คนจนกับประชารัฐและประชานิยม

  • Thursday, October 19, 2017 - 00:00


    จะด้วยหลักคิด แนวคิด เทคนิค วิธีการ มันเผอิญมาสอดคล้อง ต้องกัน อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ แต่คงต้องยอมรับว่า...ไปๆ-มาๆความเป็น ประชารัฐ ของรัฐบาลเผด็จการ ดูๆ ชักเริ่มออกอาการคล้ายๆ ประชานิยม ของรัฐบาลประชาธิปไตย ไม่ว่าฉบับทุนสามานย์-ไม่สามานย์ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะความพยายามลด-แลก-แจก-แถม อะไรต่อมิอะไรให้กับบรรดาผู้ที่ได้ชื่อว่าคนจนทั้งหลาย...
    ------------------------------------------------
    คือความพยายามช่วยเหลือคนยาก คนจน คนที่ด้อยโอกาส ขาดโอกาส ยังไงๆ ย่อมต้องถือเป็นสิ่งดีอยู่แล้วแน่ๆ แถมอาจถือเป็น หน้าที่ เป็น ความรับผิดชอบ ของรัฐบาลใดก็แล้วแต่อย่างมิอาจปฏิเสธได้ แต่ในแง่หลักคิด เทคนิค กรรมวิธี มันยังน่าจะมีอะไรมากไปกว่าการควักเงินสดๆ ออกมาไล่แจก ไล่แถม อีกหรือไม่ อย่างไร สำหรับผู้ที่ด้อยความรู้ ด้อยประสบการณ์ อย่าง ท่านขุนน้อย คงยากซ์ซ์ซ์ที่จะหาข้อสรุปได้ถนัดๆ แต่ถ้าดูจากเมื่อปีที่แล้ว ที่รัฐบาล คสช.ท่านเรียกระดมคนจนให้มาลงทะเบียน แล้วควักเงินสดๆ ออกมาแจกหัวละ 1,500-3,000 ให้กับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนจนไปประมาณ 8.3 ล้านราย มาปีนี้...แทนที่ใครต่อใครจะหายจนลงไปมั่ง กลับปรากฏว่าการเรียกระดมคนจนให้มารับ บัตรคนจน เพื่อเอาไปแลกซื้อข้าว ซื้อน้ำปลา หรือซื้ออะไรต่อมิอะไรตามที่กำหนดไว้ให้ คนจนที่แห่มาลงทะเบียนดันเพิ่มขึ้นไปถึง 14.2 ล้านราย ถึงจะคัดแล้ว สกรีนแล้ว ก็ยังคงอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านราย เพิ่มขึ้นไปกว่าเดิมถึง 3 ล้านราย...
    --------------------------------------------------
    และดูเหมือนว่า...การเปลี่ยนเทคนิค กรรมวิธี จากที่เคยแจกเงินสดๆ มาเป็นแจกบัตรให้เอาไปรูดปรื๊ดๆ เพื่อแลกกับข้าว กะปิ น้ำปลา ฯลฯ และอะไรต่อมิอะไรทั้งหลาย มันออกจะวุ่นๆ อยู่พอสมควร ไม่ว่าทั้งในระดับนโยบาย หรือระดับกลไกผู้ปฏิบัติงานของรัฐ จนทำให้อดไม่ได้ต้องหันไปอ่านข้อเขียนของคุณพี่ จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตผู้ที่คุ้นเคยกับ ประชานิยม ตามแบบฉบับทุนสามานย์มาโดยตลอด ที่ได้ให้ข้อคิด ข้อสังเกต ไว้ในข้อเขียน บทความ เรื่อง บัตรคนจน...อาจเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งอย่างน้อย...ก็พอช่วยให้เกิดความคิดอะไรต่อมิอะไรได้มั่ง ดีกว่าการนั่งฟังคุณ ไก่ วัฒนา ระบายลมผ่าน ไม่รู้กี่เท่า ต่อกี่เท่า...
    --------------------------------------------------
    คือคุณพี่ จาตุรนต์ นั้น...ท่านก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพวกเดียว กลุ่มเดียว กับทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลเผด็จการ คสช.ยุคปัจจุบันนั่นแหละ หรือเป็นพวกเดียว กลุ่มเดียว กับรองนายกฯ ป๋าดัน สมคิด ที่กำลังพยายามดันอะไรต่อมิอะไรในทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าตัวเลขจีดีพี ดัชนีส่งออก ดัชนีการลงทุน ตลาดห้ง ตลาดหุ้น ฯลฯ ไปจนถึงดัน มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ให้มาโผล่ที่ทำเนียบรัฐบาลประเทศไทยให้จงได้ ดังนั้น...ในฐานะผู้ที่รู้มือรู้ตีนซึ่งกันและกัน ข้อคิด ความเห็นของคุณพี่ จาตุรนต์ จึงเป็นอะไรที่น่าสนใจมิใช่น้อย หรือพูดง่ายๆ...คือ เป็นสิ่งที่พึง ต้องฟัง เอาไว้ก่อนนั่นแหละดี...
    ---------------------------------------------------
    ส่วนรายละเอียดความคิด ความเห็น ของคุณพี่ จาตุรนต์ นั้น จะมีอะไรบ้าง...บรรดาผู้ที่สนใจ หรือผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบคงต้องไปหาอ่านกันเอาเอง แต่อย่างน้อยก็พอสรุปได้ว่า...ย่อมดีกว่าการฟังเสียงจิ้งจกทักเป็นไหนๆ หรือดีกว่าการฟังการระบายลมผ่านของคุณ ไก่ วัฒนา อยู่แล้วแน่ๆ อันทำให้อดคิดต่อไปไม่ได้ว่า...นอกจากการแจกเงิน แจกโน่น แจกนี่ ที่ทำให้ ประชารัฐ ใกล้ๆ จะเป็น ประชานิยม เข้าไปทุกที มันยังมีเทคนิค กรรมวิธีอื่นๆ อีกหรือไม่ อย่างไร ในการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่ได้ชื่อว่าคนจนทั้งหลาย...
    -------------------------------------------------
    โดยเฉพาะถ้าเริ่มจาก หลักคิด ที่ใครต่อใครเคยหยิบมาพูดอยู่บ่อยๆ ประมาณว่า นักการเมืองให้ปลา-พระราชาให้เบ็ด อะไรทำนองนั้น การแจกเงินสด แจกบัตรรูดปรื๊ดๆ มันจะเป็นการ ให้ปลา หรือ ให้เบ็ด กันแน่!!! แม้จะมองกันในช่วงระยะสั้นๆ ในฐานะเป็นตัว กระตุ้นเศรษฐกิจ แบบที่พวกฝรั่ง หรือพวกนักเศรษฐศาสตร์ที่ชอบเดินตามก้นฝรั่งจนระบบเศรษฐกิจพังกันไปแทบทั้งโลก มักงัดมาใช้เป็นอาวุธในช่วงระยะสั้นอยู่บ่อยๆ จนเตลิดเปิดเปิงกลายเป็นระยะยาวไปโดยอัตโนมัติ ด้วยเหตุเพราะความคุ้นเคยกับการได้ปลาจนลืมการใช้เบ็ดอะไรประมาณนั้น แต่ก็นั่นแหละ...การกระตุ้นที่ว่าก็กลับถูกกล่าวหา นินทา ว่ากลายเป็นกระตุ้นให้ทุกสิ่งทุกอย่างไหลไปเข้าร่องแข้ง เจ้าสัว ไปซะนี่!!!
    -------------------------------------------------
    แม้จะมีการออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา นินทา ชนิดคอเป็นเอ็นไปแล้วก็ตาม แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...โดย โครงสร้าง ของระบบเศรษฐกิจแบบไทยๆ นั้น อะไรต่อมิอะไรที่ได้รับการกระตุ้น ยังไงๆ...มันคงต้องไหลไปเข้าร่องแข้งพวก เจ้าสัว ไม่ว่าทางหนึ่ง ทางใด อย่างมิอาจปฏิเสธได้ แม้ไม่ได้เกี่ยวกับร้านธงฟ้า ธงไม่ฟ้าเอาเลยก็ตาม คือมันยังคงเป็นโครงสร้างแบบ รวยกระจุก-จนกระจาย แบบเดิมๆ นั่นแหละ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอื่น ตราบใดที่ผู้คนทั้งหลายไม่ว่าคนยาก คนจน คนปานกลาง ยังไม่มีขีดความสามารถพอที่จะเรียนรู้การ ใช้เบ็ด ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้วิถีการใช้ชีวิตแบบ พอเพียง นั่นเอง แต่เมื่อไหร่ที่รู้แล้ว...ไม่ว่าใครรวยแค่ไหน ก็ปล่อยให้รวยเสียให้เข็ด ไม่ถึงกับก่อให้เกิดปัญหาต่อส่วนรวมกี่มากน้อย อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาหวาดหวั่น ขวัญสยอง กับ กับดักรายได้ปานกลาง ให้ปวดเศียร เวียนเกล้า โดยใช่เหตุ แถมอาจส่งผลให้ ประชารัฐ ดูเก๋ ดูเท่ ต่างไปจาก ประชานิยม ชนิดสามารถแยกแยะข้อแตกต่างออกจากกันได้ชัด ไม่งั้น...ไม่ว่าเผด็จการประชาธิปไตย สุดท้าย...ก็ เสร็จป๋าดัน ไปซะทั้งหมด เฮ้ออ์อ์อ์...อะไรจะดันเจ็บ ดันแรง ไปได้ถึงปานนั้น...
    -----------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Gulzariral Nanda... Simple living will automatically prevent corruption. The less the need, the lesser the need for money.- การใช้ชีวิตแบบเรียบๆ ง่ายๆ ช่วยป้องกันมิให้เกิดการทุจริตโดยอัตโนมัติ เพราะความต้องการมีน้อยเท่าไหร่ ความจำเป็นจะต้องหาเงินมาสนองความต้องการ ก็ยิ่งมีน้อยเท่านั้น...
    -----------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น