ครม.ประยุทธ์ 5 ปรับแล้วต้องดีขึ้น

  • Friday, November 3, 2017 - 00:00


    แม้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล จะไม่ลาออกจากการเป็น รมว.แรงงาน ที่มีผลอย่างเป็นทางการเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ยังไงเสีย การปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อเกิด “ประยุทธ์ 5” ก็ต้องเกิดขึ้นแน่ เนื่องจากการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด คือ “ประยุทธ์ 4" ก็เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ที่ก็คือจะครบหนึ่งปีแล้ว ผนวกกับเมื่อพิจารณาจากโรดแมปการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงกลางปี-ปลายปี 2561 และกว่าจะตั้งรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบปี 2562 ในทางการเมือง การปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว แต่เมื่อ พล.อ.ศิริชัยลาออกจาก รมว.แรงงาน ก็ทำให้การปรับคณะรัฐมนตรี มีเงื่อนไขและช่วงเวลาที่ชัดเจนแน่นอนมากขึ้น

    โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 5 จะเป็นการปรับเล็กหรือปรับใหญ่ ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่จะตัดสินใจอย่างไร หากมองว่ากว่าจะถึงการเลือกตั้งยังเหลือเวลาอีกพอสมควร อาจจะปรับคณะรัฐมนตรีได้อีกอย่างน้อยสองครั้ง ก็อาจทำให้การปรับคณะรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นจะเป็นการปรับเล็ก ไม่กี่กระทรวง แต่หากมองว่าต้องการให้งานต่างๆ ของรัฐบาล คสช. เดินหน้าไปรวดเดียวเลย จนถึงการเลือกตั้ง ก็อาจปรับใหญ่หลายตำแหน่ง หลายกระทรวงไปเลย เพื่อผลทางการเมืองหลายอย่าง ทั้งการเตรียมการเลือกตั้ง การสร้างผลงานให้กับ คสช. ที่อาจจะมีผลตามมาหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกับคะแนนนิยมของ คสช. โดยคาดว่าจนถึงขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์และแกนนำ คสช.บางส่วน คงตัดสินใจได้แล้วว่าจะปรับแบบไหน

    ในส่วนของประชาชน ต้องยอมรับว่าจุดอ่อนที่สำคัญในความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลก็คือเรื่อง เศรษฐกิจ ที่ผ่านมาสามปีกว่าของรัฐบาลและ คสช. เรื่องนี้เป็นจุดอ่อนสำคัญ ที่แม้จะมีการเปลี่ยนทั้งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จากเดิมตอนแรกคือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มาเป็นสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในปัจจุบันและมีการปรับคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหลายกระทรวงทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การอ้างตัวเลขเศรษฐกิจของรัฐบาลหลายเรื่อง อาทิ ตัวเลขการส่งออก, ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทย, ตัวเลขการลงทุนจากต่างชาติในประเทศไทย, ตัวเลขการจ้างงาน ว่าทุกเรื่อง กระเตื้องขึ้นตามลำดับ

    กระนั้น ในความรู้สึกของประชาชนโดยทั่วไป ก็ยังรู้สึกว่ามีแค่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากการที่เศรษฐกิจเริ่มกระเตื้องขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่สำหรับประชาชนโดยทั่วไป ทั้งมนุษย์เงินเดือน คนทำงานออฟฟิศ ประชาชนหาเช้ากินค่ำ พ่อค้าแม่ขาย ต่างบ่นกันหมดว่า เศรษฐกิจย่ำแย่ หากินฝืดเคือง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ค่าครองชีพสูง ขณะที่เกษตรกรก็พากันเดือดร้อน จากปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ที่สำคัญคนกลุ่มนี้ก็คือ คนกลุ่มใหญ่ของประเทศ มีกำลังซื้อสูง และทำให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ เมื่อเสียงสะท้อนดังกล่าวยังคงมีต่อเนื่อง ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจจึงยังเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลประยุทธ์ ที่หลายฝ่ายก็ยังมองว่าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลสอบตก แก้ไขไม่สำเร็จ

    ดังนั้น การปรับคณะรัฐมนตรีที่จะมีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับด้วยสูตรไหน จะปรับเล็ก ปรับใหญ่ ปรับกี่กระทรวง จะต้องปรับบนพื้นฐานที่แก้จุดอ่อนในด้านต่างๆของรัฐบาลให้ได้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนให้ได้มากที่สุด ต้องไม่ใช่ปรับเพื่อต่ออายุ รักษาคะแนนนิยม หวังผลทางการเมือง เป็นหลัก ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีหลายคน ที่เป็นพวกรัฐมนตรีที่โลกลืม ไม่มีผลงาน หรือแม้แต่รัฐมนตรีที่ขยันออกข่าว ทำพีอาร์ผลงานตัวเอง แต่จริงๆ แล้ว ผลงานที่อวดอ้างจับต้องไม่ได้ ซึ่งสังคมก็มองอยู่ว่ามีหลายคนพอสมควรในรัฐบาล ก็ควรที่ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องใช้ความเด็ดขาดปรับเปลี่ยนออกจากตำแหน่ง ไม่ใช่ปล่อยให้นั่งเป็นรัฐมนตรีทำงานไปวันๆ แต่ไม่ได้สร้างผลงานอะไรให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ยิ่งพวกรัฐมนตรีที่มาจากสายทหารบางคน ที่ทำงานไม่เป็น จนประชาชนตั้งคำถามว่า มีผลงานอะไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์จะต้องพิจารณาปรับออกได้แล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้นั่งเป็นรัฐมนตรีฉุดคะแนนนิยมแบบที่ผ่านมา.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น