ม.44 มัดมือเท้า นักเลือกตั้ง?

  • Monday, October 16, 2017 - 09:35

    แม้จะมีความชัดเจนระดับหนึ่งสำหรับนักเลือกตั้ง ที่อาจเข้ามาแชร์อำนาจในอนาคตได้ภายหลัง ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ประกาศว่ากฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2561 และคาดว่าจะมีการเลือกตั้งภายใน 150วัน หรือช่วงเดือน พ.ย. 2561
    ขณะที่กฎเหล็กควบคุมพรรคการเมืองนั้น ตามประกาศ คสช. ฉบับที่57/2557 จะผ่อนคลายลงภายในเดือนต.ค.นี้ ดังนั้นเชื่อว่าหลังจากนั้นจะได้ยินเสียงของนักการเมืองออกมาเคลื่อนไหวปกป้องสิทธิ์ของตัวเองดังขึ้น ด้วยข้ออ้างเพื่อคืนประเทศกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
    โดยเฉพาะข้อเรียกร้องการยกเลิกมาตรา 44 ที่ให้หัวหน้าคสช. กระทำการใดมีเหนืออำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร และ ตุลาการ โดยชอบด้วยกฎหมาย ผ่านรัฐธรรมนูญ ปี60 มาตรา 265 รองรับเอาไว้โดยมีใจความว่า

    .. ให้คสช.ที่ดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้ ยังคงอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่”

    หมายความว่า คสช.จะหมดอำนาจต่อเมื่อได้ ครม.ชุดใหม่ ภายหลังการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่ ส่วนคำสั่งต่างๆตามมาตรา 44 ในก่อนหน้านี้ หากจะล้มล้างก็ต้องให้รัฐสภาออก พ.ร.บ.มายกเลิก

    นั้นแสดงว่า ทามไลน์ อำนาจมาตรา 44 ยังดำรงอยู่ต่อไปอีกประมาณปีกว่าๆ จึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคเพื่อไทย ออกมาเรียกร้องหนักกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ เพราะเป็นขั้วตรงข้าม และเชื่อว่าจะสร้างผลกระทบให้แก่ตัวเองในอนาคต โดยนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าเป็นอำนาจนอกระบอบและทับซ้อนอำนาจอธิปไตยตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ

    “ ถ้ายังคงอำนาจนอกระบบอยู่ไทย อาจเป็นประเทศที่แปลกที่จัดการเลือกตั้งทั่วไปให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย แต่ยังมีมาตรา 44กำกับอยู่เห็นว่ามาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญมีความสำคัญยิ่ง เพราะมีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจอธิปไตยของพระมหากษัตริย์บัญญัติไว้ ดังนี้ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงไม่ควรมีอำนาจใดมาทับซ้อน อันจะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น หากดำเนินการแก้ไขได้โดยเร็ว ความเชื่อมั่นก็จะกลับคืนมาเป็นทวีคูณ”

    อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ในฐานะผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญเคยให้เหตุผลที่คงอำนาจมาตรา 44เอาไว้ว่า คสช.อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีอุปกรณ์ ไม่เช่นนั้นหากเกิดปัญหาขึ้นมา

    เขาจะแก้ปัญหาได้อย่างไร หากยอมให้เขาใช้อำนาจแล้ว ต้องไว้วางใจ และที่เขียนไว้นั้นเพราะอนาคตไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างหรือก่อนการเลือกตั้ง รวมถึงก่อนที่จะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ดังนั้น หากตัดมือตัดเท้า คสช.จะทำงานได้อย่างไร

    " หากคุณบอกว่าเราควรจะมีตำรวจ แต่ให้ตำรวจถอดปืน ถอดเข็มขัด ถอดกระบองออกไปให้หมด แล้วจะมีตำรวจไว้ทำอะไร ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลือกตั้ง การดูแลโดย คสช.อาจต้องเข้มข้นมากขึ้น เพราะหากในช่วงเปลี่ยนถ่าย หากเกิดอะไรขึ้นมาแล้วทำให้ชะงัก ใครจะแก้ได้ เราต้องรักษาสถานภาพปัจจุบันไว้ก่อน" ประธานกรธ.กล่าว

    ขณะเดียวกัน ผู้ยกร่างรธน. ยังเชื่อว่า แม้คสช.จะมีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์อยู่ก็จริง แต่ในเมื่อบัดนี้ มีรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกต่างๆ ก็มั่นใจว่าคสช.หากจะใช้อำนาจ ก็คงด้วยความระมัดระวัง และไม่ขัดแย้งกับกฎหมายบทหลักที่บังคับใช้อยู่แล้ว

    แต่ พรรคเพื่อไทย หรือ ผู้เห็นต่าง กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะกว่าที่อำนาจมาตรา 44 จะหมดลง ก็ต่อเมื่อต้องมีครม.ชุดใหม่จากการเลือกตั้งแล้วอาจเป็นต้นปี 2562

    ต้องผ่านความสุ่มเสี่ยงที่อาจทำให้ตัวเองจะเสียเปรียบ ที่คสช. จะใช้อำนาจไปเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้แก่ตัวเองและพวกพ้องเพื่อกลับมาสืบทอดอำนาจหรือไม่ อาทิ ในช่วงก่อนเลือกตั้ง , การเลือกตั้ง ,รับรองผลการเลือกตั้ง ไปจนถึงการเลือกตั้งเลือกนายกฯ ที่มีทั้งแบบเลือกคนในและคนนอก ที่ล้วนมีเงื่อนไข สถานการณ์ และปัจจัยที่จะนำมาสู่การใช้อำนาจพิเศษได้ทั้งสิ้น

    ไม่นับรวม แม้ได้รัฐบาลชุดใหม่แล้ว และมาตรา 44 จะหมดแล้วก็ตาม แต่ คสช.ก็ยังมีกลไกที่จะรักษาอำนาจต่อไป อาทิ อำนาจส.ว.สรรหา 250 คน และองค์กรอิสระ เช่นกกต. ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ฯลฯ ที่คสช.แต่งตั้ง รวมทั้ง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ และ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นต้น

    ดังนั้นพรรคใดที่คิดจะหัก กับคสช. มาตรา 44 จึงเป็นขวากหนามแรกเท่านั้น ที่จะต้องก้าวข้ามให้ได้เสียก่อน .

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น