ด่า 'พี่ตูน' กระทบชิ่ง 'ลุงตู่'

  • Wednesday, October 18, 2017 - 00:00


    วันนี้มาคุยกันเรื่อง "พี่ตูน บอดี้สแลม" กันซะหน่อย

    เห็นยำใหญ่กันมาหลายวัน แบบหาสาระอะไรไม่ได้นอกจากความ ริษยา แล้วลากทุกเรื่องไปลงที่การเมือง

    ทำนองว่ารัฐบาล คสช.คือต้นกำเนิดของทุกปัญหาในประเทศไทย

    ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ น้ำท่วม ยันควายออกลูก มีต้นตอมาจากการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ทั้งสิ้น

    โครงการก้าวคนละก้าวครั้งที่ ๒ ของ "พี่ตูน" เพื่อช่วยเหลือ ๑๑ โรงพยาบาล เริ่มออกวิ่งจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา มุ่งสู่ภาคเหนือของประเทศที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

    รวมระยะทางทั้งสิ้น ๒,๑๙๑ กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่ง ๒ เดือน ต้องนับถือน้ำจิตน้ำใจของ "พี่ตูน" เพราะไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้

    แต่...ดันมีคนบางกลุ่มไม่เข้าใจ เพราะเคยชินกับการเสพข้อมูลเป็นท่อนๆ มองภาพรวมไม่ออก พวกนี้เก่งเรื่องจับแพะชนแกะ

    เครือข่ายแดงโยงไปเรื่อย กระทรวงสาธารณสุขก็มี ทำไมต้องมาวิ่งหาเงินด้วย เอาเงินไปซื้อเรือดำน้ำหมดหรืออย่างไร

    หนักสุดก็ไปเอาข้อมูลเท็จมาเผยแพร่ว่าโรงพยาบาลไม่ได้จนจริง เพราะห้องพักแพทย์หรูยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาว

    รายละเอียดผ่านตาในโลกออนไลน์กันเยอะแล้วครับ มีการชี้แจงว่าไอ้สิ่งที่เอามาด่ากันนั้น มันเข้าใจผิด ความจริงเป็นอีกอย่าง

    แต่ก็ยังแถกันสีข้างแดงเถือก!

    มาคุยประเด็นว่าทำไม "พี่ตูน" ต้องวิ่งหาทุน

    "พี่ตูน" หักหน้ารัฐบาลหรือเปล่า?

    ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า งบประมาณแผ่นดินของประเทศ มีระบบระเบียบที่ชัดเจน เอาเงินไปทำอะไร กระทรวงไหนได้เท่าไหร่ เขาจัดการกันในรัฐสภา มีการเผยแพร่ข่าวสารให้รับรู้ทุกปี

    ก็อยู่ที่ว่าใครจะสนใจหรือไม่

    ปัจจุบันโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย มีงบประมาณลงทุกที่ มากน้อยแตกต่างกัน ส่วนที่ขาดไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐาน ทุกวันนี้ใครถึงโรงพยาบาลก็น้อยครับที่จะตายในมือหมอ

    ทุกโรงพยาบาลมีศักยภาพรักษาผู้ป่วยทั้งนั้น หากผู้ป่วยสาหัสหน่อยก็จะส่งต่อเป็นทอดๆ ไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่กว่า

    "พี่ตูน" วิ่งเพื่อช่วยโรงพยาบาล ๑๑ แห่งให้มีความพร้อมมากขึ้นไปอีก เป็นปัจจัยเสริมที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดิน

    ถ้าจำกันได้ เรื่องพวกนี้มีอยู่ทั่วโลก ประเทศพัฒนาแล้วเขาก็ทำ

    ยกตัวอย่าง Ice Bucket Challenge ที่ท้ากันราดตัวด้วยน้ำแข็ง แล้วร่วมกันบริจาคเงินเข้ามูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรค ALS หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

    ทำกันทั่วโลก ผู้นำชาติตะวันตกหลายคน เศรษฐี นักธุรกิจ ดารา ร่วมกิจกรรมนี้กันครื้นเครง

    ยกตัวอย่าง บิลล์ เกตส์, เจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอของอเมซอน, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก, ทิม คุก ซีอีโอของบริษัทแอปเปิล, ลาร์รี เพจ และ เซอเจย์ บรินน์ ผู้บริหารกูเกิล ฯลฯ

    คนพวกนี้ไม่ได้บ่นว่าทำไมรัฐบาลชาติตัวเองไม่เหลียวแลผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพราะเขารู้ว่ากิจกรรมที่ทำนั้น มันเสริมให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรค ALS มีความเข้มข้นขึ้น

    กระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงโรค ALS

    "พี่ตูน" ก็มีเจตนารมณ์ทำนองนี้ครับ

    คนที่เอาแต่ด่า เขาเอาเรื่องของ "พี่ตูน" ไปดรามาเพื่อจะด่ารัฐบาล คสช.อีกทอด หาว่าไม่ดูแลประชาชน เอาเงินไปซื้ออาวุธหมด

    ทำราวกับว่ายุคทักษิณ โรงพยาบาลได้งบประมาณท่วม

    ลองไปดูความจริงของโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคซิครับว่า สถานการณ์ของโรงพยาบาลแต่ละแห่งเป็นอย่างไรบ้าง

    สงสัยเอาไว้ "พี่ตูน" วิ่งรับบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน พวกนี้คงจะหันมาเชียร์กระมัง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น