มารยาทสากลพึงปฏิบัติ เพื่อเข้าชมพระเมรุมาศ

  • Saturday, November 4, 2017 - 00:00


    หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าชมพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง โดยมีการทดลองเสมือนจริงเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา

    แต่ความงดงามของพระเมรุมาศที่เปิดกว้างให้ประชาชนได้เข้าไปชื่นชมเป็นบุญตา กลับกลายเป็นประเด็นปัญหาทอล์กออฟเดอะทาวน์ ขนาดเพียงแค่ข้ามวัน กระทรวงวัฒนธรรมต้องประกาศ "งด" หรือ "ห้าม" ขึ้นไปบนพระเมรุมาศในชั้น 2 และชั้น 3 คงให้ประชาชนได้ดูด้วยตาห่างๆ ที่ชั้นล่าง และเข้าไปยังอาคารแสดงนิทรรศการเท่านั้น

    โทษใครไม่ได้เลย นอกจากประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์ในการชมพระเมรุมาศรอบทดสอบเสมือนจริง

    โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือโดยไม่เจตนาก็ตามแต่!!! โปรดรับรู้และรับทราบไว้ด้วยว่า "คนมือบอน" คนที่ไม่รักษากฎกติกามายาท คนที่ไม่รู้จักเคารพในสถานที่ ท่านได้ทำลายโอกาสของประชาชนที่เฝ้ารอคอยได้เข้าไปเห็นพระเมรุมาศให้เป็นบุญตาไปเสียแล้ว..อย่างน่าเสียดาย และน่าเสียใจที่สุด

    เพราะเหตุผลของกระทรวงวัฒนธรรมในการจำกัดเขตพื้นที่การเข้าชมนั้น เกิดจากพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของชาวบ้านที่เป็น "หนูทดลอง" ในการจัดระเบียบเพื่อการเปิดนิทรรศการพระเมรุมาศนั่นเอง

    เชื่อว่ารู้กันอยู่แล้วว่า อะไรที่ไม่เหมาะสม เพราะในโลกโซเชียลพากันรุมประณามและแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวาง ใครทำอย่างที่เขาประณามก็คงรู้สำนึกกันบ้างแล้ว แต่ใครที่ยังไม่ได้ไป ก็กรุณาศึกษาหาข้อมูลในการเข้าชมไว้ด้วย และที่ง่ายที่สุดคือ ยึดตามกติกาเสมือนหนึ่งคุณเดินเข้าพิพิธภัณฑ์นั่นแหละ

    ถ้าใครเคยไปพิพิธภัณฑ์ย่อมต้องรู้ว่า เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกท่านสามารถรับชมได้อย่างเพลิดเพลิน และเพื่อรักษาผลงานไว้ให้กับผู้ชมรุ่นต่อไปได้รับชมนั้น ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

    ・ กรุณาอย่าจับผลงาน หากรอยเปื้อนหรือน้ำมันที่มือติดที่ผลงานอาจจะไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมได้

    ・ กรุณาอย่าส่งเสียงหรือทำเสียงดังรบกวนผู้เข้าชมท่านอื่น กรุณารักษาความสงบภายในพิพิธภัณฑ์

    ・ กรุณาอย่าวิ่งภายในอาคาร เพราะหากชนคนหรือผลงานอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้

    ・ ห้ามสูบบุหรี่ทั่วทั้งอาคาร

    ・ กรุณาอย่ารับประทานหรือดื่มเครื่องดื่มภายในอาคาร

    ・ กรุณาอย่าคุยโทรศัพท์มือถือ

    ・ กรุณาฝากสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ไว้ในล็อกเกอร์ เพราะอาจจะทำให้ชนกับผลงานได้โดยที่ไม่รู้ตัว

    ・ กรุณาเก็บร่มไว้ในที่เก็บร่ม

    ・ หากต้องการจดเมโมกรุณาอย่าใช้ปากกา รบกวนใช้ดินสอหรือดินสอกดแทน

    ・ ผู้ที่ดื่มสุราอาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์

    ・ ห้ามถ่ายภาพหรือวิดีโอโดยไม่ได้รับอนุญาต

    ・ หากมากับเด็กเล็กกรุณาจับมือไว้ตลอดเวลาในการเข้าชม และกรุณาสอนถึงมารยาทต่างๆ ในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ให้แก่บุตรหลานของท่านด้วย

    ยุคนี้ก็คงต้องเพิ่ม ห้ามเซลฟี ห้ามชูสองนิ้ว หรือยกนิ้วกดไลค์นะคะ ..ทราบแล้วเปลี่ยน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น