ในความเป็นคนไทยและประเทศ

  • Tuesday, October 24, 2017 - 00:00


    ยังไม่ถึงวันที่ ๒๖ ตุลา...........

    กรุงเทพฯ ก็เริ่ม "คับแคบ" ตั้งแต่วันที่ ๒๓ แล้ว!

    เมื่อถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ"

    ประชาชนไม่เป็นแสน-เป็นล้านหรือนี่ ที่ต่างมุ่งหน้าสู่สนามหลวง ด้วยใจประสงค์ตรงกัน?

    ผมก็ทราบ ทางรัฐบาล-กองทัพ-ตำรวจ-กทม.-จิตอาสา มีความพรักพร้อม

    อย่างว่านั่นแหละ กับคลื่นประชาชนเป็นแสนๆ ที่มุ่งหน้ามารวมศูนย์อยู่สถานที่เดียวกัน

    ยังไงก็ดูแลไม่ทั่วถึง!

    และการหลั่งไหลครั้งนี้ มิใช่แค่ช่วงขณะหนึ่ง หากแต่จะเป็นเช่นนั้น อย่างน้อยก็ ๓-๔ วัน คือระหว่าง ๒๔-๒๕-๒๖-๒๗ ตุลา

    ช่วงนั้น กรุงเทพฯ อาจหยุดนิ่ง ขยับเขยื้อนไปทางไหนได้ยาก ในเมื่อถนนหนทางหลายสายต้องปิด

    การจราจร จากข้างนอก เข้าข้างในไม่ได้

    ข้างใน ก็ออกไปข้างนอกไม่ได้

    แต่คลื่นประชาชนจากทุกภาคของประเทศ อันเป็นส่วน "ข้างนอก" ต่างมุ่งเข้าข้างใน

    คงเข้าไม่ได้ ถึงได้ ก็คงยาก

    สภาพนั้น ประมาณการแล้ว ทั้งคนข้างในเอง และคนจากข้างนอก จะมีสภาพเหมือน มดไต่ขอบกระทะบนเตาไฟ

    ประเด็นนี้ มีความเป็นไปได้ ที่อาจเกิดเป็นปัญหาให้ต้องบริหาร!

    สถานที่พักผ่อน ห้องน้ำ-ห้องส้วม อาหารการกิน รวมถึงที่พักค้างแรม ทุกคนที่มา "ลูกของพ่อ" ทั้งนั้น

    จะปล่อยให้เขาลำบากเกินกว่าเหตุได้อย่างไร?

    นี่ คือปัญหาเบื้องแรกที่ต้องวางแผนบริหาร โดยเฉพาะน้ำดื่ม-อาหาร-ห้องน้ำ นอกเหนือจากชั้นใน

    จะให้แต่ละคนที่มา ช่วยตัวเอง มันพูดได้..........

    แต่ในทางเป็นจริง คนเป็นหมื่น-เป็นแสน ถึงมีเงิน ก็ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน?

    และถึงอย่างไร ร้านค้า-ร้านขาย ก็ไม่มีอาหารเพียงพอ กับคนจำนวนมากๆ แน่

    "เรื่องกิน-เรื่องถ่าย" เป็นเรื่องใหญ่

    ผมรู้ ว่าเรื่องเหล่านี้มันหยุมหยิม ไม่สมควรถึงท่านนายกฯ แต่ก็นั่นแหละ นายกฯ ในฐานะแม่งาน

    ไม่บอกท่าน ก็ไม่รู้จะไปบอกใคร

    บอก กทม.....บอกกับไม่บอก มองไม่เห็นผลต่างกันตรงไหน?

    จะบอก "หลวงปู่พุทธะอิสระ"..........

    แค่นั้น กล้ามท่านก็จะเท่าพระบัวขาวอยู่แล้ว เพราะ ๑ ปีเต็มๆ ท่านต้องผัดหมี่ กวนข้าววันละเป็นร้อยกระทะ

    ขืนให้ไปตั้งโรงทาน ๔ มุมเมืองอีก ท่านคงยืนแข็งเป็นหินอยู่ในท่าชายจีวรมัดเอวกวนกระทะแน่!

    เรื่องจิตวิทยานี่ก็สำคัญ ทุกคนที่มา ตั้งใจมาทั้งนั้น แต่เมื่อมาแล้ว ด้วยจำนวนมากต่อมากด้วยกัน บางส่วนอาจเกิดความรู้สึก

    เหมือนไม่มีใครแยแสสนใจ...........

    ความตั้งใจมาเต็ม อาจทำให้ชาวบ้านส่วนนั้น "ใจพร่อง" ตอนกลับไปก็ได้?

    ฉะนั้น ยังไงๆ ควรต้องมี "หน่วยจิตวิทยามวลชน" กระจายออกไปโอภาปราศรัย ต้อนรับขับสู้ประชาชน

    แสดงการรับรู้ในการมาร่วมงาน "ถวายพระเพลิงพระบรมศพ" อันเป็นเครื่องชูใจต่อกัน

    ที่ไม่ควรละเลยอีกอย่าง............

    ในความมากของผู้คน คนเป็นหมื่น-เป็นแสน ยิ่งเนืองแน่น "ช่องว่าง" สำหรับบุคคลที่ไม่หวังดี "ยิ่งกว้าง"

    พวกนี้ก่อกวนได้ทุกอย่าง..........

    กระทั่งฉวยโอกาส กับคนที่มา ที่อาจไม่ได้รับความสะดวกสบาย เขาก็จะฉวยโอกาสตอกลิ่มให้ "ใจประชาชน" ห่างออกไปจาก "สถาบัน"

    ผมอาจ "คิดมาก" เกินไปก็ได้นะ

    แต่คนอยู่ข้างนอก "มองเข้าไปข้างใน" ย่อมเห็นอะไรที่ "คนข้างใน" มองออกมาไม่เห็น

    เมื่อมองไม่เห็น ก็เข้าใจว่า "ไม่มีอะไร" ทุกอย่างรัดกุม ไร้ช่องโหว่

    นี่ผมก็บอกในฐานะ "คนมองจากข้างนอก" แล้วนะ

    ส่วนคนข้างใน จะคิดอ่านประการใด "ในเรื่องหยุมหยิม" เป็นเรื่องของท่าน

    คนไทยนี่ จะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยาก

    ยิ่งในยุคการสื่อสารครองโลก สมองมนุษย์ยุคไอที ถูกเทคโนโลยีการสื่อสารมันกัดกิน "ความคิดใคร่ครวญ" ไปมากต่อมาก

    การ "คิดก่อนทำ" จึงมีน้อย

    "ทำไปแล้วก็ยังไม่คิด" ยิ่งมีมาก

    จึงน่ากลัว สังคมช่วงหัวเลี้ยว-หัวต่อ เชื่อใจยาก-วางใจไม่ได้เลย!

    ไม่ต้องดูอื่นไกล สังคมออนไลน์ สังคมโซเชียลมีเดีย ทุกวันนี้ เข้มงวดขนาดนั้น มันระย่อซะที่ไหน?

    ยังมีกลุ่มคนคอยปล่อยข่าวเท็จ-ข่าวเสี้ยม และสอดแทรกประเด็นบิดเบือนในแต่ละเรื่อง

    หวังให้เกลียดชังรัฐบาล เข้าใจผิดต่อสถาบัน เป็นภาพลักษณ์ไม่งามต่องาน ต่างๆ นานา แทบไม่เว้นรายชั่วโมง

    เรื่อง "การแต่งกาย" ให้เหมาะสมแก่กาลอันควรก็เหมือนกัน

    ทางการประกาศก็แล้ว............

    ขอความร่วมมือก็แล้ว ทั้งเรื่องอย่าใช้ไม้เซลฟี ให้ใช้ร่มสีดำหรือสีเทา เป็นต้น

    ห้ามอย่างไหน ขอร้องอะไร กูทำอย่างนั้น!

    ม่านดอกไม้ อุโมงค์ดอกไม้ ที่ปากคลองตลาด เขาทำไว้ขาวสะพรั่ง เหลืองอร่าม สมพระเกียรติ

    ก็ยังมีมนุษย์ "คนรุ่นใหม่สายใต้ถุน" ตะกายเหยียบย่ำดงดอกไม้ เข้าไปถ่ายตรงนั้น ชูไม้เซลฟีถ่ายตรงนี้

    เกี่ยวดอกไม้เขาหลุดร่วงบ้าง กระชากลากสายไฟจนชอร์ตบ้าง ไม่เข้าใจว่ายุคไอที ทำไมมีแต่มนุษย์อีถ่อย?

    ขณะนี้ ชาวต่างบ้าน-ต่างเมือง เริ่มทยอยเดินทางเข้ามาแล้ว ความเป็นเจ้าบ้านที่ดี ความเป็นลูกของพ่อ "องค์พระมหาภูมิพล" ที่ดี ส่วนใหญ่สำนึก ระลึกพร้อม

    แต่ยังมี "ส่วนเกิน" ของสังคมชาติ บางคน-บางส่วน "จับจ้อง" เพื่อให้เป็นข่าวโลกในเชิงปฏิปักษ์อยู่

    อย่าปล่อยให้เกิด แล้วตามแก้ทีหลัง

    พวกนี้ "หมดสภาพคน" ที่จะให้คืนสำนึกแล้ว!

    ความจริง ในกาลนี้ ไม่สมควรยกคนพวกนี้มาพูด แต่เป็นการช่วยเตือน ก็ต้องยกมาย้ำกันไว้ เพื่อไม่ละเลยด้วยประมาท

    พูดถึงคนดีของบ้านเมืองบ้าง............

    วัน-สองวันนี้ นักกีฬาไทยเรา นำความชุ่มอก-ชุ่มใจมาช่วยประโลมอกแล้งได้มากทีเดียว

    -น้องเมย์ "รัชนก อินทนนท์" คว้าแชมป์แบดมินตันระดับโลก มาถวายพ่อ

    ในรายการซูเปอร์ซีรีส์พรีเมียร์ "เดนิซา เดนมาร์ก โอเพน 2017" ที่เดนมาร์ก

    -น้องวิว "กุลวุฒิ วิทิตศานต์"

    คว้าแชมป์แบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์โลก รายการ "บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ แชมเปียนชิปส์ 2017" ที่อินโดนีเซีย

    เห็นนายกฯ ประยุทธ์แสดงความชื่นชม-ยินดี และขอบคุณ ๒ นักกีฬาแบด ก็อยากเรียนท่านว่า

    ลืมไปอีก ๑ ครับ...ท่าน!

    "น้องเทนนิส ศิษย์โค้ชเช" จอมเตะตีนไฟพะเนียงแตกของไทยนั่นไง

    "พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ" แชมป์เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ สนามแรก, แชมป์เทควันโดมหาวิทยาลัยโลก และเจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ ที่มาเลเซีย

    เมื่อวาน (๒๓ ต.ค.๖๐)

    เธอคว้าแชมป์ "เวิลด์ เทควันโด กรังด์ปรีซ์ ลอนดอน 2017" สนามที่ ๓ ที่อังกฤษ มาอีกรายการ

    เรียกว่า วัน-สองวันนี้ นักกีฬาไทยเรา ทั้งตบ-ทั้งตี-ทั้งเตะ กวาดรางวัลในเวทีโลก สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยหลายกระบุง

    จนเดี๋ยวนี้ เมื่อโฆษกไม่ว่าสนามไหน ประกาศ Thailand

    ชื่อนี้ ไม่เป็นชื่อแปลกหูใครๆ ในสนาม-ในเวทีโลกแล้ว!

    ต้องจดชื่อทั้งโค้ช-ทั้งนักกีฬา แถมทีมวอลเลย์บอลหญิงเข้าไปด้วย เมื่อเสร็จจากงาน "ออกพระเมรุ" แล้ว

    นายกฯ มีคิวว่างวันไหน ต้องเชิญเขาและเธอเหล่านั้นไปเชิดชูเกียรติ

    คนดี-คนทำดี-คนสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ต้องมีที่อยู่-ที่ยืน อันสมควรและเหมาะสมให้เขา

    และไม่ใช่ชนะ จึงจะชื่นชม...........

    กีฬา ไม่มีใครชนะตลอดหรือแพ้ตลอด ขอเพียงสู้เพื่อศักดิ์ศรีชาติ จะแพ้หรือชนะ รัฐบาลต้องอุ้มชู-ชื่นชม เสมอต้น-เสมอปลาย

    แบบนั้น จึงจะมี "วีรบุรุษ-วีรสตรี" ประดับชาตินิรันดร์!

    ประเทศไทยน่ะ จะรุ่งหรือจะริ่ง ไม่เพราะใครหรอก นอกจาก

    "คนไทย" กันเอง!

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น