รายการ 'เก็บตก' ประจำปี

  • Thursday, November 2, 2017 - 00:00


    วันนี้.........."ขอซักวัน"

    ขอใช้พื้นที่เก็บกวาด "เรื่องราวเฉพาะ" ที่ทบต้น-ทบดอกไว้นาน

    เรื่องแรก

    เมื่อ ๒๑ ตุลา เป็นวันครบรอบปีที่ ๒๑ ของไทยโพสต์ ซึ่งเป็นช่วงใกล้วันงานออกพระเมรุ

    ก็ไม่ได้จัดงานอะไร..............

    บางท่าน ที่เป็นแฟนชนิดเข้าเนื้อ-เข้าหนัง-เข้ากระดูก เรียกว่า "ขาประจำ" จะต้องมาร่วมกันนับอายุทุกปี ก็อาจแย้ง

    "เอ๊ะ...ไม่จัดได้ไง ยังไปเอาหนังสือ เอาสบู่มาดามเฮงมาเลย..นี่ไง?"

    คือยังงี้ครับ............

    การจัดงานของไทยโพสต์ ก็คือ การนิมนต์พระมาสวดมนต์-ฉันเพล เป็นหลักใหญ่

    อย่างอื่น "ไม่เกี่ยว" เป็นเรื่องขึ้นอยู่กับคนที่จะมา-ไม่มา คือแฟนไทยโพสต์ เขาว่ากันเอง

    ดังนั้น ๒๑ ตุลาที่ผ่าน ถือว่าไม่มีการจัดงานอะไรทั้งสิ้น

    ปกติ "ท่านจันทร์" จะสะพายบาตรมานั่งฉันมังสวิรัติให้เป็นทางบุญ ปีนี้ ท่านก็ไม่มา

    แต่อย่างว่าแหละ คนที่รักไทยโพสต์นี่ก็อเมซิง เหมือนมี "จิตสื่อถึงกันได้" อย่างไรก็อย่างนั้น

    รู้ว่า ๒๑ ตุลาครบรอบไทยโพสต์ แต่ตรงวันเสาร์ ผมแค่แอะไปครึ่งบรรทัด ใครจะมา ก็วันศุกร์ละกัน

    ศุกร์ที่ ๒๐ ตุลาเลยมากันพอสัณฐานประมาณ!

    เคราะห์ดี มีพรรคพวกยกหาบอาหารมา มีหนังสือ "เรารักในหลวง" กับ "ธรรมของพระราชา" ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) อยู่

    กับสบู่ "มาดามเฮง" ข้าวไรซ์เบอร์รี หนังสือเหนือห้วงมหรรณพ ที่ครอบครัวกิจพานิช จัดโน่น-นี่มาให้ทุกปี สำหรับแจก

    เลยพอรักษาธรรมเนียมไทยไว้ได้ แขกไป-ใครมา ต้องมีของชำร่วยให้ติดไม้-ติดมือกลับไป

    เรื่องของเรื่องก็มีเท่านี้ ประเด็นหลัก คืออยากกล่าวขอบคุณบริษัท-ห้างร้าน-บุคคล-องค์กร ซึ่งก็ไม่มากมายนัก ที่เอาใบหน้ามาเป็นพรกัน

    อั้นอยู่ในใจผมหลายวัน "นอนไม่หลับ" ได้บอกซะวันนี้ ค่อยโล่งในอกหน่อย

    นี่เรื่องปลีกย่อยน่ะครับ ประเด็นหลักที่จะบอก คือ

    พระ "ชัยยศ พุทธิวโร" วัดญาณเวศกวัน นครปฐม ท่านให้ "คุณเชาวลิต บุณยภูษิต"

    นำงานหนังสือของพระเดชพระคุณท่าน "พระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) มามอบให้ ๓ เล่ม

    "พุทธธรรม" ฉบับแปลภาษาอังกฤษ ซึ่ง Robin Moore (อดีตพระสุริโย) ใช้เวลา ๑๕ ปี ในการแปล และเพิ่งพิมพ์เสร็จ มาให้ผม ๑ เล่ม

    ส่วนอีก ๒ เล่ม...........

    เป็นหนังสือ "ธรรมของพระราชา" กับหนังสือ "ทำอย่างไร จะพูดได้เต็มปากว่า 'เรารักในหลวง' " อย่างละ ๑๐๐ เล่ม

    เล่มบางๆ แต่หนาด้วยสาระพึงรู้ ทั้ง ๒ เล่มนี้ มีแจกในที่หลายแห่งแล้ว แต่ท่านชัยยศส่งเพิ่มเติมมาที่ผมอีก

    ดังนั้น ท่านใดสนใจอยากได้ไปอ่าน............

    เขียนชื่อและที่อยู่สำหรับจัดส่งทางไปรษณีย์ได้สะดวกมาที่ผม "เปลว สีเงิน" ไทยโพสต์นี่แหละ

    ไม่ต้องสอดแสตมป์มา ข้อสำคัญ ชื่อ-ที่อยู่ เขียนให้ละเอียด ใส่กระดาษมาตะหาก ผมจะได้เอาแปะหน้าซองส่งให้ท่านเลย

    สงสัย โทร.ถามเลขาฯ "คุณภัทรพร" เบอร์ ๐-๒๒๔๙-๔๕๔๙ เช้าถึงเย็นอ่อนๆ

    ต้องขอบคุณ "คุณหมอสวรรค์ กาญจนะ" จากโรงพยาบาลทุ่งสง ด้วย

    ตัวอยู่ไกล แต่จำวันครบรอบไทยโพสต์แม่น โทร.มาบอกว่า เห็นผมชอบทำบุญ เลยเอาบุญมาทำกับผม ๒ หมื่น

    ผมบอก โอย...มากไป!

    ปีนี้ ยังไม่รู้จะไปไหน เฒ่าชะแร-แก่ชราลงไปทุกปี ไปยาก-มายาก ขอซักหมื่นเดียวเถอะ

    นี่...คุณหมอก็โอนมาเรียบร้อย เอาไปใช้อะไรทางไหน แล้วผมจะบอก

    อ้อ...บอกเดี๋ยวนี้ก่อนเลยก็ได้ จะเอาไปมอบ "พี่ตูน-บอดี้สแลม" ๕,๐๐๐ บาท

    สมทบเป้า ๗๐๐ ล้าน ในรายการ "วิ่งใต้จรดเหนือ" ๒,๑๐๐ กิโลเมตร เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ ๑๑ รพ.ทั่วประเทศ

    หลานปลื้ม "สุรบถ หลีกภัย" ลูกพ่อชวน-แม่ภักดิพร บอกคุณแม่ฝากหลวงพ่อทวดมาให้

    ส่วนตัวหลานปลื้มบอก ฝากคุณอาว์ช่วยเอาไปทำอะไรที่อยากทำด้วย

    ตอนนั้น ไม่ทราบเท่าไหร่ แต่พอล็อกห้อง ปิดหน้าต่างมิดชิด แกะซองดู ตั้ง ๒ หมื่น!

    ส่วนพี่หมอ "เดชา สุขารมณ์" เป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่อยู่กาญจนบุรี อะไรก็ไม่สำคัญเท่างานที่ต้องอยู่-ต้องทำเพื่อถวาย "พ่อหลวง" วาระออกพระเมรุ

    ยังให้เลขาฯ หอบแฮกๆ มาช่วย ใส่ซองมา ๑ หมื่น ผมจัดการหมดเรียบร้อยในวันนั้นเลย!

    ที่ตั้งตารอก็คือ "เค้กยักษ์" จาก S&P แล้วก็มา แย่งถ่ายรูปกันยกใหญ่ ถ่ายได้-แลได้ แต่ห้ามแตะ

    เพราะตั้งใจเอาไปมอบสถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพปากเกร็ด (บ้านนนทภูมิ)

    ก็เอาไปทุกปี เพราะสวยและดีเกินจะกินเอง...........

    ท่านเจ้าของ S&P และพนักงานทุกคน ขอได้รับรอยยิ้มและประกายตาสุขจากเด็กๆ บ้านนนทภูมิด้วย

    อะไรก็ไม่สำคัญเท่า เจ้าของธุรกิจการค้าที่ลงโฆษณาในฉบับครบรอบปี

    ต้องบอกว่า เหนือคำสำนึกจริงๆ ในยามนี้ ก็เจือจานจากมือท่านปีละครั้งนี่แหละ

    เป็น "ยาอายุวัฒนะ" ของไทยโพสต์!

    หนังสือพิมพ์นี่ พูดกันตรงๆ ลำพังขายหนังสือ อย่างเก่งพอคุ้มค่ากระดาษแต่ละวัน ที่จะเป็นกำไรนั้น ยากมาก

    ก็อาศัย "แจ้งความ" ที่เรียกโฆษณานั่นแหละ ได้เป็นค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ ถ้ามีมาก ก็เหลือเป็นกำไร

    ทุกวันนี้เป็น "ยุคตาย" ของสื่อหนังสือพิมพ์ ไปเป็น "ยุคโต" ของสื่อไอที ดิจิทัล

    หนังสือพิมพ์ส่วนมาก "หนีตาย" หวังไปโตในสื่อไอที-ดิจิทัล ก็ขออนุโมทนาให้ทุกเจ้าไปดี

    ส่วนผม "ไทยโพสต์"...........

    ทั้งรู้-ทั้งรับ สภาพตัวเอง เต็มที่..ผมก็ทำได้แค่นี้แหละ!

    "ทางไป" อย่างเขาไปกันนั้น...ทางมี

    แต่ผม "จนเงิน-จนแรง-จนปัญญา" ที่จะไป และจริงๆ นั้น ผมพอใจ "รับสภาพ" เท่าที่ทำได้ตรงนี้

    ซึ่งถ้าเหลียวดูรอยตีนตัวเอง แค่นี้...มันก็เกิน สำหรับคนมีเส้นทางเลือนรางและบ่มิไก๊แต่หนหลังอย่างผมแล้ว!

    ฉะนั้น เต็มใจอยู่กับ "ยุคตาย" นี่แหละ เพราะมอง "ทางยาว" แล้ว

    ยุคตายของสื่อกระดาษ ตาย...ก็จะค่อยๆ ฟื้น

    ส่วนยุคโตของสื่อไอที โต...ก็จะค่อยๆ ตาย!

    ผมเชื่อในทางของผมว่า..........

    ตราบใดสังคมโลกยังต้องมี "ห้องสมุด" ตราบนั้น หนังสือพิมพ์กับมนุษย์ ก็ยังต้องมีอยู่ด้วยกัน

    แต่ถ้าวันไหน สังคมโลกมี "หอไอที-ดิจิทัล" แทนห้องสมุด

    วันนั้น หนังสือพิมพ์ ก็ยังตายไม่หมด

    แต่ "มนุษย์ทั้งโลก".........ไม่แน่!

    มนุษย์ "สวนทาง" กับโลกหมุนเสมอ ไปทางไหน เจอหน้าคนรู้จัก บอกอ่าน "เปลว สีเงิน" ทุกวัน

    แอบดีใจ แต่พอถาม อ่านจากไหน?

    เขาบอก อ่านทางเน็ต ทางมือถือ ทางไลน์ คนนั้น-คนนี้ ส่งมาให้ทุกวัน บางวัน เรื่องเดียว ส่งมาให้ซ้ำกันหลายคน

    สรุปว่า...........

    "คนอ่าน" ไทยโพสต์มากขึ้น

    แต่ "คนซื้อ" ไทยโพสต์น้อยลง!?

    ประเด็นต้องพิเคราะห์ คือคนซื้อกับคนอ่าน กลุ่มเดียวกันหรือคนละกลุ่ม

    คำตอบคือ คนละกลุ่ม

    แล้วกลุ่มไหนมีความหมายต่อการตาย-การโตของหนังสือพิมพ์?

    คำตอบ คือ ทั้ง ๒ กลุ่ม

    หนังสือพิมพ์ ถ้าทำเพื่อขาย คนซื้อ มีความหมายมาก

    แต่ถ้าทำเพื่อข่าวสารให้ทิศทางสังคมที่ถูกต้อง คนอ่าน มีความหมายมาก

    นั่นคือ ในสถานการณ์หนึ่ง หนังสือพิมพ์ทำเพื่อขาย คนเคยซื้อ อาจจะไม่ซื้อ

    และก็ไม่รู้สึกว่า เมื่อไม่ซื้อ มันจะมีอะไรขาดหายไปในความหมายชีวิตประจำวัน

    ตรงข้ามกับ หนังสือพิมพ์เพื่อให้ข่าวสาร-ทิศทางที่ถูกต้อง เมื่อถึงจุดหนึ่ง วันไหนขาดหายไป

    คนเคยอ่านประจำ เมื่อไม่ได้อ่าน จะเหมือนเพื่อนคุยถูกคอ-ถูกใจหายไป

    มีบ้าง อาจต้องขวนขวายไปหาซื้อมาอ่าน!

    ดังนั้น โลกหนังสือพิมพ์วันนี้ "ยอดพิมพ์" ไม่สะท้อนจำนวนคนอ่านและคนซื้อ และคนอ่าน ก็ไม่สะท้อนถึง "ยอดพิมพ์" และยอดขาย

    แต่ "ยอดคนอ่าน" นั่นแหละ สะท้อนถึง "รากแก้ว" ในความอยู่ยั่งยืน หรือส่อภาวะล้มครืน ของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ

    เอาละมังครับ...........

    ขออนุญาตหายไปซักวัน-สองวัน ให้ท่าน "ผักกาดหอม" มาคุยบ้าง

    คือจะตามท่านปลัด "บรรพต หงษ์ทอง" ไปไหว้พระธาตุแถบบ้านใกล้เรือนเคียง แล้วจะเอาบุญมาฝากเน้อ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น