'ทำดีถวายพ่อ' ควรทำอย่างไร?

  • Tuesday, October 17, 2017 - 00:00


    ในห้วงแห่งงานพ่อ...........

    บ้างไปเป็นจิตอาสา บ้างไปบวชพระ-บวชชี บ้างไปบำเพ็ญประโยชน์รูปแบบต่างๆ

    เช่น บริจาคทาน ทำความสะอาดวัด สถานที่ราชการ ตบแต่งอาคารสถานที่ด้วยดอกดาวเรือง

    แต่มีบางส่วน ..........

    ใจนั้น อยากเข้าไปมีส่วนร่วม แต่ด้วยเหตุแห่งปัจจัยชีวิตไม่เอื้อ ก็นึกน้อยใจ

    ว่าตัวเองช่างอาภัพอับวาสนา ไม่มีโอกาส "ทำดีถวายพ่อ" เหมือนคนอื่นๆ เขา

    ก็อยากจะบอกว่า อย่าน้อยใจไปเลย!

    ความดีนั้น ทำได้หลายรูปแบบ ไม่เพียงเฉพาะต้องทำทางกาย ทางข้าวของทองเงินเท่านั้น

    ทำดี "ทางใจ" ถวายพ่อ...............

    พระผ่านฟ้าผู้สมบูรณ์แล้วซึ่งทศบารมี สู่ความเป็นพระพุทธเจ้า

    ...........ก็มีผลเช่นเดียวกัน

    จะพูดไปแล้ว "ทำดีทางใจ" มีอานิสงส์มากกว่า "ทำดีทางกาย" ด้วยซ้ำ

    เพราะคนเรา เมื่อรักษาใจดีแล้ว ต่อให้ช้างฉุด-ช้างลาก จะไปทำชั่ว-ทำทราม กับผู้อื่นและกับตัวเองได้ยาก

    ในทางกลับกัน คน "ทำดีทางกาย" ความดีนั้น เหมือนบ้านไม่ได้ตอกเสาเข็ม

    ไม่แน่...บ้านจะทรุดตอนไหนก็ได้!

    หมายถึง "ดีทางกาย" จิตยังง่ายต่อสิ่งยั่วอารมณ์

    บางคนเห็น "นังจอมมายา" อ้าง "ทำถวายพ่อ" บังหน้า แต่เนื้อแท้ จิตแลบแอบอิงหวังหาประโยชน์ทางการเมืองให้ตัวเอง

    ก็ไม่พอใจ พากันโกรธขึ้ง........

    โกรธก็เท่ากับใจตัวเราเอง ทั้งเศร้าหมอง ทั้งเร่าร้อน

    ใจที่โกรธ ใจที่เร่าร้อน เป็นใจ "พลังลบ"

    แล้วด้วยใจติดลบ เราจะมีพลังบุญ-พลังกุศลจากที่ไหนถวายพ่อล่ะ?

    ฉะนั้น ผู้อุทิศแรงกายก็ดี แรงใจก็ดี ถวายพ่อ โปรดเข้าใจ

    สละแรงกายมาช่วยงานพ่อ ประเสริฐแล้ว

    รักษาจิตให้ผ่องใสถวายพ่อ ก็ประเสริฐแล้ว

    แต่ถ้าทำได้ทั้งสองอย่าง ทั้งเอาแรงกายมาช่วยงาน ทั้งรักษาจิตใจให้ผ่องแผ้วตลอดงานพ่อ

    ประเสริฐเลิศทวีคูณ!

    ปกตินั้น ใจคนเรานับแต่แรกเกิด ซึ่งเรียก "จิตเดิม" เป็นใจบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่แล้ว

    แต่พอมียักษ์ ๓ ตัว คือยักษ์โลภ ยักษ์โกรธ ยักษ์หลง แวะเวียนเข้ามา

    จิตผุดผ่อง ก็กลายเป็นจิตขัดข้อง-ขุ่นมัวไปตามแรงยักษ์ทันที

    แต่ถ้าเราสามารถรักษาจิตให้มั่นคงไว้ได้.............

    ยักษ์ตัวใด-ตัวหนึ่งใน ๓ ตัว หรือมาพร้อมกันทั้ง ๓ ตัว ก็เข้าสิงใจลากจูงให้เราเต้นแร้ง-เต้นกาไปตามมันไม่ได้

    จิตเราก็จะคงสภาพ "จิตเดิม" สะอาด-โปร่ง-โล่ง-สบาย เป็นจิตไฮเพาเวอร์ คิดอะไร ทำอะไร ก็สำเร็จตามจิตตั้งทุกประการ

    ด้วยเหตุเช่นนี้ ..........

    การทำดีถวายพ่อ เกิดอานิสงส์เป็นพลังแรงกล้าแน่นอน ทั้งพ่อทรงปีติโสมนัส ทั้งตัวเรา "ประโยชน์สุข" ตามฐานานุรูป ก็จะบังเกิด!

    ในใบไม้ทั้งป่าที่พระพุทธองค์ทรงหยิบขึ้นมากำมือหนึ่ง เป็นคำสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ นั้น

    รวมลงใน ๓ อย่างเท่านั้น คือ

    ๑.เว้นจากทุจริต คือประพฤติชั่ว ด้วยกาย วาจา ใจ

    ๒.ประกอบสุจริต คือประพฤติชอบ ด้วยกาย วาจา ใจ

    ๓.ทำใจให้หมดจดจากเรื่องเศร้าหมอง มีโลภ โกรธ หลง เป็นต้น

    ก็เท่านี้แหละ.........

    ไม่ต้องไปจำมาก-จำมาย จำจนเลอะเลือน ไม่รู้จะเริ่มปฏิบัติตรงไหน

    จำไว้ "รักษาใจให้ผ่องใส-ไม่ทำชั่ว-ทำแต่ความดี"

    แล้วทั้งชีวิต ทั้งการงาน ทั้งครอบครัว จะดี รวมทั้งสังคมชาติ "รู้รักสามัคคี" เกิดแน่นอน!

    พ่อของเรา ทรงบำเพ็ญคุณธรรมที่เรียกทศบารมีอย่างยิ่งยวด มุ่งสู่ความเป็น "พุทธะ" องค์ต่อไป

    เหตุนั้น เราทั้งหลาย จงช่วยกันทำความดีปูลาดรองรับพระบาทพ่อในเส้นทางพระมหาบารมีสู่ความเป็นองค์พุทธะกันด้วยความเข้าใจเช่นนี้เถิด

    ถ้าไม่รู้จะเริ่มกันตรงไหน ผมจะบอก..............

    ช่วงนี้ ไปจนถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" หรือจะตลอดไปได้ก็ยิ่งดี

    รักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์

    ศีลไม่ใช่ข้อห้าม แต่เมื่อเรารับสัญญาว่าจะไม่ละเมิด ต้องรักษาสัจจะ คือรักษาให้บริสุทธิ์

    จะทั้ง ๕ ข้อ หรือเห็นว่า ๕ ข้อหนักไป อาจรักษาไม่ได้ตลอด ก็เอาซักข้อ "ข้อใด-ข้อหนึ่ง" ก็ได้ ให้มั่นคง

    นี้แหละ..........

    นอกจากเป็นการทำความดีถวายพ่อแล้ว ตัวเองยังได้อานิสงส์แห่งดีสถานเดียว

    เวลาพระให้ศีล จะลงท้ายด้วยคำว่า

    "สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสทะเย"

    แล้วเราก็รับว่า สาธุ...สาธุ...สาธุ ส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าหมายถึงอะไร เข้าใจเอาว่า สาธุไปตามรูปแบบพิธีกรรม

    ความจริงไม่ใช่ ถ้ารู้ความหมาย จะลึกซึ้ง คือพระท่านบอกให้คนที่รับศีลไปนั้น เมื่อรับแล้ว-รักษาได้ดีแล้ว อานิสงส์จะเกิด ดังนี้

    สีเลนะ สุคะติง ยันติ = ศีลเป็นเหตุให้ถึงสุคติ

    สีเลนะ โภคะสัมปะทา = ศีลเป็นเหตุให้ถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์

    สีเลนะ นิพพุติง ยันติ = ศีลเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน

    ตัสมา สีลัง วิโสทะเย = เพราะเหตุนั้น พึงชำระศีลให้หมดจด

    เห็นมั้ย...อย่าทำเป็นเล่นไป............

    รักษาศีลจะไม่ตกนรก รักษาศีลจะมีเครื่องกิน-เครื่องใช้ ทรัพย์สินเงินทอง และศีลที่รักษาดีแล้ว จะทำให้ถึงพระนิพพานได้

    แล้วพระท่านก็ย้ำ "ตัสมา สีลัง วิโสทะเย" คือพระบอกว่า เพราะเหตุนี้ พวกท่านทั้งหลาย พึงรักษาศีลให้หมดจด!

    พระที่บอกนี้ .............

    ไม่ใช่หลวงพ่อ-หลวงพี่-หลวงตา ที่ให้ศีลนะ หากแต่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสบอกไว้ ณ ครั้งพุทธกาล

    อย่างผมเห็นภาพหนึ่งในโซเชียลมีเดียเมื่อวาน ประทับใจมาก ที่เขาว่า ๑ ทำ ดีกว่า ๑๐๐ พูด คือมันอย่างนี้เอง

    ๑ ภาพ ที่โซเชียลมีเดียเมื่อวานก็เช่นกัน ภาพเดียวให้ความหมายดีกว่า ๑๐๐ คำบรรยาย!

    ภาพนั้น คือ คุณยายท่านหนึ่ง น่าจะรอนแรมมาจากต่างจังหวัดหวังกราบพ่อเป็นครั้งสุดท้ายในพระบรมมหาราชวัง

    แต่สิ่งที่คุณยายทำได้ ในชุดผ้าถุงขาวกรอมเท้า เสื้อแขนยาวขาวหม่น พาดผ้าสะไบเฉียงสีขาว ติดแขนไว้ทุกข์ด้วยริบบิ้นดำ

    เท้าหนา-ใหญ่เปลือยเปล่า ย่ำทุกถิ่นคล้ำดินโคลน แต่เห็นแล้ว เกิดความรู้สึกรักฝ่าเท้าคุณยาย น่ากอด-น่าจูบ ยิ่งกว่าหน้าขาวด้วยหน้ากากหญิงมายาเมือง

    คุณยายนั่งพับเพียบบนพื้นทางเท้า ไม้เท้าวางข้างๆ ถุงพลาสติกเข้าใจว่าเป็นของใช้จำเป็นคนชราวางตรงหน้า ส่วนอีกด้าน เป็นถุงสัมภาระสีขาวที่หอบหิ้วมา

    คุณยายชรามากแล้ว คุณยายมาคนเดียว ผมบนศีรษะหงอกขาวปรกใบหูที่ยาวและใหญ่ ส่อถึงคนอายุยืน

    ฝั่งตรงข้าม เข้าใจว่าเป็นกำแพงพระบรมมหาราชวัง คุณยายเหลียวมองไปทางขวา เหมือนรอคอยอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่กำลังใกล้เข้ามา

    ปากซีดเซียวเผยอยิ้ม หรี่นัยน์ตาสู้แสง สองมือเหี่ยวย่น เส้นเอ็นปูดโปนยันกายกับพื้น เพ่งมองด้วยตั้งอก-ตั้งใจจะได้เห็น สิ่งลิบๆ จากโน้นนนน

    บอกตรงๆ เห็นภาพเดี่ยวโดดคุณยายที่ใจเต็มเปี่ยมศรัทธาในพ่อ

    ความตื้นตันที่บอกไม่ถูก มันจุกอก!

    คุณยายมาไกลแสนไกล คุณยายมาคนเดียว คุณยายตั้งอก-ตั้งใจ ถึงไม่มีชุดดำ แต่คุณยายประจงแต่งด้วยเสื้อผ้าชุดขาวคล้ำเท่าที่มีและเก็บรักษาไว้ดีที่สุด เพื่อพ่อ "พระบริสุทธิคุณ" องค์นี้

    คุณยายชรามากแล้ว...........

    ผิวหน้าคุณยายที่เหลียวมอง เมื่อถูกแสง เหมือนเปลือกกล้วยที่ถูกโยนทิ้งคลุกฝุ่นและแดดเผานานวัน

    คุณยายไม่ได้ทำตัวให้ใครสงสาร.............

    หากแต่คุณยายบริสุทธิ์ "ที่สุด" ในดงหญิงมายาการเมืองในกรุง

    คุณยายทำให้คนที่ได้เห็น เกิดรักบริสุทธิ์

    อยากเข้าไปโอบกอด อยากจูบเปลือกกล้วยตากแดด อยากจูงคุณยายลุกขึ้น และบอก

    "ยายจ๊ะ..ยายจ๋า ยายเหนื่อยมากแล้ว ไปกินข้าว-พักผ่อนด้วยกันก่อนนะยาย"!

    คนที่เอาภาพนี้มาโพสต์ ก็ช่างเหลือหลาย..............

    มีอยู่ราย เอาภาพมายาจากหญิงหนึ่ง ผมเผ้ารุงรังยังกะผีนางเม่ย ยืนบนรถเขียนชื่อตัวเองโตเท่าหม้อแกง

    แห่ไปทั่ว อ้างพ่อบังหน้าหาเสียง!?

    ๒ ภาพ เมื่อประกบ ในกิริยาบริสุทธิ์แห่งใจ มันเหนือหมื่น-เหนือแสนคำบรรยาย

    หนึ่งนั้น แสนจะบริสุทธิ์ ดุจน้ำค้าง

    แต่อีกหนึ่ง บริสุทธิ์ดุจน้ำครำ ซ่อนงำยังไงก็ไม่มิดจิตคด

    ชนทั้งหลาย.............

    ไม่ว่า ยาก-ดี-มี-จน คนต่ำค่าหรือว่าคนสูงศักดิ์ "ค่าแห่งรัก" ในองค์พ่อ "ค่าเท่ากัน"

    ถ้ารักนั้น เป็นรัก "บริสุทธิ์จากใจ"

    แต่จงระวัง............

    ถ้าใครใช้รักในองค์พ่อไปหลอกล่อผู้อื่นเพื่อประโยชน์ตน

    พินาศ "ทั้งคน-ทั้งโภคทรัพย์"!

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น