เมื่อรัฐบาล 'บรรลุทางคิด' แล้ว

  • Wednesday, November 1, 2017 - 00:00


    เนี่ย.......

    แนวคิดเปลี่ยนนักโทษ "ทำปืนเถื่อน" เป็น "ผู้ชำนาญการผลิตอาวุธ" ให้กองทัพ

    นี่แหละ.........

    สุดยอด "นวัตกรรม" ยิงเข้า "จุดแดง" เป้าไทยแลนด์ ๔.๐ ชนิดจั๋งหนับ

    ต่อไปนี้ ไทย "ถอดรูป" ไปโลดแน่!

    ไม่ใช่แค่คิดเปลี่ยนนักโทษปืนเถื่อนเป็นนักประดิษฐ์ไทยก็ไปโลด

    หากแต่ไปโลดตรง ผู้บริหารประเทศวันนี้

    "คิดนอกกรอบ" เป็นแล้ว!

    ไทยเรา เริ่มพัฒนา "ทุกด้าน" สู่ยุคใหม่ ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ถึงขนาดญี่ปุ่นต้องมาดูงานด้าน "ยกเครื่องประเทศใหม่" จากไทยเรา

    วันนี้ ญี่ปุ่นก้าวหน้าทุกด้าน จนไม่รู้จะพัฒนาอะไรแล้ว นอกจากหาโลกใบใหม่ไปอยู่เท่านั้น

    แต่ไทยเรา "ต้นแบบพัฒนา ๑๓๐ กว่าปีผ่านไป"

    "ก็ได้-ก็เป็น" อย่างที่เห็นกันอยู่นี่แหละ!

    ถามว่า คนไทยเราไม่เก่งเหมือนคนญี่ปุ่นงั้นหรือ?

    คำตอบคือ "ไม่ใช่"

    คนไทยก็ไม่ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือชาติไหนๆ เก่งก็มี ไม่เก่งก็มี ดีก็มี เลวก็มี

    แต่ที่ญี่ปุ่นหรือประเทศอื่น (บนฐานเดียวกัน) เขาก้าวหน้ากว่าเรา หลักสำคัญ ก็เพราะ

    ผู้บริหารประเทศเขา "คิดนอกกรอบ" เป็น

    พูดให้ทันยุค-ทันสมัย ก็คือ.......

    ผู้บริหารของเขาไม่หัวลูกเต๋า มี "วิสัยทัศน์" รู้จักประยุกต์ รู้จักดัดแปลง

    รู้จักคิดแตกแขนง-ต่อยอด ด้วยโครงสร้างบนฐาน "สังคม เศรษฐกิจ-อุตสาหกรรม" ประเทศตัวเอง

    นวัตกรรมที่ว่า "สุดยอด" ของโลกทุกชนิดวันนี้

    พูดได้เลย ร้อยละ ๙๙.๙๙

    จุดเริ่มต้น มาจาก "ก๊อบปี้-เลียนแบบ" ต่อๆ กันมาทั้งนั้น

    แล้วคนแต่ละประเทศ ก็ต่อยอดด้วยวิทยาการ งานวิจัย งานประดิษฐ์-คิดค้น แตกแขนงต่อกันไปเรื่อยๆ

    วิทยาการที่ว่าสูงสุดในวันนี้............

    ก็สูงเท่าที่ไปถึง

    ที่ยังไม่รู้-ยังไปไม่ถึง ยังมีอีกมากมายมหาศาล เรียกว่าอนันตกาลสำหรับมนุษย์

    โครงสร้างสังคมเรา สอนให้ "คิดตาม-พูดตาม-ทำตาม-ท่องจำ"

    โง่เท่าอาจารย์สอน ก็สอบได้

    ครับๆ ตามรัฐมนตรี, ดีครับนายตามปลัด-ตามอธิบดี ซีก็เลื่อน

    แต่ถ้าฉลาดกว่า คิดนอกกรอบ-ทำนอกกรอบ แตกแขนงก้าวหน้า ตอบเกินอาจารย์สอน ก็สอบตก

    ฉลาดเกินรัฐมนตรี มีแนวคิดเหนือนาย ก็ผิดวินัย-ผิดระเบียบราชการ!

    ประเทศไทยจึงเต็มไปด้วยใบปริญญา แต่ขาดปัญญา

    เป็นประเทศสังคมเคยชิน ทำตามๆ กันไป ไม่กล้าคิด-ไม่กล้าทำ-ไม่กล้าขยับไปจากของเดิม

    การอยู่แบบชินจนไม่คิดขยับนั้น หลอมให้คนไทยเป็นคนกลัว นำไปสู่ "ไม่กล้าตัดสินใจ"

    "คนไม่กล้าตัดสินใจ" ก็คือคน "ไม่กล้ารับผิดชอบ"

    เพราะอย่างนี้ บุคลากรนำในแทบทุกยูนิต ทั้งภาครัฐ-ภาคเอกชน "ตำแหน่งใหญ่-ยศโต" กันทั้งนั้น

    แต่..........

    หาคนมี "ภาวะผู้นำ" ได้ยาก!

    คือ ไม่มีความคิดริเริ่ม กอดเปเปอร์ กอดระบบ-กอดงานรูทีนไปวันๆ ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่กล้าตัดสินใจ

    ประชุมร้อยครั้ง ดีแต่โอ้อวดโวหาร ฟ้องร้อง ริษยาทะเลาะกัน เรียกว่าน้ำลายกับขยะเต็มโต๊ะ

    หาผลึกความคิดนำไปปฏิบัติที่ลงตัวไม่ได้!

    มาวันนี้แหละ ถูกใจผมจริงๆ...........

    คนผลิตปืนพกก็ดี บั้งไฟก็ดี คนต้มเหล้าก็ดี หมอกลางบ้านก็ดี คนดัดแปลงเครื่องยนต์เชิงเกษตรกรรมก็ดี

    อีกเยอะแยะครับ...........

    พวกนี้ คนไทยเก่งทั้งนั้น ทำได้ ดัดแปลงแพลงพลิกได้ ผลิตได้ คิดค้นสูตรได้ด้วยปัญญาต่อยอด เกิดประโยชน์เชิงสร้างสรรค์มากมาย

    แต่ระบบปกครองไทย บอกว่า "เถื่อน" ต้องจับเข้าคุก!

    ความจริงนั้น มันเถื่อนตรงไหน?

    แทนที่จะสนับสนุน...เออเว้ย ไอ้นี่มันเก่งเว้ย ชุบเลี้ยง สนับสนุน ให้มันวิจัยพัฒนาต่อยอดดีกว่า

    กลับสุมหัวเขียนเป็นกฎหมายภักดีสินค้าฝรั่ง อะไรๆ คนไทยคิด-คนไทยทำ...เถื่อนหมด!

    สภากลาโหมเป็น "บัวพ้นน้ำ" ก่อนเพื่อน!

    พวกผลิตของเถื่อนนี่..........

    พูดกันตรงๆ เป็น "สารตั้งต้น" ทางทรัพยากรบุคคล ด้านประดิษฐ์-คิดค้น-วิจัย เชิงนวัตอุตสาหกรรมชาติเลยทีเดียว

    เอาไปขังคุก เสียคน-เสียของ-เสียงบประมาณเปล่าๆ ถูกต้องแล้ว ที่นายกฯ ประยุทธ์ สั่งการลงไป

    ให้รองฯ ประวิตร เอานักประดิษฐ์ปืนเถื่อนจากคุก มาเข้าระบบอุตสาหกรรม ผลิตอาวุธให้กองทัพ

    ทุกวันนี้ คนไทย "ผลิตรถถัง" ทางทหาร ขายทั่วโลกก็มีแล้ว กองทัพก็นำมาใช้บ้างแล้ว

    และนี่ เป็นการ "คิดนอกกรอบ" ที่วิเศษมาก

    เอาผู้ชำนาญผลิตปืนเถื่อน คือนักคิด-นักประดิษฐ์ไทย มาสร้างสรรค์ทางอาวุธให้กองทัพ

    นี่คือการปฏิรูปเชิงนวัตกรรมบนฐานประเทศตัวเองแท้จริง แค่ผู้นำบริหาร กล้าคิด-กล้าตัดสินใจ และกล้านำในทางใหม่ๆ

    สำเร็จ "เกินครึ่ง" แล้ว!

    อีก ๒ อย่าง ฝากให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ คิดและทำต่อเนื่อง บนฐาน "ทรัพยากรต้นทุน" ของไทย ที่พร้อมเพียบด้วยเถิด

    คือ ประเทศเราผลิตข้าว เหลือก็เยอะ

    เอา "นักต้มเหล้า" ที่ว่าเถื่อนทั้งหลาย ไม่ว่ากะแช่ สาโท เหล้าขาว อะไรก็ตามแต่ มาช่วยกันสร้างชาติ

    ให้เขาคิดสูตร-วิจัย-ต่อยอด-แตกแขนง เป็น สุรา-สาเก-กะแช่-สาโท-เหล้าไทย ไปสู่ระบบเชิงอุตสาหกรรม

    ไม่ต้องเกรงใจ "เสี่ยเจริญ" ว่าจะรวยน้อยลง เพราะมีตัวแย่ง-ตัวแข่งหรอก

    เขารวยจนขี้ออกมาเป็นทองคำแท่งอยู่แล้ว!

    แค่ซื้อสัมปทานผลิต "แม่โขง" แบรนด์ประเทศไป "ดอง" ไว้ ไม่ให้ตายและไม่ให้โต

    แล้วผลิตสารพัดเหล้าแบรนด์เขาเองเป็นร้อยๆ ยี่ห้อออกขายทั้งประเทศคนเดียว ก็รวยเหลือรวยแล้ว

    ทุกวันนี้ แบรนด์แม่โขง "สัญลักษณ์ประเทศ" จากมูลค่าเป็นหมื่น-เป็นแสนล้าน

    ด้วยกลยุทธ์ "ซื้อไปดอง" แทบไม่เหลือมูลค่าทางแบรนด์แล้ว ทุกวันนี้ มีซักกี่คนรู้ว่า.......

    ไทยเคยมี "แบรนด์ระดับชาติ" ชื่อ "แม่โขง"!?

    ประเด็น "แม่โขง" นี่ เสียหายทั้งชาติ แต่ได้คนเดียว

    เป็นกรณีน่าคิด-น่าศึกษามาก ยิ่งยุคนี้ต้อง "สร้างแบรนด์" เพื่อจุดแข็งทางการค้าด้วยแล้ว

    การให้ "ซื้อแบรนด์ชาติ" ไปตอนให้แคระแกร็น เป็นการ "กันตลาด" แล้วผลิตสินค้าชนิดเดียวกันออกขายแบบ "รุมฆ่า" ให้ตายทางอ้อม

    เหมือน "ปล้นโดยสุจริต"............

    ไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดมโนธรรมหรือไม่ ก็ช่วยกันคิด!

    "ข้าว" เป็นวัตถุดิบในการผลิตแอลกอฮอล์เชิงอุตสาหกรรมได้ทุกชนิด

    เหล้าบางยี่ห้อขวดเท่ายาหยอดตา ขายขวดละเป็นร้อย-เป็นพัน เป็นหมื่นยังมี

    แต่เราขายข้าวเป็นเกวียน กว่าจะได้เงินซักพัน-ซักหมื่น

    แถมเปลืองนายกฯ-เปลืองพื้นที่คุก โดยเปล่าประโยชน์

    "กล้าคิด-กล้าทำ" เอาข้าวมาแปลงรูปเพื่ออุตสาหกรรม ทำสาเก แข่งญี่ปุ่น ทำเหล้าค็อกเทล เหล้าขาว แข่งเหมาไถ วอดก้า เตกีลา

    แบบนี้แหละ จะได้ประโยชน์ "ครบทุกเมล็ด" ไม่ต้อง "ประมูลข้าวเน่า" ให้หมาเห่าหางมันเองอีก!

    อีกชนิด ไม่ต้องคิดแล้ว ควรลงมือทำเลย คือ

    เรื่อง "กัญชา"

    เพราะความเง่าที่ปิดกั้นตัวเอง คิด...แต่ไม่กล้าพัฒนาของดีที่เรามีอยู่นั่นแหละ กัญชาจึง "สอบตก" ซ้ำซากอยู่ในชั้นยาเสพติด

    ในขณะหลายประเทศ เขาสอบ "เลื่อนชั้น" ขึ้นเป็นตัวประกอบยา มูลค่ามากมายไปแล้ว

    เหมือน ๓๐-๔๐ ปีที่ก่อน ภาคใต้เรา เอาแร่ไทเทเนียม ที่ใช้ทำเครื่องยนต์เจ็ต ยานอวกาศ ขีปนาวุธ ไปถมถนนในสภาพขี้ตะกรัน

    คันรถบรรทุกละไม่ถึงร้อยบาท

    กว่าจะรู้ว่ามันมูลค่ามหาศาล เอามาตั้งโรงงานถลุง ก็ (แทบ) ไม่ทันแล้วล่ะโยม!

    "โรงพยาบาลอภัยภูเบศร" ที่ปราจีนฯ ก็ดี มหาวิทยาลัยรังสิต ก็ดี ผมเห็นเขาขะมักเขม้น คิดค้น-พัฒนา-ต่อยอด ไปสู่ยา ไม่หยุดยั้ง

    จะเอายังไง รัฐบาลผู้บรรลุแล้วทางคิดนำ ระบุแนวทางให้ชัดเจนซักทีเถอะ

    พืช "กระท่อม-กัญชา" นี่ ทั่วโลกมีเหมือนกัน แต่ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ ดินฟ้าอากาศ

    กัญชาของไทย มีแร่ธาตุให้สารทางเคมี "เยี่ยม" ที่สุดในโลก (คิกๆๆๆๆ)

    ประเด็นทางยารักษาโรคนี่ รู้ทั่วกันแล้ว

    แต่ในมุมมองผม.............

    ทำให้เนี้ยบเถอะ กัญชาที่พัฒนาขึ้นระดับยาของไทยนี่แหละ จะเป็นตัวฆ่า-ตัวปราบ "ยาบ้า"

    ให้ค่อยๆ ฝ่อ และสูญพันธุ์ไป เหมือนฝิ่น!

    นวัตกรรมด้านอื่น ไทยเราต้อง "กินแบ่ง" กับชาติอื่น ทางทุน ทางโนว์ฮาว ทางวัตถุดิบ แทบทั้งนั้น

    โตบนฐานทรัพยากรทุนและโนว์ฮาวที่ว่าเถื่อนนี่แหละ จะเป็น "นวัตกรรม" นำร่องชาติแท้จริง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น