ไร้วินัย...ไร้สำนึก...ทำลายโอกาส

  • Sunday, November 5, 2017 - 00:00

    คนไทยจำนวนมากได้เห็นความวิจิตรตระการตาของพระเมรุมาศที่ช่างสิบหมู่ วิศวกร สถาปนิกและคนไทยในฝ่ายอื่นๆ อีกมากมายบรรจงสร้างเพื่อถวายเป็นราชสักการะด้วยความจงรักภักดีที่คนไทยมีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ไม่เพียงแต่พวกเราคนไทยจะได้เห็นจิตอาสาของคนไทยที่มีความตั้งใจในการรังสรรค์พระเมรุมาศเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์ท่านเท่านั้น ชาวต่างชาติทั่วโลกก็รู้สึกทึ่งกับความวิจิตรของช่างฝีมือด้านต่างๆ ของไทย ทั้งวิจิตรกรรมและประติมากรรม สื่อมวลชนต่างประเทศได้เผยแพร่ความยิ่งใหญ่ ความวิจิตรตระการตา ที่เปี่ยมไปด้วยสุนทรีย์แห่งวัฒนธรรมของไทย ที่สะท้อนความเป็นประเทศที่มีรากเหง้าของคนไทย ที่สืบสานวัฒนธรรมแห่งศิลปะมาแต่ครั้งโบราณได้อย่างยั่งยืน ประกอบกับพระราชพิธีในการถวายความจงรักภักดีที่คนไทยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่หาได้ยากในประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของชาติหรือไม่ก็ตาม

    ในช่วงก่อนที่จะถึงวันที่มีพระราชพิธีถวายพระเพลิงจนถึงวันถวายพระเพลิงนั้น คนไทยชื่นชมความวิจิตรของพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ตลอดจนการตกแต่งภูมิทัศน์ภายนอกอยู่ห่างๆ ไม่อาจเข้าไปใกล้ได้ด้วยข้อจำกัดของการจัดงานพระราชพิธี บางคนก็อาจจะได้เห็นแต่เพียงในจอโทรทัศน์เท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นหลายคนก็คิดอยู่ในใจว่าพวกเราจะมีโอกาสได้เข้าชมผลงานที่เป็นความสามารถของนายช่างไทยทุกแขนงนี้อย่างใกล้ชิดหรือไม่ ในที่สุดแล้วความหวังของคนไทยจำนวนมากก็เป็นจริง เมื่อมีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมอนุญาตให้คนไทยและชาวต่างชาติเข้าชมพระมรุมาศได้ ทั้งบริเวณภูมิทัศน์ภายนอก อาคารประกอบทั้งหลาย รวมทั้งพระเมรุมาศชั้นหนึ่งและชั้นสอง โดยที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดให้คนไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้าชมพระเมรุมาศในเช้าตรู่ของวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 โดยโปรดให้เข้าชมได้ ทั้งอาคารด้านนอกพระเมรุมาศที่มีการจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจและโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และภูมิทัศน์ด้านนอก ที่มีทั้งความงามให้ชื่นชมและมีองค์ความรู้เกี่ยวกับราชประเพณีให้ได้ศึกษา

    สำหรับพระเมรุมาศนั้นโปรดให้เข้าชมถึงชั้นสอง ซึ้งทั้งหมดนี้เป็นพระมหากรุณาเป็นล้นพ้น มีคุณค่าทั้งด้านความรู้ โอกาสในการได้ชมความวิจิตรตระการตาและความประณีตของศิลปะด้านต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย รวมทั้งได้ซาบซึ้งความรู้สึกจงรักภักดีที่คนไทยผู้มีฝีมือในด้านต่างๆ ได้มีจิตอาสาทำงานถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คุณค่าของการได้เข้าชมในครั้งนี้มีคุณค่ามหาศาล บางคนก็ไปตั้งแต่วันแรก บางคนก็อาจจะรอเวลาไปก่อน เพราะทรงพระกรุณาโปรดให้ประชาชนได้เข้าชมไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 แต่แล้ว เพียงช่วงเวลาที่มีการทดลองเปิดให้ข้าราชการ แขกคนสำคัญ และนักเรียน นิสิต นักศึกษาจำนวนหนึ่งเข้าชมก่อนที่จะถึงวันเปิดจริง และเมื่อมีการเปิดจริงเพียงวันเดียวเท่านั้น พวกเราก็ได้ข่าวที่ทำให้เราทั้งตกใจและเสียใจ เมื่อรู้ว่าต่อไปนี้เราจะได้เข้าชมเพียงภูมิทัศน์และอาคารประกอบภายนอกพระเมรุมาศเท่านั้น ทั้งนี้เพราะคนบางคนที่ไปเข้าชมในช่วงการทดลองนั้น เป็นคนที่ไร้วินัย ไร้สำนึก ประพฤติปฏิบัติตนไม่เหมาะสม ไม่เคารพกฎกติกาที่ผู้จัดการให้เข้าชมได้กำหนดเอาไว้

    บอกว่าไม่ให้จับก็จับ บอกว่าอย่าขึ้นไปตรงนั้นตรงนี้ก็ขึ้น บอกว่าอย่าหยิบจับเอาอะไรไป ก็เอาไป บอกให้ถ่ายรูปได้ แต่ขอให้สำรวม ก็ไม่สำรวม ยืนถ่ายรูปยิ้มแฉ่งชูสองนิ้วเหมือนไปเที่ยวงานรื่นเริง แม้ว่าจะไม่มีกฎหมายกำหนด แต่เมื่อมีการกำหนดเป็นกฎกติกามารยาทแล้ว ก็ควรจะต้องทำตาม การไปชมนั้นจะต้องคิดให้ได้ว่าตนเองไปสถานที่ใด ไปชมอะไร และสถานที่ดังกล่าวนั้นเป็นสถานที่สำหรับการจัดงานที่เป็นราชประเพณีที่คนไทยทำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ดังนั้นถ้าหากมีสำนึกที่ดี ก็ไม่ควรจะมีกิริยาในการถ่ายรูปอย่างที่ปรากฏให้เห็นใน social media และเมื่อคนไปแล้วหยิบจับฉวยโน่นนี่กลับบ้าน อ้างว่าต้องการเก็บไว้เป็นมงคลของชีวิต ก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เขาทำไว้ให้ดู เขาไม่ได้วางไว้แจก ถ้าหากทุกคนไปแล้วหยิบจับกันมาคนละชิ้นสองชิ้น แค่วันละ 10 คน กว่าจะถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน แล้วจะมีอะไรเหลือไว้ให้คนอื่นเขาได้ไปดู การกระทำเช่นนี้ นอกจากเป็นคนไร้วินัย ไร้จิตสำนึกแล้ว ยังถือได้ว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัว และในที่สุดก็เป็นการทำลายโอกาสคนอื่น เพราะบัดนี้จะไม่มีใครได้ขึ้นไปชมบนพระเมรุมาศอีกต่อไปแล้ว ไม่รู้ว่าคนที่เป็นต้นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้มีสำนึกผิดกันหรือไม่

    เวลาที่ผู้จัดงานอะไรก็ตาม เขามีข้อกำหนดว่าอย่าจับ แต่มีคนบางคนจับ เขาบอกว่าอย่าทำ แต่มีคนบางคนทำ เขาบอกว่าอย่าหยิบเอาไป แต่มีคนหยิบไป อยากจะรู้ว่าคนพวกนี้โง่ฟังกติกาไม่รู้เรื่อง หรือคนพวกนี้ไม่ใส่ใจ ใครจะพูดอะไรก็ช่าง ไม่ฟัง ไม่สนใจ หรือว่าคนพวกนี้ดื้อ เห็นแก่ตัว ฟังเข้าใจทุกอย่าง รู้ทุกอย่างที่เขาบอก แต่ว่า “ฉันอยากทำ ดังนั้นฉันจะทำ ใครจะว่าอย่างไร ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ฉันก็คือตัวของตัวเองที่อยากทำอะไรต้องได้ทำ คนอื่นจะได้รับผลกระทบหรือจะเสียหายอะไร ฉันไม่ใส่ใจ ฉันเพียงแต่ต้องการที่จะทำในสิ่งที่ฉันอยากทำเท่านั้น” คนที่เป็นอย่างนี้ ก็คือคนเห็นแก่ตัว คนไร้จิตสาธารณะ คนไม่มีวิสัย คนที่ไม่เข้าใจคุณสมบัติของผู้ดี ขาดการอบรมสั่งสอนโดยบุพการี จึงได้เป็นคนไม่มีสำนึกที่ดี เป็นคนที่ทำลายโอกาสของคนอื่น เพราะไม่คนที่ไม่เคยคิดห่วงใยคนอื่น ไม่เคยสนใจว่าการกระทำของตนเองจะมีผลกระทบกับคนอื่น ต้องการเพียงให้ตนเองได้ทำในสิ่งที่ต้องการทำ แล้วคนไทยเราอยากเป็นคนเช่นนี้หรือ เราชอบด่าว่านักท่องเที่ยวจีนที่มาเมืองไทยว่าเป็นคนที่ไม่ความเป็นอารยะ แล้วที่เราทำกันอย่างที่เห็นในการเข้าชมพระเมรุมาศนั้น เราต่างจากคนจีนที่เราต่อว่าเพียงใด หรือว่าสิ่งที่เราทำกันนั้น น่าตำหนิมากกว่าเสียอีก.

    หมายเหตุ : ไร้วินัย..ไร้สำนึก...ทำลายโอกาส เขียนโดย รองศาสตราจารย์ ดร.เสรี วงษ์มณฑา

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น