การ์ตูนเด็กสร้างสรรค์ ฉลาดเท่าทันสื่อดิจิทัล

  • Saturday, November 4, 2017 - 00:00


    ในยุคสมัยที่วิถีชีวิตแปรเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้สื่อดิจิทัลเข้ามาใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนตั้งแต่วัยเยาว์ ผลร้ายที่เกิดขึ้นก็คือ ทำให้เด็กๆ ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสม หรือทำให้มีมุมมองผิดๆ ต่อตัวเองและผู้อื่น อาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว นิยมความรุนแรง เสพติดวัตถุนิยมจนเกินความจำเป็น ที่ล้วนสร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตเมื่อเติบโตขึ้นในอนาคต

    ด้วยความตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้จึงมีการเปิดตัวหนังสือนิทานภาพและการ์ตูนชุด “ฉลาดรู้ทันสื่อดิจิทัล” จัดโดยสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ร่วมกับแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน และเครือข่ายการ์ตูนไทยสร้างสรรค์สังคม โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมสร้างสรรค์สื่อดีเพื่อให้เด็ก เยาวชนและครอบครัวได้เข้าถึงและรู้เท่าทันสื่อในยุคดิจิทัล จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 1 (จตุจักร) กรุงเทพฯ

    นางเข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) กล่าวว่า เรายังคงเห็นความสำคัญและคุณค่าในเชิงบวกของสื่อดิจิทัล แต่สื่อหนังสือที่ใช้ในการอ่าน ยังมีความสำคัญมาก เพราะช่วยกระตุ้นเรื่องการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผลและจับประเด็น

    ทั้งนี้ สสย.ทำงานกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 500 แห่งที่ สสส.สนับสนุนในโครงการมหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์ เราได้ข้อมูลจากคุณครูว่า คุณพ่อคุณแม่เริ่มเลี้ยงลูกด้วยจอมือถือตั้งแต่อายุ 1 ขวบครึ่ง เราจึงเป็นห่วงว่าสถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เด็กอยู่กับสื่อดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งผู้ปกครองยังขาดความเข้าใจ ทำให้เกิดผลกระทบตามมา เช่น ขาดกิจรรมทางกาย ที่นำมาซึ่งโรคอ้วน พัฒนาการไม่สมวัย รวมไปถึงอ่านหนังสือน้อยลง

    ภาคีเครือข่ายจึงระดมความร่วมมือให้คงคุณค่าจากการอ่านหนังสือเสริมเข้ากับความรู้สื่อดิจิทัล เพื่อให้เด็กและเยาวชนในศตวรรษที่ 21 รู้จักการคิดวิเคราะห์ รู้เท่าทันตัวเอง และเท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน ใช้สื่ออย่างฉลาดรู้เท่าทันตัวเอง เท่าทันสื่อ เท่าทันสังคม และเกิดประโยชน์เพื่อสร้างสรรค์สังคม

    นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่เลือกใช้สื่อดิจิทัลในการเลี้ยงลูก และทำให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้าในหลายๆ ด้าน แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านมีโอกาสเดินทางรณรงค์ทั่วประเทศ และพบว่าเด็กที่อายุ 2-3 ขวบ ยังไม่เริ่มพูดมีค่อนข้างมาก

    “หนึ่งในกระบวนการของการเยียวยาและกระตุ้นพัฒนาการของเด็กมีพัฒนาการที่ดี ยังคงเป็นความมหัศจรรย์ของการอ่านหนังสือนิทานหรือการ์ตูนให้เด็กฟังเหมือนเดิม ภาคีเครือข่ายด้านการอ่านรู้สึกว่าเราต้องมารวมพลังกันหาหนทางให้สื่อนิทาน การ์ตูน ให้กลับมามีพลังอย่างเข้มแข็ง และวางรากฐานการอ่านในเด็กเล็กช่วง 2-3 ขวบ ก่อนที่ผู้ปกครองจะพาเข้าสู่สื่อดิจิทัล เมื่อทักษะการอ่านเข้มแข็ง เด็กจะรู้จักคิดวิเคราะห์ แม้ต่อให้มีสื่อใหม่เข้ามาและเกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลไปมากขนาดไหน เด็กจะเข้าใจและรู้ทัน รวมถึงใช้สื่อเป็นอย่างสร้างสรรค์” ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส.กล่าว

    ด้านคุณพ่อและคุณแม่ที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่าง นางนุชศรา และนายอรรณพ เกิดแก่น ที่พาน้องนีโอ อายุ 2 ขวบ มาร่วมกิจกรรมอ่านหนังสือภายในงานแลกเปลี่ยนให้ฟังว่า พวกเราอ่านหนังสือและเล่นตุ๊กตามือให้ลูกฟังตั้งแต่เด็กๆ อย่างสม่ำเสมอ ลูกจะมีจินตนาการและพัฒนาการที่ดีมาก โดยสามารถคิดและเล่นบทบาทสมมุติได้ ปัจจุบันลูกสามารถเล่านิทานเรื่องลูกหมู 3 ตัวให้พ่อแม่ฟังได้

    “พัฒนาการของลูกจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับพ่อและแม่เป็นสำคัญ ซึ่งพวกเราเป็นของเล่นที่ดีที่สุดของลูก การอ่านนิทานให้ฟังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเสริมจินตนาการและพัฒนาการที่ดีให้กับลูก” คุณพ่อคุณแม่ จากครอบครัวเกิดแก่นสะท้อนให้ฟัง

    สำหรับหนังสือนิทานภาพและการ์ตูนชุด “ฉลาดรู้ทันสื่อดิจิทัล” ที่มีการเปิดตัวมีจำนวน 10 เรื่อง อาทิเช่น หมาป่ากับลูกแกะ ดีลีท กระต่ายน้อยไม่ตื่นตูม หนูมาลีกับสีฝุ่น มองบน ฯลฯ ผ่านการสร้างสรรค์ของนักเขียนการ์ตูนชื่อดัง ประกอบด้วย โอม รัชเวทย์, อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์, จีรพงษ์ ศรนคร, พาณี อิทธิบำรุงรักษ์, อินทรายุธ เทพคุณ, วิรัตน์ ยืนยงพัฒนากิจ, ณรงค์ จรุงธรรมโชติ, เรืองศักดิ์ ดวงพลา, สละ นาคบำรุง, สมบัติ คิ้วฮก

    ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน www.cclickthailand.com และเว็บไซต์แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน www.happyreading.in.th

    เมื่อเด็กและเยาวชนเติบโตขึ้นบนรากฐานจากสื่อดีมีคุณภาพได้แล้ว เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเกราะป้องกันให้รอดพ้นจากสื่อดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ไหลบ่าเข้ามาจำนวนมากและไร้ตัวกรอง ด้วยการคิด วิเคราะห์ แยกแยะได้อย่างสร้างสรรค์ และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเองและส่วนร่วม.

    มอบเข็มงดเหล้าถวายรัชกาลที่ 9

    ด้วยคณะสงฆ์จังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดน่าน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ดำเนินการกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาในช่วงที่ผ่านมา เพื่อเป็นการลดอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนในจังหวัดน่าน โดยเน้นไปที่วัดต้นแบบ หมู่บ้านต้นแบบ และบุคคลต้นแบบซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9

    ในปีนี้มีวัดต้นแบบเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 3 วัดด้วยกัน ได้แก่ วัดเจดีย์, วัดพญาวัด และวัดฝายแก้ว และได้มีบุคคลต้นแบบที่งดเหล้าเข้าพรรษาทั้งหมด 83 คน และคนหัวใจเพชรเลิกเหล้าตลอดชีวิตจำนวน 31 คน โดยทาง สสส.ได้มอบเข็มหัวใจเพชรให้แก่บุคนต้นแบบที่งดเหล้าเข้าพรรษาทั้งหมดจำนวน 83 คน เพื่อเป็นตัวอย่างและแบบอย่างที่ดีของคนในหมู่บ้าน เพื่อนฝูง และบุคคลที่ต้องการจะเลิกเหล้า และด้วยการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภายในจังหวัดน่านมีผู้ดื่มสุราลดน้อยลงกว่า 90% แล้ว

    นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ทางตนเองได้ลด ละ เลิกการดื่มสุราในช่วงเข้าพรรษา เพื่อเป็นตัวอย่างและเพื่อเป็นการพักผ่อนร่างกายได้อีกทาง ซึ่งการที่ได้รับเข็มกลัดเชิดชูเกรียติคนหัวใจเพชรในครั้งนี้นั้น โดย พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง สสส.ได้สืบค้นผู้ที่เข้าร่วมโครงการ และผู้ที่งดดื่มเหล้ามาในช่วงเข้าพรรษาที่เกินกว่า 5 ปีขึ้นไป และได้มอบเข็มกลัดเชิดชูเกียรติคนหัวใจเพชร จึงอยากเชิญชวนหากผู้ที่ยังลังเลใจ หรือยังไม่มั่นใจที่จะเลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ลองงดในช่วงเข้าพรรษาก่อนเป็นระยะเวลา 3 เดือนในปีต่อๆ ไป จากนั้นค่อยลด ละ เลิกตลอดทั้งชีวิต เพื่อถวายความดีเป็นพระราชกุศลแด่ในหลงรัชกาลที่ 9 และเพื่อสุขภาวะที่ดีแก่ตัวเองและครอบครัว.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น