ปฏิรูป...ขมุกขมัว วิกฤติศรัทธา คสช.

  • Monday, November 6, 2017 - 00:00


    รัฐบาลโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศนโยบายไว้อย่างชัดเจน ในการส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ โดยถือว่าเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนแห่งชาติ และเป็นเรื่องที่ต้องแทรกอยู่ในการปฏิรูปทุกด้าน เพราะเป็นที่ตระหนักรับรู้ ปัญหาของการพัฒนาประเทศที่ถดถอย สร้างความเสื่อมเสียหายให้กับสังคม เศรษฐกิจและการเมืองตลอดระยะเวลากว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมานั้น เกิดจากขบวนการทุจิตคอร์รัปชันในรูปแบบต่างๆ และการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ต่อพรรคและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติประชาชน

    แต่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 35 คนของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ทุกฝ่ายที่เคย "ให้ใจ" กับรัฐบาลถึงขั้นชูธงประกาศอยากเห็นการปฏิรูปประเทศไทยเรียบร้อยก่อนการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาเกินโรดแมปที่รัฐบาลสัญญิงสัญญาไว้ก่อนหน้านี้ รู้สึกฉงนสนเท่ห์ และเริ่มมีคำถาม??? ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาต่อรัฐบาลในการปฏิรูปบ้านเมืองในประเด็นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างมองข้ามข้อเท็จจริงมิได้ เพราะปรากฏมีชื่อของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพาณิชย์ รวมอยู่ด้วย

    แม้ตำรวจระดับนายพลทั้ง 2 ท่านจะเป็น สนช. และยังมีกรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิมือปราบโกงที่ได้รับการยอมรับจากสาธารณชนร่วมด้วยในชุดดังกล่าว อาทิ นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการป.ป.ช., น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ และมี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการฯ แต่ทั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท และพล.ต.ท.บุญเรือง กำลังเป็นคดีความถูก ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีร่ำรวยผิดปกติ จึงเป็นเหตุเป็นผลที่ยากปฏิเสธว่า มีความเหมาะสมแล้วหรือในการเลือกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน มาทำหน้าที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการปฏิรูปประเทศ

    ความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่ว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา ได้รับการขนานนามว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง” โดยมีการเขียนกฎหมายกำหนดภารกิจที่สำคัญในเรื่องของการปราบโกง เป็นเรื่องของ ป.ป.ช. ซึ่งหมายถึงการให้น้ำหนักและความสำคัญกับการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.นั้น ขอยืนยันว่าเกิดปัญหาความเสื่อมศรัทธา และความเชื่อมั่นถูกบ่อนทำลายลงไปทันที กับรายชื่อคณะกรรมาธิการที่ สนช.เพิ่งประกาศรายชื่อไป โดยสังคมตั้งข้อกังขาแล้วว่า นี่ใช่การดำเนินการตามสัญญาประชาชนว่าด้วยการปฏิรูปประเทศที่สนองตอบต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญจริง หรือเป็นการเล่นปาหี่ทางการเมืองของบรรดา คสช.กันแน่

    สังคมไทยไม่ไร้ซึ่งคนเก่งคนดี และมีความรู้ความสามารถแน่นอน สำหรับงานการปฏิรูปบ้านเมืองในส่วนของการวางแผนหรือตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริต และการใช้อำนาจรัฐของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่น่าคลางแคลงสงสัยเป็นอย่างมากว่า การที่รัฐบาล คสช.พร่ำบอกกับประชาชนว่า จะปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง และถือเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนของชาตินั้น คสช.เองกลับกำลังกระทำในสิ่งตรงกันข้าม สร้างวิกฤติศรัทธาความเชื่อมั่นด้วยการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง เข้าไปเกี่ยวข้องยึดโยงกับการตรวจสอบระบบระเบียบในการถ่วงดุลอำนาจรัฐ และการร่างกฎหมายที่จะสร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกัน และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างน่าเป็นกังวลที่สุด

    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งเดียวที่รัฐบาล คสช.พูดและทำในสิ่งตรงกันข้ามเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การปฏิรูปเพื่อสร้างการเมือง สังคม เศรษฐกิจที่โปร่งใส พึงปรารถนา ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและถาวร เพราะปรากฏว่าหลายกรณีที่มีทหารมีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการต่างๆ ที่สังคมตั้งคำถามนั้น เรื่องมักจะเงียบหาย หรือไม่ก็หยิบยกเหตุผลข้างๆ คูๆ มาอธิบาย แต่สำหรับการให้ สนช.สีเทามาทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายป้องกันกลโกง นับเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และไม่สมควรที่จะเบี่ยงเบน หว่านล้อมให้สังคมยอมรับด้วยคำกล่าวอ้างแบบโลกสวยว่า กรณีของ 2 นายพลตำรวจเป็นเรื่องการกล่าวหาตามกระบวนการ และอยู่ในขั้นตอนแสวงหาข้อเท็จจริงเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นตอนไต่สวน ซึ่งหลักการของ ป.ป.ช. คือทุกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย ไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น

    เราต้องไม่ปรองดองกับคนโกง.. น่าจะเป็นหลักการที่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจะต้องยึดเป็นสรณะในการปฏิบัติเพื่อให้เป็นต้นแบบที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในโหมดหรือโรดแมปว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทยให้มีธรรมาภิบาล ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดขบวนการทุจริตคอร์รัปชันให้สิ้นซาก ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์วาระแห่งชาติ อีกทั้งเป็นต้นทุนสำคัญที่หล่อเลี้ยงเสถียรภาพของรัฐบาล คสช.มาตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหาร แต่ด้วยวิธีพูดอย่างทำอย่างที่รัฐบาล คสช.กำลังกระทำด้วยเจตนาหรือไม่ตั้งใจกับกฎหมายเพื่อป้องกันการโกงนี้ ขอส่งสัญญาณเตือนว่า เวลารัฐบาลชุดนี้เหลือน้อยเต็มที และมีโอกาสจบไม่สวย.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น