม้แต่ทำงานบ้าน เป็นการฝึกให้มีความรับผิดชอบ รวมทั้งการอ่านหนังสือ ยิ่งพ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังมากเท่าไหร่ เด็กจะมีทักษะเรื่องการอ่าน การเขียน เชาวน์ปัญญาดีขึ้นเท่านั้น หรือส่งเสริมให้เด็กเล่นดนตรีก็เป็นการฝึกสมองที่ดีเช่นกัน

    ขณะที่ โอปอล์-ปาณิสรา และหมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล บอกว่า ในการเลี้ยงลูกของเรา คือการเลี้ยงลูกให้เป็นมนุษย์ คือไม่ได้ตามใจทุกอย่างและไม่ได้ห้ามทุกอย่างที่รู้ว่าไม่ดี เพราะสิ่งอะไรที่ยิ่งห้ามก็เหมือนเป็นการเชิญชวนให้อยากลอง แต่เราใช้วิธีพูดคุยกับลูกและควบคุมปริมาณ อย่างเช่น การทานขนมหวาน เค้กต่างๆ เราอนุญาตให้ลูกทานได้ แต่ต้องจำกัดเวลาและจำนวน ที่สำคัญการที่จะเลี้ยงลูกให้ดี มีความสุข พ่อแม่ก็ต้องมีความสุขเสียก่อน อย่าไปฟังคนอื่นแล้วต้องมากดดันลูกของเรา เนื่องจากแต่ละบ้านก็มีบริบทที่ไม่เหมือนกัน เราควรเลือกสิ่งที่ทำแล้วสร้างความสบายใจและเหมาะสมกับครอบครัวของเรา

    นอกจากนี้ การสอนให้ลูกรู้จักการรอคอย การยับยั้งชั่งใจ การแบ่งปัน เป็นสิ่งที่พ่อแม่จำเป็นต้องฝึกให้กับลูก เพราะเมื่อลูกโตขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญ ก็จะทำให้เขามีความยืดหยุ่น ฝึกใจให้เข้มแข็ง ที่สำคัญอย่าให้ลูกเครียด ถ้าเครียดเมื่อไหร่ สมองส่วนหน้าจะไม่ทำงาน ฉะนั้น สิ่งแวดล้อมที่ไม่กดดันมากนักและมีความเป็นมิตร จะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ มีความฉลาดทางความคิดและอารมณ์ และพึงจำไว้ว่า ในที่สุดแล้วลูกไม่ใช่ของเรา แต่เขาจะเป็นอนาคตของประเทศไทยและประชากรของโลกใบนี้ ดังนั้นทักษะ EF จึงตอบโจทย์และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันของลูกได้

    สำหรับผู้สนใจร่วมกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ (สสส.) สามารถลงทะเบียนร่วมกิจกรรมได้ โดยสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ www.thaihealth.or.th/sook Facebook : SOOK Line ID : Thaihealth Center สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.08-1731-8270 หรือ โทร.0-2343-1500 กด 2.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น