แซงคิว!

  • Wednesday, November 1, 2017 - 00:00


    วิจารณ์กันกระหึ่ม! กรณีประชาชนชาวชลบุรี ออกมารวมพลังแสดงความไม่พอใจผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี

    สาเหตุเพราะความผิดพลาดในการบริหารจัดการ พิธีวางดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

    ที่ปล่อยให้ประชาชนรอนานผิดปกติ เพราะต้องรอให้ข้าราชการวางดอกไม้จันทน์ให้เสร็จสิ้นก่อน

    มีคำอธิบายจาก นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ที่บอกว่า

    "ตามปกติแล้วจะเชิญข้าราชการแต่งชุดขาวก่อน แล้วถึงค่อยมาที่ประชาชน แต่คนอาจจะไม่ได้เยอะ การจัดงานในครั้งนี้มีกำหนดการว่าหลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดถวายดอกไม้จันทน์แล้ว จะเป็นพระสงฆ์ ข้าราชการตามสายสะพาย ต่อจากนั้นจะเป็นประชาชน โดยไม่ได้กำหนดว่าจะแล้วเสร็จภายในเวลาเท่าไหร่ ในวันนั้นข้าราชการวางดอกไม้จันทน์เสร็จประมาณ ๑๑.๐๐ น. ต่อจากนั้นถึงเป็นประชาชน จากนั้นพิธีจะหยุดช่วงเวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น. เพื่อรอการถ่ายทอดสด"

    ครับ...ฟังแล้ว ท่านอธิบายถูกของท่าน แต่ผิดในวิสัยที่ข้าราชการพึงปฏิบัติต่องานที่ใหญ่ขนาดนี้

    ท่านใช้วิธีการจัดการกับคนหลักร้อยมาใช้กับคนหลักหมื่นหลักแสน โดยไม่ปรับเปลี่ยนอะไรเลย

    ศรีธนญชัยยังต้องเรียกพี่!

    ผมแปลกใจที่คนในรัฐบาลหลายๆ คน รวมทั้งนายกฯ ลุงตู่ บอกว่าต้องให้อภัย ให้จบๆ กันไป ไม่แน่ใจว่าคิดจากฐานอะไร

    หลายจังหวัดไม่มีปัญหาลักษณะนี้ เพราะมีการสลับให้ข้าราชการและประชาชน วางดอกไม้จันทน์

    บางจังหวัดไม่สลับ แต่มีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้การวางดอกไม้จันทน์เป็นไปอย่างรวดเร็ว...ไม่ต้องรอนาน

    หากใช้อายุเป็นเกณฑ์ ข้าราชการทั้งหมดไม่เกิน ๖๐ ปี

    แต่ประชาชนที่มาวางดอกไม้จันทน์ มีผู้เฒ่าผู้แก่เยอะ

    สิ่งที่มองเห็นเบื้องต้นนี้ น่าจะเป็นข้อมูลพอเพียงที่ทำให้ผู้ว่าฯ ชลบุรี รู้ว่าต้องปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างไรบ้าง

    อีกประเด็นคือ ประชาชนจำนวนไม่น้อยมารอกันก่อนฟ้าสาง ส่วนข้าราชการส่วนใหญ่ "มาตามเวลา" นั่นจึงถูกมองว่า มีการลัดคิว

    อย่างที่บอกคือ งานใหญ่ และมีความละเอียดอ่อนอยู่ในตัว หากผู้ว่าฯ ชลบุรีคิดตรงนี้สักนิด ปัญหาจะไม่เกิด

    มันไม่มีคำอธิบายให้เข้าใจได้หรอกครับว่า ทำไมข้าราชการได้วางดอกไม่จันทน์ก่อน ขณะที่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งต้องรอถึง ๓ ทุ่ม บางคนถอดใจกลับบ้านอย่างผิดหวัง

    การวางดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คือครั้งเดียวในชีวิตของแต่ละคน การจัดการกับความรู้สึกนี้ จึงต้องทำอย่างรอบคอบ

    รัฐบาลควรรักษาความรู้สึกของชาวชลบุรีด้วยการให้ผู้ว่าฯ ชลบุรีถอยออกไป และยังเป็นการรักษาท่านผู้ว่าฯ ชลบุรีไปในตัว

    แต่ท่ามกลางปัญหานี้มีบางมุมเป็นเรื่องดี และควรจะรักษาเอาไว้ให้นานที่สุด นั่นคือ การปฏิเสธการลัดคิว

    การแซงคิวถือเป็นจุดอ่อนของสังคมไทย ฉะนั้นเมื่อประชาชนเห็นแล้วว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดก็ควรตระหนัก และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ชาวญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่มีวินัยมากที่สุดในโลก บางคนให้คำตอบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำไมตัวเองถึงมีวินัย แต่เขาจะบอกว่าเพราะถูกสอนมาตั้งแต่ยังเด็กว่าการลัดคิวคือ...

    "สิ่งที่ทำไม่ได้"!.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น