'พระตรงธรรม-ชาวบ้านตรงทาง'

  • Monday, October 23, 2017 - 00:01


    ๑๐๗ ปีที่ผ่านมา...........

    เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕

    เสด็จสวรรคต!

    พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงประชาชาวไทย ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช"

    ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง ...........

    ที่ปักหมุดพัฒนาประเทศสู่ความเป็นอารยชาติร่วมสังคมโลกจากอดีต ตราบปัจจุบันทุกวันนี้

    ด้วยพระบารมีมากล้นของ "พระพุทธเจ้าหลวง" พระองค์นี้

    ทรงวางรากฐานไว้ให้ทั้งหมด!

    เรื่อง "เลิกทาส" ไม่ต้องพูดถึง เพราะรู้กันดีอยู่แล้ว

    แต่คนรุ่นใหม่ กระทั่งรุ่นเก่าก็เถอะ บางคนก็ยังไม่รู้ว่า ประปา-ไฟฟ้า-โทรศัพท์-รถไฟ-ไปรษณีย์

    "ถนน-คูคลอง" ทั้งเพื่อการชลประทาน การคมนาคม การขนส่งทางน้ำ-ทางบก

    "พระพุทธเจ้าหลวง" ทรงวางรากฐานไว้ทั้งหมด

    รูปแบบการบริหาร-การปกครองประเทศ แยกเป็นจังหวัด อำเภอ ตำบล กระจายอำนาจออกไป กระทั่งมีถึงผู้ใหญ่บ้าน-กำนัน

    ด้วยพระราชวิสัยทัศน์ "เสด็จพ่อ" นี่แหละทรงวางแบบแผนไว้ให้

    ธนบัตร เงินเหรียญ ที่เราใช้กันทุกวันนี้ ก็อีกนั่นแหละ ที่ทรงริเริ่มดังนานาอารยชาตินิยม

    กระทั่งเรื่องศาสนา............

    "สมเด็จพระปิยมหาราช" ทรงให้เป็นอิสระในการเลือกนับถือ

    นอกจาก "พุทธศาสนา" แล้ว

    คริสต์-อิสลาม-พราหมณ์-ซิกข์ และศาสนาใด เป็นไปเพื่อความสมัครสมานศานติ

    สอนให้มีเมตตา มีความรักต่อกัน ไม่เบียดบังกัน ไม่บ่อนทำลาย ไม่สร้างความแตกแยกต่อกัน

    ไม่ส่อไปในทางหลอกลวง โดยมีนัยอื่นแอบแฝง ก็ทรงอนุญาตให้เข้ามาเผยแผ่ได้

    ประชาชนทุกคน มีเสรีภาพในการเลือกนับถือ

    โลกตะวันตกสมัยนั้น....ทึ่งนัก!

    ประเทศไทย ถึงเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่เป็นชาติที่ให้สิทธิ-เสรีภาพประชาชนเด่นชัด

    ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม-ประเพณีชาติ ทรงเอกลักษณ์อารยะ สง่างามยิ่งนัก

    เสด็จพ่อ ร.๕ ทรงนำชาติ "เสมอบ่า-เสมอไหล่" นานาอารยชาติในสังคมโลกยอมรับ แต่กาลนั้น

    วันนี้ ๒๓ ตุลา...........

    เป็นวันรำลึกถึง "เสด็จพ่อ ร.๕" พระผู้มีพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นต่อแผ่นดินนี้

    ต่อปวงประชาชนชาวไทยและต่อผู้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารทั้งมวล

    ถ้าไม่มี "เสด็จพ่อ" ที่ทรงวางรากฐานประเทศสู่สังคมโลกยุคใหม่ ไว้ให้ ณ ครั้งนั้น

    จะไม่มี "ประเทศไทย".............

    ที่ชาติใดก็ "หยามไม่ได้" ดังทุกวันนี้!

    และด้วยเส้นสายลายแทงตามที่ "เสด็จพ่อ ร.๕" ทรงถากถางเป็นเส้นทางสู่อนาคตไว้ให้ นั่นแหละ

    ชาติไทย ได้อาศัย "รอยพระบาท" เป็นทางรอดและทางเจริญเรื่อยมา

    ฉะนั้น ในวาระครบรอบแห่งวันเสด็จสวรรคตของเสด็จพ่อ ร.๕ วันนี้

    ถึงไม่ได้ไปถวายบังคม ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า

    ก็เชื่อว่า พระบรมรูปเสด็จพ่อ ร.๕ มีติดบ้านกันทุกคน จงกราบรำลึกถึงเสด็จพ่อเถอะ

    ไม่มีก็ไม่เป็นไร ........

    ก่อนนอน ด้วยศีรษะคนไทย ที่ไม่เคยต้องก้มให้นักล่าอาณานิคมชาติไหนมาก่อนเลยนั้น

    จงน้อมศีรษะก้มลงกราบที่หมอน รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพ่อ ร.๕ เถิด

    ไทยเป็นชาติอิสรเสรี............

    ไทยหรือสยาม เป็นชาติที่ใครก็หยามไม่ได้ ไทยถึงไม่ใหญ่ แต่ด้วยวิเทโศบายแห่งพระปิยมหาราชพระองค์นี้

    ไทยก็ไม่เคยเล็ก ที่ใครจะมาข่มได้เลย!

    และอยากให้ทุกคนทราบด้วย..........

    "สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง" ทรงเป็น "สมเด็จพระบรมอัยกาธิราช" คือสมเด็จปู่ของ

    "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล" รัชกาลที่ ๘

    "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" รัชกาลที่ ๙

    และ.........

    ทรงเป็น "สมเด็จพระบรมปัยกาธิราช" คือปู่ทวด ของ

    "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" รัชกาลที่ ๑๐

    นั่นคือ รัชกาลที่ ๕ ทรงวางรากฐานประเทศ "ทุกด้าน" สู่สังคมโลก

    รัชกาลที่ ๙..........

    ทรงเสริมสร้างและทรงวางรากฐานประเทศต่อด้วย "ศาสตร์พระราชา"

    "เศรษฐกิจ-ชีวิต-สังคม" ประชาชน ด้าน "ดินและน้ำ" เพื่อการเกษตร สู่ความมีอยู่-มีกินที่ยั่งยืนบนขาตัวเอง

    และนับต่อจากนี้ สู่รัชสมัย "รัชกาลที่ ๑๐"

    การพัฒนาประเทศทุกรูปแบบ จากรัชกาลที่ ๕ ทรงวางรากฐาน รัชกาลที่ ๙ ทรงเสริมสร้างและขยายฐาน ด้านเศรษฐกิจ-ชีวิต-สังคม

    ก็ชัดเจนว่า.........

    ทั้งของเดิม-ของเก่า-ของใหม่ที่ค้างคา

    ทุกอย่างเข้าสู่เส้นทาง "พัฒนาต่อยอด-จัดระเบียบ-ปรับระบบ"

    ณ ยุควิทยาการโลกใหม่

    เพื่อ "อนาคตไทย" ในศตวรรษที่ ๒๑

    สังเกตให้ดีจะเห็น ด้านศาสนา เมื่อเข้าสู่รัชสมัย รัชกาลที่ ๑๐ จะได้รับการจัดระเบียบ "เข้าที่-เข้าทาง" ก่อนเพื่อน เป็นที่ปลาบปลื้มของปวงประชายิ่งนัก

    ด้านบางเถน-บางสงฆ์ที่ประพฤติ "นอกลู่-นอกรอย" พุทธบัญญัติแห่งพระพุทธองค์

    ด้วยพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์ "อัครศาสนูปถัมภก" พระบารมีนั้น แผ่ยังศาสนจักร

    ให้กลับเข้าแถว-เข้าแนวตามพระธรรมวินัย!

    ไทยนั้น จากอดีตกาลเรื่อยมา "พระกับบ้าน" เป็นเงาในเงาต่อกัน นั่นคือ

    พระเดินตรงธรรม

    ชาวบ้านก็เดินตรงทาง!

    แต่ในช่วงร่วม ๒ ทศวรรษที่ผ่าน ยศถาบรรดาศักดิ์ ลาภสักการะอันสงฆ์มิพึงได้

    มีจากบุคคลทางการเมือง เข้าไปเป็นเหยื่อล่อกิเลสให้บางเถน-บางสงฆ์ต้องเป็นเหมือน "นกติดตัง"

    สังคมบ้านกับสังคมพระ เลยเหมือนขนมจีนผสมน้ำยา

    นักการเมืองโจร "ล่อ" เอาเสียงประชาชน

    สงฆ์ที่ติดตัง "หลอก" เอาสตางค์ประชาชน

    เกิดระบบเงินทอนวัด วัดฐานเสียง พระหัวคะแนน พระปลุกมวลชน กระทั่ง แกะรูปพระ สลักรูปหนัง ฝังผีพรายตายโหง-ตายห่า เป็นการแช่งชักอีกฝ่าย

    แปลงวัด แปลงโบสถ์ เป็นห้างสรรพสินค้าพุทธพาณิชย์

    ปั้น-ปลุกเสกเลขยันต์ ไม่ว่า ลัทธิ ผี พราหมณ์ เจ้าพ่อ-เจ้าแม่

    ถ้า (หลอก) ขายได้ พระ-วัด หลายต่อหลายแห่ง เอาทั้งนั้น

    เอากันจนชาวบ้านเมา จากที่ "บางพระ-บางวัด" มอม!

    ชาวบ้านที่พอมีสติ ที่เคยได้พบพระแท้ ก็พอแยกแยะได้

    แต่พวกเต่าถุย เอาแต่บนบานศาลกล่าว ภาวนาขอ และขูด ซึ่งประเภทนี้มีมาก

    เห็นวัดไหน เป็นวัดตรงทาง-ตรงธรรม ไม่เอา ไม่ชอบ และไม่เข้า

    แต่เห็นวัดไหน โฆษณา ปลุกเสกเลขยันต์ อวดฤทธิ์ปาฏิหาริย์ พระอาจารย์ตายแล้วไม่เน่า มีรูปผี รูปยักษ์ รูปมาร ให้เซ่น ให้กราบไหว้

    ก็แห่กันไป จนหลวงพ่อ-หลวงพี่ นับเงิน (คนโง่) กันเหงื่อโทรมหัวโล้น!

    นี่...เมื่อพระนำไม่ตรงธรรม ชาวบ้านก็ตามไม่ตรงทาง อย่างนี้

    ก็เป็นบุญของประเทศ...........

    เมื่อมีพระผู้เคร่งครัดใน ศีล-สมาธิ-ปัญญา ขึ้นเป็น "สมเด็จพระสังฆราช" คือพระประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทย

    บวกกับ "สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" และตัว ผอ.สำนักพุทธ เป็นเลขาฯ คณะกรรมการมหาเถรสมาคม ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์

    ได้ "พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" ผู้มีฆราวาสธรรม มาทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้

    ต่อแต่นี้ ที่นอกรีต-นอกรอย วัด-พระ จะค่อยๆ คืนสู่ร่องรอยของความเป็นวัด-เป็นพระผู้สอนธรรม มากขึ้น

    ที่ตัวเป็นพระ แต่ใจเป็นมาร ถ้ากลับหลังหันไม่ได้ ก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้า คือ "หุบเหว"

    ขนาดพงศ์พร เป็นฆราวาส เขายังมีสัจจะ คือความซื่อสัตย์ ซื่อตรง มีทมะ คือการข่มจิต ฝึกตน รักษาใจ มีขันติ คือ อดทน-อดกลั้น ต่อคำพูด ต่อการกระทำคนอื่น และมีจาคะ คือการเสียสละ ละสิ่งไม่ดี-ไม่งาม

    แล้วพระสงฆ์ นับเนื่องเป็นพุทธบุตรโดยตรง แค่คืนความเป็นวัดให้แก่วัด ถ้ายังทำไม่ได้ ยังพยายามก่อหวอด ก่อกวน ทั้งใต้ดิน-ใต้นรก

    แบบนั้น......นอกจากผ้าเหลืองคลุม

    ยังจะมีอะไรที่เรียกว่า "พระสงฆ์"?

    สู่อีกยุคหนึ่ง-สมัยหนึ่งแล้ว ถ้าเดียรถีย์ คือสักแต่ว่าเป็นพระ แต่ไม่อยู่ในพระธรรม ไม่รักษาพระวินัย แปลงวัดเป็นห้างสรรพสินค้านรก รอแต่อำนาจใหม่กลับคืน เพื่อเกลือกกลั้ว "ชั่วอุ้มชั่ว" ละก็

    ระวัง...........

    อาจต้อง "ชักบังสุกุลตาย" ให้ตัวเอง!

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น