เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

  • Thursday, October 26, 2017 - 00:00


    พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล
    ข้าพระพุทธเจ้า คณะหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
    ----------------------------------
    อยากบอกว่า ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐

    คือการส่งเสด็จ "องค์สมมุติเทพ" พระผู้พ่อของแผ่นดินนิรันดร์ ทรงพระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช"

    เสด็จกลับสู่เขาพระสุเมรุ

    หลังจากจุติลงมาบำเพ็ญทศบารมีในโลกมนุษย์ เป็นเวลา ๘๙ ปี

    ณ กาลนี้...........

    ด้วยทศบารมีสู่ความเป็น "พระโพธิสัตว์" ทรงพากเพียรสมบูรณ์แล้ว

    "พระผู้พ่อของแผ่นดิน" เสด็จคืนสู่สวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว

    ก็จงใคร่ครวญกันตามชอบ โดยนัยนี้เถิด

    เมื่อใคร่ครวญ เรา-ปวงพสกนิกรย่อมเข้าใจ ว่าการสวรรคตของพ่อนั้น

    มิใช่ในความหมาย "ตาย"

    หากแต่ พ่อคือองค์เทพ จุติลงมาจากเขาพระสุเมรุ เพื่อครองแผ่นดินยังสุขแก่ประชาชนชาวสยามให้สมบูรณ์ด้วยทศพิธราชธรรม

    ถึงกาลอันควร พ่อก็เสด็จกลับ

    การสวรรคตของพ่อ คือการเสด็จกลับ และทรงคงอยู่ ณ เขาพระสุเมรุ มิใช่ในความหมาย "ตาย" ในคติพื้นฐานที่เข้าใจกันทั่วไป

    เมื่อเข้าใจตามนัยนี้ ความอาลัยถึงพ่อ พึงแสดงเถิด

    แต่ความเศร้าโศกเสียใจนั้น มวลพสกทั้งหลาย พึงเก็บกลั้นไว้แต่ในความรู้สึกเถิด

    เขาพระสุเมรุ ที่พ่อเสด็จคืนสู่นั้น คือสถานที่เช่นใด?

    หลายท่าน ทราบ หลายท่าน อาจยังไม่ทราบ แต่เมื่อทราบ ความสว่างจะมาแทนความมะลำเมลือง

    คงได้ยินชื่อ "ไตรภูมิพระร่วง" กันแล้วกระมัง?

    "ไตรภูมิ" หมายถึง ภพภูมิ ๓ "กามภูมิ-รูปภูมิ-อรูปภูมิ"

    ในจักรวาล ประกอบด้วยภพภูมิทั้ง ๓ นี้

    พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย

    ทรงนิพนธ์ "ไตรภูมิพระร่วง" อิงคติพราหมณ์และพุทธปรัชญาไว้ เมื่อ ๖๗๒ ปี ที่ผ่าน

    จักรวาลนี้ มี "เขาพระสุเมรุ" เป็นแกนกลาง

    เขาพระสุเมรุตั้งอยู่เหนือน้ำ ๘๔,๐๐๐ โยชน์ ภูเขา ๓ ลูกรองรับ เป็นส่วนฐาน

    มี ๗ ทิวเขา ที่เรียก "สัตบริภัณฑ์คีรี" ประกอบด้วย "ยุคนธร-กรวิก-อิสินธร-สุทัศนะ-เนมินธร-วินตกะ-อัสกัณ" ล้อมรอบเป็นวงกลม ลดหลั่นเป็นชั้นๆ

    มีเทวดาจาตุมหาราชิกาและบริวารสถิตอยู่

    ภายในจักรวาล มีภูเขาหิมวาหรือหิมาลัย เป็นเทือกเขายาวติดกันเป็นพืด เรียกว่าเขาจักรวาล

    ตามทิว-เทือกสัตบริภัณฑ์ เป็นดินแดนสวรรค์ชั้นฟ้าของเหล่าทวยเทพ วิมานท้าวจตุโลกบาล ยักษ์ ครุฑ นาค อสูร

    และป่าหิมพานต์ ที่อยู่ของ คนธรรพ์ วิทยาธร กินนร รวมทั้งสัตว์หิมพานต์ รูปร่างต่างๆ นานา

    ในป่าหิมพานต์นั้น มีสระน้ำ ๗ สระ มีสระอโนดาต เป็นศูนย์กลาง

    อย่างที่เห็นรายรอบ "พระเมรุมาศ" ณ ท้องสนามหลวง หรือทุ่งพระเมรุเวลานี้ นั่นแหละ

    ระหว่างสัตบริภัณฑ์คีรี ทั้ง ๗ นั้น...........

    มี "มหานทีสีทันดร" กั้น โดยถัดจากทิวเขาอัสกัณ ซึ่งสูงน้อยที่สุด จะเป็นโลกสมุทร คือทะเล

    ในจักรวาล มี ๔ ทวีป ตามทิศทั้ง ๔ ของเขาพระสุเมรุ

    และทั้งหมดนี้.........

    ล้อมรอบด้วยเขาจักรวาลหรือกำแพงจักรวาล มีพระอาทิตย์และพระจันทร์ โคจรอยู่รอบเขาพระสุเมรุ

    "ชมพูทวีป" อยู่ทางทิศใต้ของเขาพระสเมรุ

    นี้แหละเป็นส่วน "โลกมนุษย์" ที่ทุกชาติ-ทุกภาษาอาศัยอยู่ ดังทุกวันนี้

    นี่คือ "ผังจักรวาล" ซึ่งมี "เขาพระสุเมรุ" เป็นแกน ตามนัยแห่งไตรภูมิ

    หมายถึงเขาพระสุเมรุ เป็นศูนย์กลางภูมิทั้ง ๓ อันเหล่าทวยเทพทั้งหลาย ประทับเรียงรายอยู่

    และยอดเขาพระสุเมรุ เป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

    มีพระอินทร์ "เทวดาเหนือเทวดาทั้งปวง" เป็นผู้ปกครองสูงสุด

    ภูมิทั้ง ๓ คือ "กามภูมิ-รูปภูมิ-อรูปภูมิ"

    ยังแยกย่อยลงไปอีก รวม ๓๑ ภูมิ ตามสภาวะจิตแห่งพุทธปรัชญา ซ้อนทับอยู่บนโครงสร้างจักรวาล

    แต่จะพูดเฉพาะส่วน "กามภูมิ" ที่ผู้เวียนว่ายตายเกิด ยังต้องข้องแวะอยู่เท่านั้น

    เพราะกามภูมินี้ เป็นที่เกิดของเทวดา มีสวรรค์ชั้นต่างๆ ถึง ๖ ชั้นให้เลือก ที่เรียก ฉกามาวจรภูมิ

    ไล่จากต่ำขึ้นสูง "จาตุมหาราชิกา, ดาวดึงส์, ยามา, ดุสิต, นิมมานรดี และปรนิมมิตวสวัตดี

    ทั้ง ๖ ชั้นสวรรค์นี้ ใครจะจุติมาอยู่ชั้นไหน ขึ้นอยู่กับบุญกิริยาและภูมิธรรมบารมีสั่งสม

    เราๆ ท่านๆ ก็วนเวียนกันอยู่ในกามภูมินี้แหละ!

    ใครขึ้นสวรรค์ไม่ได้ ยังมีอีก ๕ ภูมิ ซึ่งต่ำลงไปจากสวรรค์เป็นสถานที่รองรับทุกคน

    นั่นคือ ภูมิมนุษย์, ภูมิเดรัจฉาน, ภูมิอสุรกาย, ภูมิเปรต และ....

    ภูมินรก!

    เมื่อทราบเช่นนี้ ก็คงกระจ่าง ด้วยเข้าใจในคติเชื่อมโยง โลกมนุษย์กับสวรรค์ ว่า

    "พระเมรุมาศ" ณ ท้องสนามหลวงนี้

    คือ "เขาพระสุเมรุ" แดนสถิตแห่งองค์ทวยเทพ

    เมื่อ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๐

    ๙๐ ปีที่ผ่านมา พ่อของเรา "องค์พระมหาภูมิพล" จุติลงจากเขาพระสุเมรุแดนสวรรค์ ลงมาเป็นองค์ "สมมุติเทพ" ณ แดนมนุษย์

    และ กาลนี้ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๐

    องค์สมมุติเทพ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" พระผู้พ่อผู้ทรงคุณประเสริฐของเราทั้งหลาย

    ได้เสด็จกลับเทวพิภพ ณ ดินแดนเขาพระสุเมรุ อันเป็นทิพยสถานเดิมแล้ว

    ก็นี้แล...............

    "พระเมรุมาศ" พร้อมทั้งปวง ที่สร้างเพื่อการถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ สนามหลวงนี้

    สะท้อนถึง "พระวิมาน" บนยอดเขาพระสุเมรุ

    พระเมรุมาศ ราชรถ และสิ่งประกอบรอบพระเมรุมาศ รวมทั้ง พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน กระเบื้องสีฟ้ารายรอบพระเมรุมาศ

    นี้คือ ดินแดนแห่งเขาพระสุเมรุ.........

    อันเป็น "แกนกลางจักรวาล" และองค์สมมุติเทพ เสด็จคืนเทวาลัยสถาน อันเป็นทิพยวิมาน ณ เขาพระสุเมรุนี้

    "ฉัตรขาว ๙ ยอด"

    "นพปฎลมหาเศวตฉัตร" ยกขึ้นสู่ยอดเขาพระสุเมรุแล้ว

    ยังจำกันได้ใช่ไหม...........

    "นายก่อเกียรติ ทองผุด" นายช่างศิลปกรรม กรมศิลปากร ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ เคยบอกไว้.........

    “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ท่านเป็น ๒ นัยคือ พระนารายณ์อวตาร ในพระนามเต็มของพระองค์ใช้คำว่า รามาธิบดี

    และพระองค์ทรงเป็น "พระโพธิสัตว์" ที่เกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต

    ตอนนี้ เรากำลังสร้างเขาพระสุเมรุ เพื่อส่งพระองค์ไปยังสวรรค์ชั้นดุสิต....."

    ใช่แล้ว "องค์พระมหาภูมิพล" ทรงสมบูรณ์แล้วในทศบารมี สู่ความเป็นพระโพธิสัตว์

    สวรรค์ชั้นดุสิต ซึ่งสูงขึ้นไปจากยอดเขาพระสุเมรุ นี้แหละเป็นที่อยู่อาศัยของพระโพธิสัตว์

    ของเทพที่จะเสด็จลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อๆ ไป

    รวมถึงของผู้สร้างบารมีเป็นพระสาวก เพื่อติดตามพระบรมโพธิสัตว์ที่จะลงมาตรัสรู้

    รวมทั้งเป็นที่อยู่ของผู้สร้างกุศล มีกำลังบุญมาก

    สวรรค์ชั้นดุสิต ไม่มีดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์ สว่างตลอดด้วยรัศมีกายและสิ่งของ

    "สมเด็จท้าวสันดุสิตเทวาธิราช" ทรงเป็นอธิบดี

    และเทวดาชั้นดุสิต มีอายุยืนยาวได้ ๔ พันปีทิพย์

    ถ้าอยากทราบ ๔ พันปี บนดุสิตสวรรค์ ยาวขนาดไหน ก็เทียบได้ ๔๐๐ ปีมนุษย์เรา เท่ากับ ๑ วันของเทวดาชั้นดุสิต!

    สวรรค์ชั้นดุสิต แบ่งเป็น ๔ เขต วนอยู่รอบวิมานท้าวสันดุสิตเทวาธิราช ผู้ทรงธรรมล้ำเลิศ

    เขตที่ ๑ เป็นที่อยู่พระโสดาบัน พระสกิทาคามี

    เขตที่ ๒ เป็นที่อยู่พระโพธิสัตว์ ที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่า จะได้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป

    เขตที่ ๓ เป็นที่อยู่พระโพธิสัตว์ ที่ยังไม่ได้รับการพยากรณ์ ยังต้องสร้างบารมีอีกมาก และ

    เขตที่ ๔ "เขตทั่วไป"

    เป็นที่อยู่ผู้ทำกุศลมาก มีกำลังบุญมาก สมควรได้อยู่สวรรค์ชั้นดุสิตนี้

    ก็ดังทราบ เทพบนดุสิตสวรรค์ ล้วนเป็นอริยบุคคล เป็นเทพมากบุญ-มากบารมี มีความบันเทิงในธรรมเป็นนิจ

    สามารถจุติลงมาเป็นผู้ทรงคุณประเสริฐยังโลกมนุษย์ได้

    "พระพุทธเจ้า" ก่อนได้รับอาราธนาลงมาเป็นเนื้อนาบุญโลก ก็ทรงประทับอยู่ ณ ดุสิตสวรรค์

    กระทั่ง "พระศรีอริยเมตไตรย โพธิสัตว์"

    ที่ได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธองค์ ว่าจะจุติลงมาเป็น "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" องค์ที่ ๕ ในภัทรกัป

    ก็อยู่ที่สวรรค์ชั้นดุสิตนี้

    "สมเด็จพระนางสิริมหามายา" พระพุทธมารดาในบุพกาล ก็ทรงเป็นเทพบุตรอยู่ในดุสิตสวรรค์เช่นกัน

    เหตุที่ "ผู้สร้างบารมี" ทั้งหลาย ประสงค์มาอยู่ดุสิต มี ๒-๓ ประการ

    คือเทวดาทั่วไป มีเหตุต้องจุติ เช่น หมดบุญ หมดอายุขัย หรือประพฤติไม่ดี มีความโกรธ เป็นต้น

    ส่วนเทพในดุสิตสวรรค์ อยู่เหนือกฎเกณฑ์นั้น

    ถ้าอยากลงมาสร้างบุญบารมี หรือได้รับอาราธนาลงมาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อธิษฐานจิต ดับวูบลงมาได้เลย

    ดุสิตสวรรค์ ล้วนเป็นผู้มีคุณธรรมเสมอเหมือนกัน

    "องค์พระมหาภูมิพล" พ่อของเรา

    จุติลงมาสร้างบารมีด้วยทศธรรมยิ่งยวดสมบูรณ์แล้ว ด้วยเวลาอันเหมาะแก่กาลนี้

    องค์พระโพธิสัตว์ "พ่อของเรา" เสด็จกลับทิพยวิมาน ณ ดุสิตสถานแล้ว

    ต่อแต่นี้ เราทั้งหลาย จงหมั่นบูชาองค์พระโพธิสัตว์มหาภูมิพล ด้วยหมั่นเพียร หมั่นฟังธรรม หมั่นสร้างกรรมดี

    จงเป็น "ผู้สร้าง" ด้วยการให้

    ดั่งพ่อ "พระโพธิสัตว์มหาภูมิพล" ทรงบำเพ็ญเป็นแนวทางมาตลอด ๗๐ ปีนี้แล.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น