จัดทำจดหมายเหตุ'พระผู้สถิตในหทัยราษฎร์'

  • Wednesday, November 1, 2017 - 00:00


    นายกฯ เผยอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการเทิดพระเกียรติ ถวายพระราชสมัญญา "มหาราช" แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมเปิดตัวจดหมายเหตุฉบับรอง "พระผู้สถิตในหทัยราษฎร์" รวมภาพป้ายบิลบอร์ดแสดงความอาลัยทั่วไทย ศิลปินแห่งชาติพร้อมช่างภาพ 300 ชีวิตตระเวนบันทึกทุกที่ เปิดให้ ปชช.ดาวน์โหลดเก็บเป็นที่ระลึก ขณะที่ "วีระ" มอบวัฒนธรรมจังหวัด 76 แห่งรวบรวมภาพเหตุการณ์ ร.9 เสด็จประพาส

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงการพิจารณาเทิดพระเกียรติถวายพระราชสมัญญาว่า "มหาราช" แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ว่า "ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ"

    วันเดียวกัน ที่ห้องดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เนื่องในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุฯ พิจารณาจัดพิมพ์หนังสือและแผ่นพับอันเนื่องด้วยพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นอนุสรณ์ถึงการพระราชพิธีสำคัญยิ่งในครั้งนี้ จำนวน 11 รายการ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ หนังสือจดหมายเหตุฉบับรอง "พระผู้สถิตในหทัยราษฎร์"

    นายวีระกล่าวว่า หนังสือเล่มนี้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมจัดทำขึ้น โดยรวบรวมภาพป้ายขนาดใหญ่หรือบิลบอร์ดทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการรำลึกถึงพระมหากษัตริย์อันเป็นที่สุดแห่งความจงรักภักดีและความอาลัยของพสกนิกร โดยร่วมมือกับนายวรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ถ่ายภาพ) พ.ศ.2552 เป็นหัวหน้าคณะช่างภาพ บันทึกภาพป้ายขนาดใหญ่ที่แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทั้ง 77 จังหวัด โดยมีทีมงานเครือข่ายช่างภาพ 300 คนทั่วประเทศ ซึ่งวัฒนธรรมจังหวัดได้ค้นหาป้ายที่สื่อความหมายชัดเจนและแสดงความอาลัย ก่อนจัดทำแผนที่ให้ทีมช่างภาพเดินหน้าบันทึกภาพ โดยมีการระดมถ่ายภาพบิลบอร์ดจำนวนกว่า 10,000 ป้าย และพิจารณาคัดเลือกจำนวน 500 ป้ายเพื่อจัดพิมพ์ในหนังสือฉบับนี้เป็นบันทึกหนังสือจดหมายเหตุฉบับรอง ส่วนภาพบิลบอร์ดที่ไม่ได้ถูกรวบรวมในหนังสือจะบันทึกไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

    นายวีระกล่าวว่า สำหรับหนังสือ "พระผู้สถิตในหทัยราษฎร์" กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ดำเนินการมอบแก่ผู้ที่เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ในส่วนประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดหนังสือเล่มนี้ในรูปแบบ Flip Book ได้ที่ www.culture.co.th นอกจากนี้หนังสือนี้จะมอบแก่จังหวัดต่างๆ หน่วยราชการ ห้องสมุด สถาบันการศึกษา และประชาชนที่สนใจ เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่สุดแห่งความจงรักภักดีและความอาลัยของชาวไทย กำหนดจัดพิมพ์จำนวน 9,000 ชุด

    "ตลอดระยะเวลา 1 ปีนับแต่เสด็จสวรรคต การแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ปรากฏในรูปแบบต่างๆ วธ.เก็บรวบรวมทั้งบิลบอร์ดแสดงความอาลัย บทเพลงแสดงความอาลัยและบทเพลงเทิดพระเกียรติ ร้อยกรองของประชาชน ตลอดจนภาพถ่ายเหตุการณ์พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อทำจดหมายเหตุฉบับประชาชน นอกจากนี้ยังได้จัดทำจดหมายเหตุพระราชพิธีฉบับสื่อมวลชนไทยและสื่อมวลชนต่างประเทศ ตลอดจนหอสมุด 50 แห่งทั่วโลก ประมวลข่าวที่ตีพิมพ์มากกว่า 30 ภาษาเพื่อจัดพิมพ์หนังสือจดหมายเหตุอีกด้วย" นายวีระกล่าว

    รมว.วัฒนธรรมกล่าวต่อว่า การทำจดหมายเหตุยังมีการเก็บบันทึกถ้อยคำสัมภาษณ์ประชาชนที่จงรักภักดีต่อพระองค์ท่านตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ประชาชนคนแรกที่ขึ้นถวายสักการะพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ประชาชนที่กราบพระบรมศพจำนวน 50 ครั้ง และจะรอสัมภาษณ์ความรู้สึกของประชาชนที่ได้เข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีระหว่างวันที่ 2-30 พ.ย.นี้ นอกจากนี้ตนได้มอบหมายให้วัฒนธรรมจังหวัดรวบรวมเรื่องราวที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสเยี่ยมราษฎร และประกอบพระราชกรณียกิจในจังหวัดต่างๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมถวายดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพทั้ง 76 จังหวัด เพื่อให้ทุกจังหวัดมีจดหมายเหตุในหลวงรัชกาลที่ 9 ถือเป็นการจัดทำจดหมายเหตุที่ครบทุกมิติ

    ขณะที่นายวรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ถ่ายภาพ) กล่าวว่า ภาพถ่ายที่จะบรรจุในหนังสือพระผู้สถิตในหทัยราษฎร์ ดำเนินงานโดยเครือข่ายช่างภาพ 300 คนจากทั่วประเทศที่มีผลงานโดดเด่น โดยมาร่วมถ่ายภาพแผ่นป้ายบิลบอร์ดตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จากนั้นส่งเข้ามาให้คณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาคัดเลือก ซึ่งมีมากกว่า 50,000 ภาพ โดยจะพิจารณาจากภาพที่สื่อความหมาย จัดแสดงแผ่นป้ายชัดเจน ตั้งอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อให้ภาพแผ่นป้ายทั้งหมดเผยแพร่อย่างสมพระเกียรติ การดำเนินงานครั้งนี้นับว่าเป็นการรวบรวมบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น