มหัศจรรย์แห่งรัก ถวายพ่อของแผ่นดิน

  • Tuesday, October 31, 2017 - 14:42

    งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ทุกขั้นตอนแล้วอย่างสมพระเกียรติสูงสุด สง่างาม ยิ่งใหญ่ งดงามตระการตา ตามโบราณราชประเพณี ที่ผสมผสานความเชื่อระหว่างศาสนาพุทธและฮินดูเข้าด้วยกัน ตกแต่งด้วยศิลปะไทยดั้งเดิมและศิลปะไทยร่วมสมัย อันสะท้อนให้นานาประเทศได้รับรู้ว่าประเทศไทยมิใช่สังคมไร้ราก หากแต่เป็นประเทศที่มั่งคั่งไปด้วยศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน กลายเป็นภูมิปัญญาของสังคมไทยอันหลากหลาย ดังจะเห็นได้จากศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน จนถึงศิลปวัฒนธรรมราชสำนัก พระราชพิธีต่างๆ ของราชสำนัก ล้วนมีเนื้อหาและภาพลักษณ์ที่ประณีตวิจิตรบรรจงไม่แพ้วัฒนธรรมประเทศอื่นใดในโลก ถือเป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชาติ

    พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ยังสะท้อนให้เห็นถึงความแนบแน่นระหว่างพระมหากษัตริย์ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับประชาชนไทย ตลอดทั้งวันพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทุกเพศ ทุกวัย ทุกศาสนา ทุกชาติพันธุ์ ทั้งที่อยู่ในประเทศและที่อื่นใดในโลก ในฐานะลูกของพระองค์ พร้อมเพรียงกัน แสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณ “พ่อของแผ่นดิน” ผู้มุ่งมั่นทรงงานหนักเพื่อความสุขของคนไทย สร้างความเจริญให้แก่ประเทศชาติ โดยประชาชนไทยทั่วทุกสารทิศแต่งกายชุดดำ ต่างทยอยเดินทางไปร่วมงานพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง อย่างแน่นขนัดมืดฟ้ามัวดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อันเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยบุญญาบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ดลบันดาลให้ฝนที่เคยตกติดต่อกันมาหลายวัน หยุดตก งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระองค์ท่านแถวมณฑลพิธีท้องสนามหลวงราบรื่น แลดูดีด้วยประการทั้งปวง แม้ประชาชนต้องอยู่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ

    เมื่อริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมโกศเคลื่อนผ่านหน้าประชาชนก้มกราบซบหน้าลงกับพื้นร่ำไห้ หลายคนหลั่งน้ำตาด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง สำหรับประชาชนที่ไม่มีโอกาสไปร่วมพิธีใดๆ ได้เลย ก็ติดตามถ่ายทอดสดพระราชพิธีผ่านทางทีวีช่องต่างๆ บ้างเล่าต่อให้ญาติมิตรฟังว่าน้ำไหลออกตาโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างโศกเศร้า

    ประชาชนจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดต่างแยกย้ายไปเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศจำลองทั้ง 9 แห่ง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ที่จัดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และอีก 77 จังหวัด ตามที่ทางราชการกำหนดไว้ รวมถึงการถวายดอกไม้จันทน์ตามวัดต่างๆ อีก 1,000 กว่าแห่ง แม้บางแห่ง บางจังหวัด ฝนตกหนัก น้ำท่วม ประชาชนที่มารอถวายดอกไม้จันทน์ก็ไม่ท้อถอย ยังคงปักหลักต่อคิวแน่นขนัดถึงดึกเลยเวลา 22.00 น. ที่กำหนดไว้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระเมตตาขยายเวลาในการถวายดอกไม้จันทน์ตลอดคืน หรือจนดอกไม้จันทน์หมด แต่ไม่เกิน 05.00 นาฬิกา ของวันที่ 27 ตุลาคม 2560 เพื่อเก็บตกประชาชนจำนวนมากที่ยังต่อแถวรอวางดอกไม้จันทน์ ซึ่งแถวยาวหลายกิโลเมตร ทั้งนี้มีพี่น้องจิตอาสาคอยดูแลอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง

    ตลอดวันที่ 26 ตุลาคม 2560 จึงถือเป็น “วันมหัศจรรย์แห่งรัก” ที่ประชาชนชาวไทยถวายพ่อของแผ่นดิน และเป็นวันที่จดจำในดวงใจคนไทยทุกคน เพราะคนไทยได้หลอมดวงใจเป็นหนึ่งเพื่อถวายความรัก ความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างเทิดทูน พ่ออยู่ในดวงใจเราเสมอ และจะนำคำสอนของพ่อมาเป็นหลักในการดำรงชีวิต

    สื่อสำนักพิมพ์หลายสำนักพิมพ์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น BBC, CNN, Reuters, AFP, AP หนังสือพิมพ์สเตรทส์ไทมส์ ต่างรายงานเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน “วันมหัศจรรย์แห่งรัก” แพร่กระจายไปทั่วโลก ในทางชื่นชมความงดงาม และความยิ่งใหญ่อันสมพระเกียรติสูงสุดของงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ตามโบราณราชประเพณีที่ประณีต วิจิตรบรรจง ยากที่จะหางานพระราชพิธีของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลกเสมอเหมือนได้ ไม่ว่าจะเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระเมรุมาศ พระบรมโกศ งานประติมากรรมป่าหิมพานต์ งานจิตรกรรมฉากบังเพลิง บรรยากาศของงาน ไม่ว่าฝนตกหนักหลายวัน ฟ้าจะร้องคำราม อากาศจะร้อนระอุแค่ไหน ไม่อาจขวางกั้นประชาชนไม่ให้มีส่วนร่วมในงานพระราชพิธีดังกล่าวได้เลย และความอดทนของคนไทยที่เข้ามาจับจองพื้นที่ข้ามวันข้ามคืนเพื่อจะได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีครั้งนี้ ทำให้ชาวต่างประเทศประหลาดใจเป็นยิ่งนัก

    คุณความดีของพ่อที่ทรงคิด ทรงทำเพื่อประชาชนไทย ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศอย่างกว้างขวางในฐานะ “กษัตริย์นักพัฒนา” ทำให้นานาประเทศรู้จักประเทศไทยมากขึ้น งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพ่อมีคุณอเนกอนันต์ นำพาประเทศไทยไปโลดแล่นอยู่บนเวทีโลก ทำให้ชาวโลกสนใจอยากรู้จัก อยากเรียนรู้ อยากมาเยือนประเทศเล็กๆ ที่มีแก่น มีรากมั่งคั่งด้วยศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของคนในชาติ คนไทยได้มีโอกาสบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก

    ในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 26–29 ตุลาคม 2560 ยอดขายหนังสือพิมพ์ที่นำเสนอภาพและข่าวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตลอดจนหนังสือที่ระลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 พุ่งขึ้นมากเพราะประชาชนแห่ซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึก หากครูสอนสังคมศึกษาในระดับต่างๆ รวบรวมหนังสือพิมพ์ในช่วงดังกล่าวนี้ไว้ใช้เป็นอุปกรณ์การสอน จะวิเศษมาก เพราะหนังสือพิมพ์มีภาพและข่าวที่ดีและลึก บางภาพบางข่าวเราอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน สามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี เพราะสะดวกและหยิบใช้ง่ายกว่าภาพในสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นอันมาก

    ขณะนี้ได้มีประกาศให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ และประชาชนออกทุกข์ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2560 แม้ความโศกเศร้ายังคงดำรงอยู่ แต่ประชาชนไทยต้องยอมรับสัจธรรมแห่งชีวิต เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป เพื่อเรียกสติกลับคืนมาเผชิญกับความจริงว่า ชีวิตต้องก้าวต่อไป ทุกชีวิตมีหน้าที่ ที่เราแต่ละคนต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่

    วันนี้ประเทศไทยได้มีการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินจากรัชกาลที่ 9 ไปสู่รัชกาลที่ 10 แล้ว ประชาชนไทยต้องแปรเปลี่ยนความเศร้าโศกเสียใจเป็นพลัง ปาดน้ำตา ลุกขึ้นมาเดินหน้าเป็นพลังแผ่นดินให้ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงขับเคลื่อนประเทศให้สังคมไทยพัฒนาเดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน

    หากชาวไทยยังจำอดีตได้ จะเห็นว่า เมื่อครั้งทรงพระเยาว์วัยอยู่นั้น ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงได้รับการปลูกฝังอบรมสั่งสอนจาก ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อย่างใกล้ชิด ให้รักประเทศชาติ รักประชาชน และคำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง พระองค์ได้โดยเสด็จสมเด็จพระราชบิดาและสมเด็จพระราชมารดาไปทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารและภูมิภาคต่างๆ ประชาชนมักคุ้นชินภาพ “สมเด็จเจ้าฟ้าชาย” คุกเข่าบ้าง ประทับนั่งกับพื้นบ้างเคียงข้าง สมเด็จพระราชบิดา อยู่เสมอ เมื่อยามสมเด็จพระราชบิดาทรงใคร่รู้ ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบของราษฎร พระองค์ได้ซึมซับยึดมั่นวิธีทรงงานของสมเด็จพระราชบิดาไว้เป็นแบบอย่าง เมื่อยามเจริญวัยต้องรับพระราชภาระต่อจากสมเด็จพระราชบิดา ย่อมทรงตระหนักถึงสภาพบ้านเมืองและความเป็นอยู่ของราษฎรได้เป็นอย่างดี พระองค์ทรงยึดมั่นใน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆ สืบสานหลักคิด คำสอน และพระราชปณิธาน เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของสมเด็จพระราชบิดา

    เหตุการณ์ที่ผ่านมาแม้ยังเป็นระยะไม่นานนัก แต่ประชาชนก็ได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระเมตตาต่อประชาชนในหลายๆ ลักษณะ ทันทีที่ได้รับทราบความทุกข์ของประชาชนซึ่งเปรียบดังคนในครอบครัวของพระองค์ พระองค์จึงทรงให้ความสำคัญต่อประชาชนเป็นอันดับแรกเสมอ.

    หมายเหตุ :มหัศจรรย์แห่งรัก ถวายพ่อของแผ่นดิน เขียนโดยดร.อรพันธ์ อัตถากร ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 31 ตุลาคม 2560

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น