ปลุกกำลังซื้อทั่วไทย แห่รูด'บัตรคนจน'ตลาดอุปโภคบริโภคคึก

  • Monday, October 30, 2017 - 00:00


    ในช่วงหลายวันของเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่าบรรยากาศหลายธุรกิจค่อนข้างเงียบเหงา แต่ดูเหมือนการดำเนินงานเพื่อแจกจ่าย “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือเรียกกันว่า “บัตรคนจน” จากภาครัฐ จะมาได้ทันเวลาพอดี เพราะทำให้บรรยากาศทั่วทั้งประเทศคลาคล่ำไปด้วยประชาชนที่แห่กันไปใช้บัตรคนจนภายในร้านค้าที่เข้าร่วม “โครงการธงฟ้าประชารัฐ” กันจำนวนมาก หลายแห่งแออัดไปด้วยผู้คน จากเดิมที่ซบเซามาตลอด 9 เดือน แต่ขณะเดียวกันก็พบปัญหาเรื่องของเครื่องรูดบัตรไม่เพียงพอ เนื่องจากในแต่ละวันการเข้าใช้บริการมีมากกว่า 1,000 บิล จนทำให้เครื่องขัดข้องอีกด้วย

    0 แนะรัฐขยายธนาคารเพื่อระบบคล่องตัว

    นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากนโยบายดังกล่าว ถ้ามองในแง่ประชาชนคนถือบัตรได้ประโยชน์อย่างแน่นอน ส่วนในแง่ของผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย ซึ่งต้องยอมรับว่าฟาซิลิตี้อาจยังไม่พร้อม ทำให้ในระยะแรกการใช้จ่ายเงินถูกจำกัดเพียงแค่ไม่กี่แห่ง มองว่าภาครัฐคงต้องเริ่มดำเนินการในลักษณะนี้ก่อน หากโครงการนี้ยังอยู่ต่อก็ต้องหาระบบชำระเงินพื้นฐานให้พ่อค้ารายย่อย เพื่อให้เงินกระจายทั่วถึงมากที่สุด ส่วนตัวเห็นว่าการให้ธนาคารกรุงไทยเพียงรายเดียวคงไม่ไหว หากมีธนาคารอื่นร่วมด้วย จะช่วยเหลือได้เยอะกว่านี้

    สำหรับโครงการดังกล่าว โดยพื้นฐานแล้วต้องการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งนับว่าเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ก็ต้องมองเรื่องของการกระจายรายได้อย่างเท่าเทียมกันด้วย หากภาครัฐจับมือมากกว่าธนาคารกรุงไทย เพื่อให้ระบบการชำระเงินรายย่อยให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อจากโชห่วยปากซอย หรือร้านธงฟ้าก็ได้ ควรออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เพราะหากเอาแค่เฉพาะธนาคารของรัฐ ก็มีพร้อมระดับหนึ่ง แต่หากเอาธนาคารพาณิชย์มาช่วยก็น่าจะทำให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เนื่องจากมีความพร้อมเรื่องของเน็ตเวิร์กของตัวเองอยู่แล้ว

    0 พยุงตลาดภาคอีสานให้ติดลบน้อยลง

    นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ รองประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ ค้าส่งรายใหญ่จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ถือเป็นการกระตุ้นให้ชาวบ้านออกมาซื้อของอย่างแท้จริง ตอนนี้มีความคึกคักเป็นอย่างมาก การใช้บัตรทำให้ถึงประชาชนจริงๆ ไม่ได้มีการหักหัวคิว และทำให้ซื้อสินค้าอย่างอื่นไม่ได้นอกจากของกินของใช้ ไม่ได้ใช้เงินผิดรูปแบบ ผลพลอยได้ยังทำให้ชาวบ้านใช้บัตรเป็น

    ส่วนตัวเห็นว่ามันกระตุ้นได้ เหมือนได้เงินฟรีมาซื้อของ คอนซูเมอร์มีการใช้จ่ายกันจริง แต่ปัญหาคือหากสัก 10 เดือน ก็ยังทำให้ชาวบ้านหาเงินไม่ได้อยู่ดี สภาพเศรษฐกิจไม่ดี นโยบายนี้ช่วยเหลือได้จริง แต่ยังไม่ตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร เงินก็ยังฝืดอยู่ไม่คล่องตัว ขณะที่ปัญหาและอุปสรรคหลังจากเปิดตัวมา พบว่าชาวบ้านยังไม่เข้าใจว่าบัตรคืออะไร ไม่รู้ว่าวงเงินได้เท่าไหร่ ชาวบ้านไม่เข้าใจ คิดว่าใช้ได้แค่ 1-2 วัน ก็แห่กันมา ระบบยังวางไม่ดีพอ เครื่องยังไม่พอเพียง ช่วงแรกวุ่นวายสับสนมาก พอสักสองอาทิตย์หลังก็น่าจะเริ่มเข้าใจมากขึ้น

    “หากถามว่าดีไหม ก็ต้องบอกว่าดี อาจจะตอบโจทย์การบริโภคได้ ช่วยค่าครองชีพได้ดี แต่สุดท้ายต้องสอนให้ชาวบ้านหาเงินเองให้ได้ ตอนนี้กำลังหาปลาให้ชาวบ้าน แต่รัฐบาลต้องทำแหล่งน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านไปหากินเองได้ ด้วยการปล่อยพันธุ์ปลาไป การจับจ่ายคนเริ่มตื่นตัว ต่างอำเภอพอขายได้ ก็จะมาซื้อของ เรียกว่าตื่นตัวทั่วทั้งประเทศ สุดท้ายก็ต้องมาหาวิธีทำยังไงให้ดีขึ้นระยะยาว แต่อย่างน้อยก็ผ่อนเบาภาระได้ทางหนึ่ง”

    ขณะที่ภาพรวมตลาดอุปโภคบริโภคใน จ.อุดรธานี จากการสอบถามเพื่อนผู้ประกอบการพบว่าเฉลี่ยกันแล้วน่าจะหายไป 30% แต่ตอนนี้กระตุ้นได้จริงๆ จากเดิมแทบจะไม่มาใช้เลย หรือประมาณ 1,000 คนต่อวันที่เดินเข้ามาในร้าน ทำให้บรรยากาศคึกคัก โดยกลุ่มสินค้าที่คนมาซื้อมากสุดเป็นปลากระป๋อง ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำตาล น้ำปลา เห็นได้ชัดเจนที่สุด แม้อาจจะไม่ได้ทำให้ตลาดกลับมาเติบโตเท่าเดิม แต่คงขึ้นมาสัก 10% ต้องยอมรับว่าคนมาเยอะ แต่มูลค่าไม่ได้สูง

    0 บรรยากาศภาคเหนือคึกคักคาดตลาดกลับมาบวก

    นางอมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งรายใหญ่ จ.เชียงราย ระบุว่า การใช้จ่ายกระเตื้องขึ้นเป็นบวก บริษัทมีทั้งการจำหน่ายสินค้าผ่านค้าส่งและขายปลีก บริษัทเองก็เข้าโครงการอยากได้ 18 เครื่อง แต่ยังไม่ได้รับ เบื้องต้นแจ้งมาคร่าวๆ ว่าอยู่ระหว่างการเซตอัพ

    “คนที่มาใช้คือกลุ่มที่ไม่มีกำลังซื้อจริงๆ ส่วนมากแล้วจะซื้อของที่จำเป็น น้ำมัน ซอส ซีอิ๊ว แชมพู สบู่ ยาสีฟัน ร้านค้าอื่นในภาคเหนือที่ได้เครื่องแล้ว ก็เห็นว่าขายดี ตอนแรกมองว่าช่วงเดือน ต.ค.นี้ จะแรงซื้อไม่ค่อยดี บรรยากาศมันกลับมา ขนาดตอนนี้เรายังไม่มีเครื่อง ยังบวกกลับขึ้นมาสัก 10% หากได้เครื่องมาแล้ว คงกำลังซื้อดีกว่านี้”

    ในช่วงที่ผ่านมากำลังซื้อภาคเหนือติดลบ ตอนนี้ปัญหาใหญ่คือคนมาใช้เยอะ แต่เดี๋ยวจะเข้าสู่ภาวะปกติเอง โดยในภาคเหนือมีแนวโน้มว่าอาจจะปรับค่าขนส่งมาเป็นอุปโภคบริโภค ยิ่งจะทำให้เศรษฐกิจหมุนค่อนข้างดี ก่อนหน้าภาพรวมคอนซูเมอร์ติดลบไปเกือบ 10% คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 4 เป็นภาคการท่องเที่ยว เป็นปัจจัยบวกสองเท่า น่าจะกลับมาเป็นบวก

    หากถามในเรื่องของการเอื้อผลประโยชน์ให้กับนายทุนรายใหญ่ของประเทศ คงมองว่าผู้บริโภคและผู้ประกอบการเป็นคนตัดสินใจเลือกมากกว่า ไม่ได้ซื้อกับรายใหญ่เพียงอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถทำได้ดีกว่า สุดท้ายก็คือสินค้าจำเป็นและตอบโจทย์ อย่าไปมองว่าตอบโจทย์ใครคนใดคนหนึ่ง เพราะสุดท้ายเกิดประโยชน์กับประเทศ

    0 ร้านค้าภาคใต้บรรยากาศคึกคักวันละกว่า 1,000 สลิป

    นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่งหาดใหญ่ 2009 จำกัด กล่าวว่า คนมาใช้กันเยอะมากทำให้มียอดขายมากกว่าเดิมเกือบ 1 เท่าตัว แต่เครื่องรูดบัตรอาจไม่เพียงพอต่อผู้เข้ามาใช้บริการ ปัจจุบันบริษัทมี 21 สาขา นอกอำเภอ 8 สาขา ที่เหลือยอยู่ในเมืองหาดใหญ่ โดยก่อนหน้ากำลังซื้อต้องยอมรับว่าไม่ค่อยสู้ดี ตั้งแต่ราคายางพาราตกต่ำ หลังจากมีบัตรคนจนประชาชนตื่นตัวตั้งแต่วันแรก รีบมาเช็กยอด ใช้ได้ก็รีบใช้ เนื่องจากบางคนอาจอยู่นอกพื้นที่รอบนอก ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

    “ตอนนี้จาก 21 สาขา ติดตั้งเครื่องรูดไปแล้ว 20 สาขา ยอมรับว่าเครื่องมันมีน้อยเกินไป ทำให้บริการไม่ทั่วถึงก็เท่ากับบริการไม่ดี ขณะเดียวกันลูกค้าประจำไม่สามารถเข้าใช้บริการได้ เนื่องจากประชาชนเข้าใช้บริการเยอะมาก บางคนเหมารถกันมา เพื่อลดต้นทุน เครื่องรูดบัตรมีน้อย รวมถึงคลื่นอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร พอฝนตกหนักสัญญาณ จริงๆ อย่างน้อยควรมีสาขาละ 2 เครื่อง เพราะต้องรองรับวันละ 1,000 กว่าสลิป”

    อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจริงๆ แต่ในมุมมองส่วนตัวเห็นว่าน่าจะไปติดตั้งเครื่องในร้านค้าชุมชน เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไกล กระจายรายได้ ชุมชนขายได้ ก็มาซื้อในตลาด ซาปั๋วขายดีมาซื้อยี่ปั๊ว ช่วยทั้งร้านค้าและประชาชน โดยภาพรวมก่อนหน้าติดลบเกือบ 23.8% ตอนนี้รีบาวด์มาหน่อย จบปีน่าจะติดลบเหลือ 15%

    แม้ว่าผู้ประกอบการร้านค้าจะประสานเสียงกันว่า “บัตรคนจน” ได้เข้ามาช่วยฟื้นกำลังซื้อ แบ่งเบาภาระแก่ผู้มีรายได้น้อยให้มีของกินของใช้ และพลิกให้ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคกลับมากระเตื้องขึ้นอีกครั้ง จากช่วง 9 เดือนแรกของปีอ่อนแรงเต็มที แต่อย่างไรก็ดีสภาพความเป็นจริงของคนในประเทศ จากปัจจัยลบหลายอย่างก็ทำให้ผู้บริโภคไม่มีเงินเพื่อการใช้จ่ายอยู่ดี จึงเป็นโจทย์ของรัฐบาลที่ต้องหาแนวทางให้ทุกภาคส่วนมีกำลังอย่างทั่วถึงแบบระยะยาว สร้างรากฐานที่แข็งแรงและยั่งยืนต่อไป.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น