มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ 2560

  • Sunday, November 5, 2017 - 00:00


    “สุรินทร์” เป็นจังหวัดที่ได้รับการขนานนามว่า “ถิ่นช้าง” มีการจัดงานแสดงความสามารถของช้างแสนรู้ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ชมกันเป็นประจำทุกปีจนเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

    สำหรับปีนี้ นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ททท. สำนักงานสุรินทร์ และจังหวัดสุรินทร์ ได้ร่วมกันจัดงาน “มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์” ครั้งที่ 58 ขึ้นระหว่างวันที่ 8-19 พฤศจิกายน 2560 ที่สนามกีฬาศรีณรงค์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุรินทร์

    สำหรับในส่วนของการแสดงช้าง จะมีการซ้อมใหญ่วันที่ 16 พฤศจิกายน และการแสดงจริงวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 ที่สนามแสดงช้างสุรินทร์ อำเภอเมืองฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และอนุรักษ์การแสดงช้างสุรินทร์ให้อยู่คู่เมืองไทยได้อย่างยั่งยืน

    ตามกำหนดการวันซ้อมใหญ่ 16 พฤศจิกายน เริ่มงานเวลา 08.30 น. จำหน่ายบัตรเข้าชม ราคา 40 บาททุกที่นั่ง ส่วนช่วง 18.30 น. ของวันเดียวกัน มีการประกวดรถอาหารช้าง บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดรถอาหารช้างอย่างสวยงามเข้าร่วมประกวด

    วันที่ 17 พฤศจิกายน ช่วงตั้งแต่ 08.00-12.00 น. มีงานต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้าง เคลื่อนขบวนช้างจำนวน 300 เชือก จากสถานีรถไฟสุรินทร์ไปยังบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวนั่งบนหลังช้างชมเมืองและนั่งช้างมาร่วมงานเลี้ยงช้างด้วย

    สำหรับการเลี้ยงอาหารช้าง เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นต่อเนื่องจากการจัดริ้วขบวนต้อนรับช้าง โดยปีนี้มีช้างเข้าร่วมกว่า 300 เชือก มีอาหารสำหรับเลี้ยงช้างกว่า 50 ตัน ประกอบด้วย กล้วยสุก, สับปะรด, แตงโม, แตงกวา, มันแกว และอ้อย ใช้โต๊ะอาหารช้างยาวกว่า 600 เมตร

    ช่วงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 17 พฤศจิกายน มีงานแสดงแสง สี เสียง ณ ปราสาท อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ โดยมีกิจกรรม พิธีบวงสรวงองค์ปราสาทศีขรภูมิ การแสดง แสง สี เสียง การแสดงแบบผ้าไหม นิทรรศการแสดงวิถีชีวิต วัฒนธรรมการดำรงชีวิตดั้งเดิมของชุมชนศีขรภูมิ

    จากนั้นมาถึงช่วงที่เป็นไฮไลต์ของงาน คือการแสดงช้างที่จัดขึ้นในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08.00-11.00 น. ที่สนามแสดงช้าง มีการแสดงวันละรอบ โดยมีการปรับปรุงอัฒจันทร์นั่งชมให้กลมกลืนกับธรรมชาติ และเนื้อหาการแสดงให้มีความกระชับสมบูรณ์ต่อเนื่อง ประกอบไปด้วยการแสดง 10 ฉาก ดังนี้

    ฉากที่ 1 “ช้าง Carnival“ เป็นฉากที่สร้างสีสันบรรยากาศความสนุกสนาน ผ่านบทเพลงอีสานและกันตรึมร่วมสมัย เป็นขบวนพาเหรดช้าง ประกอบด้วย ช้างอาเซียน ช้างแฟนซี ช้างกายกรรม ช้างทีมฟุตบอล และช้างชักเย่อ
    ฉากที่ 2 “โลกาคชามหามงคล” เป็นฉากสำหรับพิธีเปิดงาน, ฉากที่ 3 “บงกช บูชา อัปสราศีขรภูมิ“, ฉากที่ 4“เมืองสุรินทร์ถิ่นช้าง“

    ฉากที่ 5 “พิธีคล้องช้าง“ เป็นฉากพิธีกรรม เซ่นผีปะกำ ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญก่อนออกไปคล้องช้างของชาวกูย, ฉากที่ 6 “โพนช้าง วังช้าง“ เป็นฉากแสดงถึงการคล้องช้าง, ฉากที่ 7 “จัดกระบวนคชยุทธ“ เป็นฉากการแสดงถึงการจัดขบวนทัพของพระมหากษัตริย์ในอดีตที่มีช้างเข้าร่วม, ฉากที่ 8 “บงกช บูชา ช้างสัญลักษณ์แห่งชาติ“

    ฉากที่ 9 “คชารักษา“ และฉากสุดท้ายฉากที่ 10 “เทิดไท้องค์พระภูมินทร์ ช้างคู่แผ่นดิน” รวมความยิ่งใหญ่ตระการตาจากการแสดงช้างในแต่ละฉาก จากนั้นเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้นั่งช้างรอบสนามแสดงช้าง
    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวต่อว่า นับเป็นการจัดงานแสดงช้างที่ยิ่งใหญ่มาก สำหรับบัตรเข้าชมการแสดง เริ่มตั้งแต่ราคา 300-1,000 บาท เฉพาะบัตรราคา 1,000 และ 800 บาท สามารถจองบัตรล่วงหน้าได้ที่สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ โทรศัพท์ 0-4451-2039

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากมาดูการแสดงช้างแล้ว จังหวัดสุรินทร์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น คนที่สนใจเรื่องวัฒนธรรม สามารถเดินทางไปที่ บ้านอาลึ ซึ่งเป็นชาวกูยหรือชนพื้นเมืองกลุ่มแรกที่ตั้งหลักแหล่งอาศัยอยู่บริเวณอีสานใต้มายาวนานนับร้อยปี มีภาษาพูดเป็นของตนเอง ชาวกูยที่บ้านอาลึเป็นชุมชนที่ยังคงสืบสานวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบชาวกูย ทั้งการแต่งกาย ชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมประเพณีบ้านชาวกูยที่นี่ยังเป็นบ้านดั้งเดิมตามวิถีแบบโบราณ ใต้ถุนสูงไว้เลี้ยงช้างและวางหูกทอผ้า สตรีในหมู่บ้านจะใช้เวลาว่างจากการทำไร่ทำนามาทอผ้าไหมพื้นเมือง เอกลักษณ์ผ้าทอของบ้านอาลึคือผ้าไหมย้อมมะเกลือสีธรรมชาติซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น

    ภายในชุมชน บ้านอาลึ ยังมีวิถีชีวิตแบบโบราณให้สัมผัสอย่างเต็มอิ่ม ทั้งอาหารการกิน บ้านพักโฮมสเตย์วิถีชาวกูย ฉางข้าวโบราณ เครื่องมือเครื่องใช้เก่าแก่ของชาวกูยดั้งเดิม การสาธิตการย้อมไหมด้วยสีธรรมชาติ กระบวนการทอผ้าไหม และการแซวผ้าที่เป็นมรดกสืบทอดมาแต่โบราณ โดยใช้เข็มทองแซวตะเข็บด้วยมือ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำชนชาติใด หรือหากสนใจศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณี ที่บ้านอาลึแห่งนี้ก็ยังมีการรำแกลมอ แกลออ และพิธีกรรมเซ่นไหว้ปู่ตา ซึ่งเป็นพิธีกรรมท้องถิ่นที่ยังคงถือปฏิบัติสืบมา

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องของผ้า ยังมี บ้านพญาราม ที่เน้นการเลี้ยงไหมพื้นบ้านพญาราม ซึ่งเป็นไหมพันธุ์พื้นบ้าน เป็นเอกลักษณ์ของชาวพญารามที่โดดเด่น มีการอนุรักษ์งานด้านหม่อนไหม มีผ้าไหมที่สวยงาม มีคุณภาพ

    ส่วนที่ บ้านสวาย ตำบลสวาย อ.เมืองฯ จ.สุรินทร์ เป็นชุมชนทอไหมที่มีชื่อเสียงของจังหวัด สะท้อนภูมิปัญญาทอไหมที่ส่งต่อและสืบทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งจนเกิดความชำนาญ 

    หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณ บ้านท่าสว่าง ชมศิลปะการถักทอเส้นไหม สลับซ้อนดิ้นทองผสมผสานลายราชสำนักโบราณอันอ่อนช้อย วิจิตรงดงาม ร่วมสัมผัสกระบวนการทอผ้าไหมอันน่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมทั้งเรียนรู้ภูมิปัญญาการย้อมสีจากธรรมชาติของชาวสุรินทร์ ให้ติดแน่นทนนาน

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวต่อว่า ยังมีหมู่บ้านเครื่องเงินเขวาสินรินทร์ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทอผ้าไหมพื้นเมืองที่เรียกว่า ผ้าโฮลและการทำเครื่องเงินโบราณ ได้แก่ การผลิตลูกประคำเงินที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน เรียกกันว่า “ลูกปะเกือม”

    ปะเกือม เป็นการนำแผ่นเงินมาตีเป็นลูกกลมหรือรีเกลี้ยงๆ แล้วนำมาลงยาและลงลายต่างๆ ที่มีความสวยงาม เช่น ลายไข่แมงดา ลายดอกพิกุล ลายดอกทานตะวัน เป็นต้น นิยมนำไปทำเป็นเครื่องประดับของสุภาพสตรี เช่น กำไล เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู

    จากนั้นปิดท้ายกันที่ วนอุทยานพนมสวาย สักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่ง ได้แก่ พระพุทธสุรินทรมงคล, รอยพระพุทธบาทจำลอง, อัฐิหลวงปู่ดุลย์ อตุโล, พระพุทธรูปองค์ดำ, อัฐิหลวงปู่สวน (พระครูพนม ศิลาคุณ), ปราสาทหินพนมสวาย, เจ้าแม่กวนอิม, เต่าหินศักดิ์สิทธิ์ และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ พร้อมร่วมเคาะระฆังศักดิ์สิทธิ์ 1,080 ใบ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

    ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานสุรินทร์ (พื้นที่รับผิดชอบ สุรินทร์ และ บุรีรัมย์) โทร. 0-4451-4447-8 อีเมล : [email protected] หรือโทร. 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

    สรณะ รายงาน

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น