พระองค์ไม่เคยกริ้ว

  • Wednesday, October 25, 2017 - 08:26

    สมัยผมดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็มีนโยบายบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มากกว่าพัฒนาวัตถุสิ่งก่อสร้าง มีอยู่วันหนึ่งพระองค์ท่านมาทรงดนตรีที่เกษตรฯ มีนิสิตคนหนึ่งชื่อ สุเทพ ลักขณาวิเชียร ประธานสภานิสิตเกษตรฯ มายื่นซองขาวถวายฎีกา ช่วงที่ประทับทรงดนตรี ในหลวงทรงรับซองแล้วส่งให้คนด้านหลัง ไม่ได้สนใจ ต่อมาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีคำสั่งให้คัดชื่อนักศึกษาผู้นี้ออก ข้อหาหมิ่นพระบรมราชานุภาพ ปรากฏว่า วันรุ่งขึ้นในหลวงเสด็จฯ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ทรงมาที่สวนสองแสนที่อยู่ข้างๆ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ที่ทรงซื้อจากชาวบ้านคนหนึ่ง ราคา 2 แสนบาท และพระราชทานให้มหาวิทยาลัยเกษตรฯ พัฒนาวิจัยพืช แต่วันนั้นไม่มีใครไปรับเสด็จเลย มีแต่ผมคนเดียวยืนพิงลวดหนามข้างประตู

    จนเวลา 4 โมงเย็น ได้ยินเสียงฝีพระบาทมากันหลายพระองค์ ในหลวง สมเด็จพระราชินีฯ พร้อมด้วยฟ้าหญิงสองพระองค์ และหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี พระองค์ท่านรับสั่งกับผม ไม่เปลี่ยนจริงเหรอ ตอนนั้นผมเป็นรองอธิการบดี ไม่ทราบเรื่องนี้ แต่จะกราบทูลฯ ว่าไม่ทราบก็ไม่ได้ จึงได้แต่กราบที่พระบาท

    ทรงรับสั่งถามอีกครั้ง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โทษคืออะไร ทรงรับสั่งครั้งที่สาม ถ้าจะให้ฉันตัดสิน เด็กคนนั้นไม่ได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรอก มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ต่างหากที่หมิ่น จากรับสั่งนั้นจึงมีการนำมาสู่อธิการบดีเปลี่ยนคำสั่งให้นิสิตรายนั้นเป็นผิดวินัย เรื่องเรียบร้อยไป ในวันนั้นโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโต๊ะเสวยอาหารหลังพระตำหนัก ซึ่งมีผมระพีนั่งร่วมโต๊ะด้วย ทรงเปิดเพลงความฝันอันสูงสุดให้ฟัง

    "นี่แหละมหาราชครู พระองค์ไม่เคยกริ้ว ทรงมีพระเมตตามาก นิสิตคนนั้นมารู้เรื่องนี้ทีหลัง ผมตามหาลูกศิษย์คนนี้มา 15 ปี ไม่เจอตัว เพราะเขาหนีเข้าป่าและบวชเป็นพระในเวลาต่อมา มาเเจอตอนเป็นพระแล้ว เขาเล่าว่า วันนั้นแม่ฟังข่าวเขาทางวิทยุตอนกำลังจะหุงข้าวพอดี ถึงกับตกใจ ทำหม้อที่เป็นหม้อดินตกแตก เพราะเขาเป็นความหวังของแม่ ว่าเรียนจบแล้วจะส่งน้องๆ เรียนต่อได้ เขาบอกอีกว่า ยังคิดว่าผมเป็นคนช่วยเขา ไม่รู้ว่าในหลวงท่านเป็นคนช่วย"

    ในช่วงที่ไปสัมภาษณ์ อาจารย์ระพีอยู่ในวัย 95 ปี เมื่อถามถึงการทำงาน อาจารย์ระพีพูดถึงในเรื่องนี้ว่า ในหลวงยังทรงงานทุกวัน ทำให้อาจารย์เองก็ไม่หยุด ยังพักไม่ได้ อยากทำงานถวายในหลวงอีกเรื่อง ในหลวงทรงห่วงใยปัญหาชายแดนใต้ อาจารย์จึงเดินทางไป จ.ปัตตานี มีประชาชนใส่เสื้อเหลืองเสื้อแดง ก็ลงไปช่วยชี้แนะพูดคุย คนบอกว่าตนมีความคิดเหมือนในหลวง ให้ไปช่วยพูดเกี่ยวกับในหลวง เกี่ยวกับโครงการหลวง เพื่อให้ประชาชนในชายแดนใต้เข้าใจมากขึ้น

    "มีหลายคนมาพูดกับผม อาจารย์ต้องอยู่นะ อย่าร้องไห้เลย เราฝากความหวังไว้ที่อาจารย์ ผมยังต้องสานงานของพระองค์ต่อไป เมื่อเช้าก็นำโคลงบทหนึ่งมาอ่าน เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว แหนงหนี หาง่าย หลายหมื่นมี มากได้ เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี-วาอาตย์ หากยาก ฝากผีไข้ ยากแท้จักหา เป็นร้อยกรองที่ทำให้นึกถึงแววตาของพระองค์ท่าน ท่านเหมือนเพื่อน ท่านคิดอย่างเดียวกับที่ผมคิดกับเด็กเกษตรฯ เด็กเกษตรฯ คือเพื่อนผม เพราะพ่อแม่ฝากเรามา ต้องดูแลเหมือนเป็นพ่อแม่อีกคน" ศ.ระพีกล่าว และว่า จะขอทำงานติดตามใต้ฝ่าพระบาทไปในที่สุด

    ประสานการค้ากล้วยไม้จีนแผ่นดินใหญ่-ไต้หวัน

    จากประสบการณ์ถวายงานสมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศ.ระพีเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงงานหนัก พระองค์ท่านทรงใช้ชีวิตออกไปทำงานและเยี่ยมเยียนชาวเขา ให้ปลูกพืชเศรษฐกิจพวกผลไม้และพันธุ์ไม้เมืองหนาวที่ จ.เชียงใหม่ ช่วงนั้นผมตามเสด็จตลอดเวลา พระองค์ท่านให้ผมทำงานเรื่องกล้วยไม้ แต่เป็นเรื่องการเมือง ในช่วงนั้นทางจีนแผ่นดินใหญ่กับรัฐบาลจีนไต้หวันก็ยังเข้ากันไม่ได้ แต่ผมคิดว่าอย่างไรเสียเขาก็ทิ้งกันไม่ลงหรอก

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดโต๊ะเสวยอาหารกลางวันเลี้ยงแขกภายในพระตำหนักภูพิงค์ จ.เชียงใหม่ วันนั้นประธานกรรมการทหารอาสาของจีนไต้หวันมาร่วมด้วย ซึ่งผมก็นั่งอยู่ด้วย พระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสกับผมว่า อาจารย์ระพี เขามาช่วยเรา เราควรไปดูของเขาบ้าง เรื่องกล้วยไม้ของไทยให้ไปช่วยเขาบ้าง เพราะโครงการหลวงที่ดอยอ่างขาง เขาก็ส่งคนมาช่วยเรา ทำให้วงการกล้วยไม้ของไต้หวันเติบโตขึ้น

    หลังจากนั้นผมก็เดินทางไปดูงานส่งเสริมการปลูกกล้วยไม้ รวมทั้งการเกษตรอื่นๆ ที่กรุงไทเป ก็ช่วยแนะนำ เพราะคนจีนไต้หวันปลูกกล้วยไม้บนดาดฟ้าตึก มีหลังคาคลุมข้างบน กล้วยไม้มันได้แสงไม่พอ ก็เจริญเติบโตแข็งแรงไม่พอ ก็แนะให้สร้างเรือนกระจกขึ้นบนพื้นดอน แล้วให้เปิดกว้าง สนใจคบกับต่างชาติให้มากขึ้น ยังจำได้ผมเดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่ก็ได้พบกับคนจีนไต้หวันไปทำสวนปลูกต้นไม้อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย คนกลุ่มนี้ค้าขายกันทางทะเล เขาส่งดอกไม้จากจีนแผ่นดินใหญ่ผ่านไทย แล้วผ่านไปเข้าจีนไต้หวัน ถ้าไม่ทำอย่างนี้ขายไม่ได้

    ก็มีคนจีนไต้หวันมาขอร้องให้ผมพูดกับเจ้าหน้าที่ตรวจพืชไทยว่า ถ้าเห็นพวกเขาส่งดอกไม้เข้าเมืองไทยขอให้ปล่อยเพื่อจะได้ส่งไปขายที่ไต้หวันโดยไม่ผิดกฎหมาย มาวันนี้ดีใจที่ได้เห็นจีนไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่มีความสัมพันธ์ระหว่างกัน วัฒนธรรมจีนนั้นทิ้งกันไม่ได้ ก็เป็นอีกงานที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านจนทุกวันนี้

    "แม้พระองค์ท่านจะเสด็จสวรรคตแล้ว ผมจะสานงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป และไม่อยากให้กระแสเราจะทำความดีเพื่อในหลวงมันจบ".

    หมายเหตุ : ศาสตราจารย์ระพี สาคริก อดีตรัฐมตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อดีตนักดนตรีวง อ.ส. (ข้อมูลชุดนี้ทำการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ช่วงก่อนที่อาจารย์ระพีจะป่วยหนัก)

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น