'ระเบียบปฏิบัติที่ราษฎร์ควรรู้'

  • Wednesday, October 18, 2017 - 00:00


    ๒๖ ตุลาคม...........

    ประชาชนใน ๖ ภาค คือ เหนือ ๙ อีสาน ๒๐ กลาง ๒๑ ตะวันออก ๗ ตะวันตก ๕ ใต้ ๑๔

    รวม ๗๗ จังหวัด

    คงไม่สามารถเดินทางเข้ามาร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด

    เหตุนั้น

    "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" จึงพระราชทานพระราชานุญาต

    ให้รัฐบาลจัดสร้าง "พระเมรุมาศจำลอง ๘๕ แห่ง" กระจายไปทั่วประเทศ

    เพื่อให้คนไทยทุกคน ได้มีส่วนร่วมในการถวายพระเพลิงพระบรมศพ

    พระเมรุมาศจำลองนั้น.............

    โปรดเกล้าฯ ให้แผนกสถาปนิกในพระองค์ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมศิลปากร ร่วมกันออกแบบก่อสร้างจำลอง

    ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยรูปทรงบุษบก ๗ ชั้น องค์พระเมรุมาศตั้งกึ่งกลาง

    ขณะนี้ การก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยทุกแห่งแล้ว

    สำหรับในกรุงเทพฯ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาร่วมเป็นแสน จึงจัดเตรียมพระเมรุมาศจำลองไว้ ๙ แห่ง

    คือบริเวณ ๔ มุมเมืองชั้นใน

    -บริเวณสำนักงานสลากฯ เดิม ถนนราชดำเนิน

    -สวนนาคราภิรมย์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าช้าง

    -ลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ ๑ สะพานพุทธ

    -ลานคนเมือง เสาชิงช้า

    และ ๔ มุมเมืองรอบนอกกรุงเทพฯ

    -ทิศเหนือ ที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ ดอนเมือง

    -ทิศใต้ ที่ไบเทค บางนา

    -ทิศตะวันตก ที่พุทธมณฑล

    -ทิศตะวันออก ที่ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

    อีกแห่ง จัดสร้างพิเศษสุด..........

    คือพระเมรุมาศจำลอง ที่บริเวณ "พระลานพระราชวังดุสิต" ที่เรียกกันว่า "ลานพระบรมรูปทรงม้า" นั่นแหละ

    เป็นพระเมรุมาศจำลององค์เดียว ทำจากไม้สักทองทั้งหลัง

    ใช้สีแสดงความอาลัย "ขาว-เทา-ดำ" เป็นหลัก

    และ "สีเหลืองทอง" ซึ่งเป็นสีแห่งวันพระบรมราชสมภพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ"

    เอาล่ะ............

    เมื่อรู้จุด-รู้ที่กันแล้ว ก็ควรศึกษาถึงระเบียบและขั้นตอนถวายพระเพลิงพระบรมศพกันไว้ด้วย

    ตามที่ทางการกำหนดและประกาศให้ทราบ จะเป็นประมาณนี้

    อย่าแย่ง อย่าฮือ กันเข้าไป เหมือนที่เคยชิน

    เบื้องหน้าเราคือ "พ่อ" ในพระบรมโกศ ฉะนั้น ต้องคำนึงถึงมรรยาทความเป็นระเบียบ-เรียบร้อย ไม่ส่งเสียงดัง โหวกเหวกโวยวาย

    แต่ละแห่ง............

    จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก จะจัดแบ่งผู้มาถวายพระเพลิงพระบรมศพออกเป็น ๙ แถว แถวละ ๙ คน

    ก็คอยดู และเชื่อฟังเขา เรื่องดอกไม้จันทน์ไม่ต้องห่วง เจ้าหน้าที่ประจำซุ้มจะคอยส่งให้เอง

    รับดอกไม้จันทน์แล้วก็เดินไปประจำจุดถวาย

    ก่อนถวาย ถวายคำนับ ๑ ครั้ง วางดอกไม้จันทน์ที่พาน ถวายคำนับอีก ๑ ครั้ง

    จากนั้น เดินแยกออกไปทางซ้ายหรือทางขวา ไม่ต้องประหม่าหรือตื่นเต้นจนเกินไป คอยดูข้างหน้าเขาไว้ก็แล้วกัน

    จะผิดพลาดบ้างทางกิริยาตามประสาชาวบ้าน ทุกคนเข้าใจในความบริสุทธิ์แห่งจิต ไม่มีใครคิดเห็นเป็นภัยหรอก

    เมื่อรู้ขั้นตอนปฏิบัติแล้ว ก็มาดูว่า เราควรแต่งกายกันอย่างไรในการไปร่วมพิธีวันนั้น

    แน่นอน ต้องสุภาพ เรียบร้อย และสีดำ เป็นการไว้ทุกข์

    ผู้หญิง สวมเสื้อสีดำเรียบ ไม่มีลวดลาย ไม่รัดรูป ห้ามเป็นเสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยว สวมกระโปรงดำหรือผ้าถุงดำยาวคลุมเข่า

    ประเภทกางเกง กระโปรงสั้น เสื้อผ้าแฟชั่น ไม่สุภาพ ต้องงด

    ผู้ชาย สวมเสื้อสีดำเรียบ เสื้อเชิ้ต ถ้าเป็นแขนยาว ไม่พับแขนเสื้อ กางเกงดำขายาว รองเท้าสุภาพ หุ้มส้นสีดำ กางเกงยีนส์ ต้องงด

    อีกข้อ ที่ทุกคนควรคำนึง ไม่ว่าหนุ่มหรือแก่

    อากาศไม่แน่นอน เตรียมร่มสีดำไปด้วย ห้องน้ำ-ห้องท่า ไม่สะดวก ดังนั้น ถ้ารู้ตัวว่าสุขภาพไม่ดี อย่าฝืน

    และคนจะมาก หยูกยาประจำตัว ต้องเตรียมให้พร้อม อาหาร-การกิน รวมทั้งน้ำ จัดเตรียมพอประทังหิว อย่าขนไปชนิดกินกันทั้งตำบล

    ถ้ามีลูกเล็ก-เด็กแดงไปด้วย ต้องเขียนชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทร. ติดไว้เลย พลัดหลงจะได้ไม่มีปัญหา

    รวมทั้งตัวเอง แต่ละคน "บัตรประชาชน" สำคัญมาก ฉะนั้น ต้องพกติดตัวไปด้วย

    หลักๆ ก็ประมาณนี้ ใครไม่สนใจก็ไม่เป็นไร ใส่ใจไว้นิดก็แล้วกัน

    สรุป วันนี้ไม่ได้คุยอะไรเป็นชิ้น-เป็นอัน เพราะห่วงเหล่าท่านนั่นแหละ

    ด้าน "ประชาชน" ก็ทราบกันแล้ว แต่ทาง "ภาครัฐ" ผมก็ไม่ทราบว่าแต่ละจังหวัด ในวันที่ ๒๖ ตุลานั้น

    ทางรัฐบาลมีคำสั่งให้ "แต่ละจังหวัด" ปฏิบัติอย่างไรบ้าง?

    โดยเฉพาะในพิธี "ถวายพระเพลิงพระบรมศพ"

    ก่อนเริ่ม แต่ละจังหวัดได้จัดเตรียมขบวน "แสดงความอาลัย-ถวายพระเกียรติยศ" กันอย่างไรหรือไม่?

    ประชาชน นอกจากร่วมวางดอกไม้จันทน์แล้ว จะร่วมขบวน-ร่วมพิธีกันได้อย่างไรหรือไม่?

    ผมก็คอยฟัง "พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา" ในฐานะ รมว.มหาดไทยอยู่เหมือนกันว่า

    ท่านจะมีแนวให้แต่ละจังหวัดปฏิบัติไปในทางเดียวกันอย่างไร?

    หรือจะปล่อยให้แต่ละจังหวัดคิดกันเอง จัดกันเอง?

    นี่ก็ใกล้วันงานเข้ามาทุกที...........

    แต่ดูเหมือนฝนก็ตก "ทุกที-ทุกวัน" เหมือนกัน อยากฝากเตือนให้แต่ละท่านหาวิธีป้องกันฝนล่วงหน้า มิให้ตัวเองต้องเปียกแฉะ ถ้ามีตกช่วงนั้นไว้ด้วย

    กูรูด้านฝนบ้านเราก็เยอะจัด เยอะจนเวียนหัว ไม่รู้จะฟัง-จะเชื่อสำนักไหนดี?

    กรมอุตุฯ เดี๋ยวนี้ หนักไปทางตามแก้ข่าวลือ

    เพราะตามเว็บ ตามโซเชียลมีเดีย เดี๋ยวกูรูนั้น ออกมาชี้ กูรูนี้ ออกมาซ้ำ ว่าวันนี้-วันนั้น ฝนจะซัดหนัก

    กรมอุตุฯ ก็ต้องออกมาบอก อย่าไปเชื่อสำนักไหน เชื่ออุตุฯ สำนักเดียว จะไม่เสียวทั้งเมือง!

    เสียว-ไม่เสียวไม่รู้แหละ รู้แต่ว่า ตอนนี้ เหนือ-อีสาน-กลาง แฉะทั่วหน้า!

    ฝนตกกับประเทศไทย เป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติ ในอดีตกาลก็ตกแบบนี้

    แต่ตอนนั้นที่ไม่เป็นปัญหา เพราะว่าคนกับธรรมชาติแวดล้อมยังสมดุล

    แต่ตอนนี้ ที่มันเป็นปัญหาเกิดขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เพราะคนมันเกินดุลธรรมชาติแวดล้อมไปมากแล้ว

    ต้องยอมรับความจริง ว่าทุกวันนี้เราสร้างบ้าน-สร้างเมือง "แบบไม่เห็นหัวธรรมชาติ" แปลงทางน้ำเป็นทางรถหมด

    แล้วคนก็เอาแต่ก่นโทษกัน!

    ในความเป็น "ตัวการ" ร่วมกัน ก็ต้องคิด จะสู้ในเชิงท้าทายโดยไม่เห็นทางชนะต่อไปเรื่อยๆ

    หรือจะยอมรับความจริง ว่ามาถึงยุค "น้ำท่วมโลก" แล้ว มนุษย์เราต้องถอย

    เอาเงินหน้าตักเป็นแสนๆ ล้านที่จะไปสู้น้ำนั้น ใช้เป็นทุนถอยไปปักหลัก "สร้างสมดุล" ในที่ดอนแห่งใหม่ จะเข้าท่ากว่าไหม?

    ถอยหลังไป ๖๐ ปี คนไทยมีแค่ ๒๐ กว่าล้านคน น้อยขนาดนั้น เขายัง "สร้างเมือง" แบบ "ไว้ทางน้ำ"

    วันนี้ คนไทยร่วม ๘๐ ล้านคน กลับถมทางน้ำสร้างเมือง อย่างนี้ ไม่ต้องเปลืองเงิน-เปลืองเวลาไปวิจัยหาเหตุน้ำท่วมแล้ว?

    ขออาศัยพื้นที่ที่เหลือบอกกล่าวสักนิด...........

    ๒๑ ตุลานี้ ไทยโพสต์ครบรอบปีที่ ๒๑ ก็ไม่ได้จัดงานอะไร

    แต่ทีนี้ ครอบครัว "กิจพานิช" ขอ "ทำดีถวายพ่อ"

    นำข้าวไรซ์เบอร์รี ซึ่งปลูกตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่นครชัยศรี เก็บเกี่ยวด้วยแรงควาย เสร็จแล้วแพ็กเป็นถุงๆ มามอบให้แจกจ่าย

    "คุณวรรณชัย-มาดามเฮง" นำสบู่มาดามเฮง มามอบไว้ให้อีก และยังมีโน่น-นี่อีก

    ฉะนั้น ในวันที่ ๒๐ ตุลา ท่านใดมา

    โปรดอย่านำอะไรมา

    แต่โปรดมารับข้าวไรซ์เบอร์รี สบู่มาดามเฮง หนังสือ "เหนือห้วงมหรรณพ" บทสวดมนต์แบบพับ และโน่น-นี่ เท่าที่มีไปด้วย

    พูดถึงครบรอบไทยโพสต์ ก็ต้อง...เฮ้อ!

    เฮ้อ เพราะเผลอแป๊บเดียว ผ่านไป ๒๑ ปี เอาบวกกับอายุผมดูซี

    ยังจะทู่ "ซี้" ได้อีกซักกี่วัน?

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น