"ในหลวง" รัชกาลที่ 9 อยู่ในใจไทยตลอดกาล

  • Saturday, October 28, 2017 - 00:01


    ภาพของพสกนิกรชาวไทยที่เดินทางมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และรอเพื่อวางดอกไม้จันทน์ในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนิน พระเมรุมาศจำลอง ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่ ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดเล็ก วัดในพื้นที่ต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัด เป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่ก็แฝงไปด้วยพลังของคนไทย ที่มีความอดทน ความตั้งมั่น ที่จะมาเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่าน ได้วางดอกไม้จันทน์ รวมไปถึงอยู่ร่วมประวัติศาสตร์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

    ตัวเลข จำนวนคนที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อ ทำให้เห็นว่ามีประชาชนต้องการที่จะเข้ามาใกล้ริ้วขบวนพระราชอิสริยยศมากที่สุด เพื่อส่งพระองค์ท่านไปสู่สวรรคาลัยครั้งสุดท้าย โดยทุกคนให้ความร่วมมือกับการจัดระเบียบของทางราชการผ่านกองอำนายการร่วมราชพิธี และการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จิตอาสา แต่งกายตามที่ทางการประกาศได้กำหนดไว้ ไม่มีใครฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติ อีกทั้งยังช่วยเหลือ แบ่งปัน แม้อุณหภูมิจะร้อน หรือเบียดเสียดยัดเยียดแค่ไหน ต่างก็มองว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะทุกคนต่างใจจดใจจ่อในการเข้าไปร่วมพิธีการสำคัญครั้งนี้

    ไม่ต้องค้นหาเหตุผลว่าทำไมคนไทยเหล่านั้นจึงไม่ย่อท้อที่จะเฝ้าคอย แม้จะโดนแดดจัด โดนฝนเทกระหน่ำลงมา เพราะประชาชนทุกคนตระหนักดีว่า เมื่อเทียบกับความยากลำบากของพระองค์ท่านที่ได้เสียสละทำงานเพื่อส่วนรวม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจทำงานทั้งชีวิต เพื่อให้คนไทยได้อยู่ดีกินดี ด้วยความมุ่งหวังว่าประเทศไทยจะสงบร่มเย็น ประชาชนอยู่อย่างมีความสุข ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระองค์ทรงพระราชทานให้เป็นปรัชญาในการใช้ชีวิตแบบทางสายกลาง

    รวมไปถึงคนไทยเชื้อชาติต่างๆ ที่อยู่ในประเทศ ยังได้รับรู้ถึงพระเมตตาที่พระองค์ท่านมีให้ โดยเฉพาะชาวไทยภูเขาเผ่าม้งกว่า 500 คน ที่เดินเท้าลงมาจากหมู่บ้านม้งดอยปุยและหมู่บ้านขุนช่างเคี่ยน จังหวัดเชียงใหม่ ที่ร่วมถวายดอกไม้จันทน์ และได้ร่วมร้องเพลงพระราชาในนิทาน บริเวณด้านหน้าศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพี่น้องชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง

    ขณะที่ทางการประเทศสวีเดน ได้จัดพิธีอัญเชิญพระราชลัญจกร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากพระราชวังกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ไปประดิษฐานที่โบสถ์รีดดาร์โฮล์ม อันเป็นสถานที่ฝังพระบรมศพราชวงศ์สวีเดนหลายพระองค์ ในฐานะที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้รับการถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตราเซราฟีม ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของสวีเดน เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2493 โดยมีพิธีตีระฆังแห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตราเซราฟีม เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการถวายพระเกียรติยศสูงสุดแด่พระองค์ท่านด้วย

    พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ได้ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อย่างสุดซึ้ง ถือเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและเคารพเทิดทูนต่อองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ด้วยความงดงามและสมพระเกียรติอย่างสูงสุด รวมทั้งขอบคุณมิตรประเทศและประชาคมโลกที่ได้ร่วมถวายความอาลัย และส่งความปรารถนาดีมายังประเทศไทยในช่วงเวลาเช่นนี้

    เขาบอกว่า ภาพประวัติศาสตร์ที่ปวงชนชาวไทยในแผ่นดินและนานาประเทศ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และจิตอาสา ได้แสดงให้เห็นถึงความรักสามัคคีพร้อมเพรียง รวมทั้งความอดทนและความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้า เพื่อร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 จะถูกจารึกไว้ตลอดกาล บัดนี้ พระราชภารกิจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงบำเพ็ญเพื่อปวงชนชาวไทยมาตลอดรัชสมัย 70 ปี ได้ปลดเปลื้องลงแล้วโดยสมบูรณ์ ขอให้พี่น้องประชาชนสะกดกลั้นความโศกเศร้าและแปรเปลี่ยนเป็นพลัง เพื่อทำหน้าที่ของตนเองให้ถึงพร้อมและเป็นกำลังใจให้แก่กัน ร่วมกันรักษาและพัฒนาแผ่นดินไทยให้เจริญรุ่งเรืองสมดังพระราชเจตนารมณ์สืบไป นับจากนี้ พระองค์ท่านจะทรงสถิตเสถียรอยู่กลางดวงใจพสกนิกรชาวไทยทุกคนตราบนิจนิรันดร์

    ความภาคภูมิใจต่อการแสดงออกของพสกนิกรต่อพระองค์ท่านนั้นเป็นที่ประจักษ์แก่คนไทยในประเทศ ภาครัฐ ภาคเอกชน และรวมถึงสายตาคนต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงคุณงามความดีของพระองค์ท่านที่ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ จนสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลักที่คนในชาติยอมรับ เชื่อถือ ศรัทธา ความโศกเศร้าต่อความสูญเสียในครั้งนี้ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า พลังแห่งประชาชนในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ยังคงมีอยู่ต่อไป ในฐานะที่เป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ

    ไม่ว่าจะเป็นแนวทาง หลักคำสอน กระแสพระราชดำรัส พระราชดำริ ภาพแห่งภารกิจของพระองค์ท่าน จะเป็นเหมือนกำลังใจให้คนไทยได้ก้าวเดินต่อไป ในการดูแลชาติบ้านเมือง และสถาบันสำคัญของชาติร่วมกัน ปลดเปลื้องความขัดแย้ง แตกแยกอันเกิดจากความคิดเห็นที่แตกต่างกันที่เกิดมาแต่อดีต ขณะที่ภาครัฐ ข้าราชการ ของแผ่นดิน ต้องสำนึกในหน้าที่ สืบสานงานในการดูแลประชาชนของพระองค์ท่านด้วยความซื่อสัตย์สุจริตด้วย.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น