ขันนอตระบบเตือนภัย

  • Thursday, October 19, 2017 - 00:00


    ถือได้ว่ายังเป็นสถานการณ์พยากรณ์อากาศที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดสำหรับประชาชน โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนในช่วงระยะเวลานี้ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วทุกภาคประเทศไทย

    โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศระหว่างวันที่ 18 ตุลาคม 2560-24 ตุลาคม 2560 ในช่วงวันดังกล่าว ขอให้ประชาชนบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ และภาคกลาง ยังคงต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 22-24 ต.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

    ขณะที่ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ทำให้กรุงเทพฯ มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณฝนใกล้เคียงกับวันเสาร์ที่ผ่านมา สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังจะเกิดน้ำท่วมขังเป็นพื้นที่เดียว ได้แก่ ถนนวิภาวดีรังสิต รัชดาภิเษก ลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ สุขุมวิท รวมถึงตรอกซอกซอยซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ

    ส่วนสาเหตุทำให้เกิดน้ำท่วมขังคือ ศักยภาพระบบการระบายน้ำของกรุงเทพฯ ระบายน้ำได้ทันหากฝนตกไม่เกิน 60 มิลลิเมตร แต่ช่วงที่ผ่านมาหลายพื้นที่ฝนตกมากถึง 193 มิลลิเมตร ประกอบกับเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงตลอดทั้งเดือน จึงระบายน้ำยาก ซึ่งขณะนี้กรุงเทพฯ และกรมชลประทานร่วมกันระบายน้ำที่เต็มคลองต่างๆ ออกไปแล้ว ทำให้สามารถรับฝนใหม่ได้ระดับหนึ่ง

    อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งสำคัญนอกเหนือจากการปรับปรุงการบริหารจัดการในการรับมือกับปริมาณน้ำฝน และแก้ไขปัญหาเร่งระบายน้ำของกรุงเทพฯ เพื่อให้เท่าทันปริมาณน้ำ ทั้งจากสาเหตุของปริมาณน้ำฝน และน้ำทะเลหนุนสูง คือ ระบบการเตือนภัยให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างทันท่วงที และเท่าทันสถานการณ์

    ทั้งเพื่อป้องกันความเสียหาย และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ของประชาชน ในการวางแผนการเดินทาง หรือการบริหารจัดการรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่ หรือปัญหาการจราจรในแต่ละจุด รวมทั้งมีจุดอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในแต่ละจุด เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างทันท่วงที ภายใต้การร่วมมือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละพื้นที่

    ขณะเดียวกัน ในระบบเตือนภัยพิบัติ ในพื้นที่ภูมิภาค ยิ่งต้องให้ความสำคัญ และจัดระบบเพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือประชาชนในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัด ให้เป็นระบบมากขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องมีการสั่งการที่ชัดเจนในการแผนการรับมือช่วยเหลือประชาชนในแต่ละจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนมอบนโยบายลงไปในแต่ละพื้นที่เพื่อสร้างแผนรับมือ และป้องกันในสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที

    ประเทศไทยมีบทเรียนความเสียหายจากปัญหาภัยพิบัติมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะปัญหาอุทกภัยในแต่ละพื้นที่ ประชาชนจำนวนมากต้องรับความทุกข์ทรมานจากปัญหาดังกล่าว แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีสาเหตุจากภัยธรรมชาติ อยู่เหนือการควบคุมได้ แต่อย่าลืมว่า การบริหารจัดการโดยรัฐบาล หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในการเข้าไปแก้ไข ป้องกันปัญหา มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และเป็นหนทางที่จะป้องกัน และรับมือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินประชาชนได้ หากรัฐบาลมีนโยบายในการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ และมีระบบเตือนภัย แจ้งล่วงหน้ากับประชาชนอย่างทันท่วงที!.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น